ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,550
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ชาวเยอรมันส่วนใหญ่เห็นตรงกัน: การปรับตัวของผู้ลี้ภัยเข้าสู่สังคมและตลาดแรงงานล้มเหลว
    ผลสำรวจจาก Deutschlandtrend เผยให้เห็นว่า 78% ของชาวเยอรมัน เชื่อว่าผู้แสวงหาที่พักพิงและผู้ลี้ภัยไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสังคมและตลาดแรงงานของประเทศได้
    แม้ว่าเยอรมนีจะเผชิญกับภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก แต่ชาวเยอรมันส่วนใหญ่กลับรู้สึกว่า การเปลี่ยนผ่านจากสถานะผู้แสวงหาที่พักพิงไปสู่การเป็นแรงงานที่มีงานทำนั้น ล่าช้าเกินไปหรือประสบความล้มเหลว
    นอกจากนี้ หลายฝ่ายยังมองว่าระบบสวัสดิการของเยอรมนีได้กลายเป็นที่พักพิงที่สบายเกินไป จนทำให้ขาดแรงจูงใจที่มากพอในการออกไปหางานทำอย่างจริงจัง
    Source: Visegrad24

    https://www.facebook.com/share/p/17nWcjAVgR/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,550
    ค่าพลัง:
    +97,153
    【ศาลอังกฤษพิพากษาชายสองคนถือสองสัญชาติจีน-อังกฤษ มีความผิดฐาน “เป็นสายลับให้จีน”】

    คดีจารกรรมเชื่อมโยงฮ่องกง-ปักกิ่งครั้งแรกภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของสหราชอาณาจักร เจ้าหน้าที่หน่วยตรวจคนเข้าเมืองอังกฤษใช้อำนาจในตำแหน่งเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์กระทรวงมหาดไทยอย่างผิดกฎหมาย เพื่อสอดแนมนักเคลื่อนไหวประชาธิปไตยฮ่องกงในอังกฤษ
    วันที่ 7 พฤษภาคม สำนักข่าว ABC News ของออสเตรเลียรายงานว่า ศาลอังกฤษได้มีคำพิพากษาให้ชายสองคนซึ่งถือสองสัญชาติจีน-อังกฤษมีความผิด ในข้อหา “ปฏิบัติการจารกรรมเพื่อจีน”
    ศาลอังกฤษวินิจฉัยว่า ทั้งสองคนได้ให้ความช่วยเหลือทางการฮ่องกงและปักกิ่ง ในการสอดแนมและเก็บรวบรวมข้อมูลของบุคคลฝ่ายประชาธิปไตยฮ่องกงในสหราชอาณาจักร โดยหนึ่งในนั้นเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยตรวจคนเข้าเมืองอังกฤษ และเคยเป็นอดีตตำรวจฮ่องกง
    คดีนี้ถือเป็นหนึ่งในคดีจารกรรมที่เกี่ยวข้องกับจีนชุดแรก ที่ถูกตัดสินภายใต้พระราชบัญญัติความมั่นคงแห่งชาติของสหราชอาณาจักร
    ผู้ต้องหาทั้งสอง: อดีตตำรวจฮ่องกงและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอังกฤษ
    คุณบิล หยวน วัย 65 ปี และคุณปีเตอร์ ไหว่ วัย 40 ปี ถูกศาลอังกฤษวินิจฉัยว่ามีความผิดฐาน “ละเมิดพระราชบัญญัติความมั่นคงแห่งชาติ และให้ความช่วยเหลือหน่วยข่าวกรองต่างชาติในการดำเนินกิจกรรม”
    นอกจากนี้ คุณปีเตอร์ ไหว่ ยังถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่เจ้าหน้าที่หน่วยตรวจคนเข้าเมืองโดยมิชอบ เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ของกระทรวงมหาดไทยอังกฤษอย่างผิดกฎหมาย
    ปลอมตัวเป็นตำรวจ-เจ้าหน้าที่ข่าวกรอง สอดแนมผู้สนับสนุนประชาธิปไตยฮ่องกง
    ศาลอังกฤษรับทราบว่า ชายทั้งสองคนซึ่งถือสัญชาติจีนและอังกฤษพร้อมกัน เคยปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ข่าวกรองที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อสอดแนมและเก็บข้อมูลของบุคคลที่สนับสนุนขบวนการประชาธิปไตยฮ่องกง รวมถึงบุคคลอื่นที่ถูกจัดเป็น “เป้าหมายเฝ้าระวังพิเศษ”
    อัยการดันแคน แอตกินสัน กล่าวว่า คุณบิล หยวน และคุณปีเตอร์ ไหว่ ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานเพื่อเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ซึ่งท้ายที่สุดก็คือเพื่อจีน ในสิ่งที่เรียกว่า “ปฏิบัติการตำรวจเงา”
    เส้นทางสองผู้ต้องหา: จากตำรวจฮ่องกงสู่สำนักงานเศรษฐกิจการค้า
    คุณปีเตอร์ ไหว่ เคยเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยตรวจคนเข้าเมืองอังกฤษ ขณะเดียวกันก็เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอาสาสมัครของกองตำรวจนครลอนดอน (City of London Police) และยังเปิดบริษัทรักษาความปลอดภัยส่วนตัว
    ส่วนคุณบิล หยวน เคยเป็นสารวัตรในกองกำลังตำรวจฮ่องกง ก่อนจะมาทำงานที่สำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกง (Hong Kong Economic and Trade Office) ประจำกรุงลอนดอน ซึ่งเป็นหน่วยงานตัวแทนทางการของรัฐบาลฮ่องกงในต่างประเทศ
    ฝ่ายอัยการชี้ว่า งานที่คุณบิล หยวน ทำจริงนั้นเกินขอบเขตของตำแหน่ง “ผู้จัดการสำนักงาน” ที่ระบุไว้อย่างมาก
    หลังกฎหมายความมั่นคงฮ่องกงมีผลบังคับใช้: เครือข่ายสายลับเริ่มทำงาน
    จากหลักฐานที่ศาลรับฟัง หลังจากกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฮ่องกง (《国安法》) มีผลบังคับใช้ ผู้คนในฝ่ายประชาธิปไตยและนักการเมืองฮ่องกงจำนวนมากได้อพยพย้ายมาตั้งถิ่นฐานในสหราชอาณาจักร และคุณบิล หยวน ก็ทำหน้าที่ช่วยทางการฮ่องกงรวบรวมข่าวกรองเกี่ยวกับบุคคลเหล่านี้
    คุณบิล หยวน เป็นผู้มอบหมายภารกิจให้คุณปีเตอร์ ไหว่ ขณะที่คุณปีเตอร์ ไหว่ ก็ใช้ระบบของตำรวจเข้าถึงข้อมูล โดย “งานส่วนตัว” ที่อ้างนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงฉากบังหน้าของกิจกรรมจารกรรม
    ฝ่ายอัยการยังระบุอีกว่า ค่าตอบแทนของคุณปีเตอร์ ไหว่ มาจากบัญชีของสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกง
    เป้าหมายการสอดแนม: นักเคลื่อนไหวฮ่องกงและนักการเมืองอังกฤษ
    ข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือแสดงให้เห็นว่า ทั้งสองคนเคยสอดแนมคุณเนธาน ลอว์ (หลัว กว้านชง) อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติฮ่องกง พวกเขาไม่เพียงให้ความสนใจกับบุคคลฝ่ายประชาธิปไตยฮ่องกง แต่ยังเรียกบุคคลเหล่านี้ว่า “แมลงสาบ (cockroaches)”
    อัยการดันแคน แอตกินสัน กล่าวว่า:
    “พวกเขาต้องการรู้ว่าบุคคลเหล่านี้อยู่ที่ไหน อาศัยอยู่ที่ใด กำลังทำอะไรอยู่ ติดต่อกับใคร เชื่อมโยงกับใคร และพวกเขาติดต่อกันอย่างไร และข้อมูลเหล่านี้นี่เอง คือสิ่งที่จำเลยทั้งสองคนได้ทำการเก็บรวบรวมมาโดยตลอด”
    คุณบิล หยวน ยังได้สั่งให้คุณปีเตอร์ ไหว่ ให้ความสนใจเป็นพิเศษกับ ส.ส. และเจ้าหน้าที่รัฐบาลอังกฤษ โดยในปี 2023 เขาได้ส่งรายชื่อนักการเมืองที่มีชื่อเสียงหลายคนให้คุณปีเตอร์ ไหว่ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือคุณเอียน ดันแคน สมิธ นักการเมืองพรรคอนุรักษนิยมอังกฤษ ผู้ดำรงตำแหน่งประธานร่วมของพันธมิตรรัฐสภาข้ามชาติว่าด้วยนโยบายต่อจีน (IPAC)
    คดีอื่นและจำเลยคนที่สามที่เสียชีวิตก่อนการพิจารณา
    คณะลูกขุนไม่สามารถมีคำตัดสินในข้อกล่าวหาอีกข้อหนึ่งได้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบุกรุกบ้านพักของหญิงผู้ต้องสงสัยว่ากระทำการฉ้อโกงในภาคเหนือของอังกฤษเมื่อปี 2024
    จำเลยคนที่สาม คือคุณแมทธิว ทริกเก็ตต์ วัย 37 ปี เสียชีวิตก่อนการพิจารณาคดีจะเริ่มขึ้น เขาเคยเป็นสมาชิกหน่วยนาวิกโยธินราชนาวีอังกฤษ และต่อมาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและนักสืบเอกชน ตำรวจระบุว่าการเสียชีวิตของเขา “ไม่มีพิรุธ”
    ปักกิ่งโต้: อังกฤษ “กุเรื่อง”
    สถานเอกอัครราชทูตจีน ณ กรุงลอนดอน ออกมากล่าวหาฝ่ายอังกฤษว่า “กุข้อกล่าวหาขึ้นมา” ต่อชายทั้งสองคน
    ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อังกฤษได้กล่าวหาจีนเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมจารกรรมหลายครั้ง ขณะที่ความตึงเครียดระหว่างอังกฤษและจีนนั้น ยังเชื่อมโยงกับการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฮ่องกง และการปราบปรามการประท้วงประชาธิปไตยฮ่องกงในปี 2019
    —————
    ที่มา: ABC News (ออสเตรเลีย), 李老师不是你老师 (@whyyoutouzhele)

    https://www.facebook.com/share/p/1FXmQCoF9C/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,550
    ค่าพลัง:
    +97,153
    นอร์เวย์รวบสาวจีน! เปิดโปงแผน “บริษัทบังหน้า” ดูดข้อมูลดาวเทียมขั้วโลก
    PST บุกค้น 2 จุด ยึดเครื่องรับสัญญาณกลางฐานอวกาศอันโดยะ ชี้พฤติการณ์ “หน่วยงานรัฐจีน” ใช้บริษัทจดทะเบียนนอร์เวย์เป็นฉากบังหน้า ล้วงข้อมูลดาวเทียมวงโคจรขั้วโลกที่กระทบความมั่นคงระดับชาติ
    บุกจับกลางฐานอวกาศยุทธศาสตร์
    หน่วยข่าวกรองตำรวจนอร์เวย์ (Politiets sikkerhetstjeneste – PST) เปิดปฏิบัติการครั้งใหญ่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2026 จับกุมหญิงสัญชาติจีนรายหนึ่ง ในข้อหาเกี่ยวข้องกับการจารกรรมข้อมูลดาวเทียมที่กระทบต่อผลประโยชน์พื้นฐานของชาตินอร์เวย์
    ปฏิบัติการครั้งนี้มีการบุกค้น 2 จุดพร้อมกัน จุดแรกอยู่บนเกาะอันโดยะ (Andøya) ในเขตอาร์กติกเซอร์เคิลทางตอนเหนือของประเทศ ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานอวกาศอันโดยะ (Andøya Spaceport) — ฐานปล่อยจรวดและทดสอบอาวุธสำคัญที่ถือเป็นหัวใจของยุทธศาสตร์อวกาศยุโรป จุดที่สองอยู่ที่เมืองอ็อตตา (Otta) ในเขตอินน์ลันเดต์ทางตอนใต้ของประเทศ
    “บริษัทจดทะเบียนนอร์เวย์” ใช้เป็นฉากบังหน้า
    โธมัส บลอม (Thomas Blom) อัยการของ PST แถลงต่อสื่อมวลชนว่า ปฏิบัติการครั้งนี้มีพื้นฐานจากความสงสัยว่ามีบริษัทที่จดทะเบียนในนอร์เวย์ถูกใช้เป็นฉากบังหน้าให้กับหน่วยงานรัฐของจีน เพื่อพยายามจัดตั้งสถานีรับสัญญาณดาวเทียมในวงโคจรขั้วโลก
    “ข้อมูลที่เกี่ยวข้องสามารถสร้างความเสียหายต่อผลประโยชน์พื้นฐานของนอร์เวย์ได้ หากตกไปอยู่ในมือของรัฐต่างชาติ” บลอมระบุ พร้อมเสริมว่าคดีนี้เกี่ยวข้องกับ “การมีส่วนร่วมในการพยายามก่อจารกรรมร้ายแรงต่อความลับของรัฐ”
    ยึดเครื่องรับสัญญาณ — มีผู้ถูกตั้งข้อหาเพิ่ม
    PST ร่วมกับตำรวจเขตนอร์ดลันด์ (Nordland) สามารถยึดเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมที่เป็นเป้าหมายไว้ได้ และระงับแผนการนำไปติดตั้งใช้งานได้ทัน นอกจากหญิงจีนรายดังกล่าวที่ถูกควบคุมตัวเพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีในวันศุกร์ ทาง PST ยังเปิดเผยว่ามีบุคคลอื่นอีกหลายรายถูกตั้งข้อหาในคดีเดียวกัน แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสัญชาติหรือสถานะการควบคุมตัว
    อันโดยะ — หัวใจยุทธศาสตร์อวกาศ-ทหารของนอร์เวย์
    ฐานอวกาศอันโดยะถือเป็นหนึ่งในฐานปล่อยจรวดที่สำคัญที่สุดของยุโรปในปัจจุบัน ใช้สำหรับการทดสอบขีปนาวุธและการปล่อยจรวดเพื่อการวิจัย อีกทั้งยังมีข้อตกลงกับสหรัฐอเมริกาในการปล่อยดาวเทียมของอเมริกา พื้นที่ดังกล่าวเป็นฐานทัพและจุดทดสอบอาวุธมายาวนาน และมีบทบาทสำคัญในปฏิบัติการของนาโต
    เคติล โอลเซ่น (Ketil Olsen) ซีอีโอของ Andøya Space ระบุว่า บริษัทไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับผู้ต้องหา และไม่เคยพบกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานของบริษัท พร้อมยอมรับว่าทางบริษัทไม่ได้รับการแจ้งเตือนเรื่องการสืบสวนหรือการจับกุมจนกระทั่ง PST แถลงข่าวต่อสาธารณะ
    “เรารู้ว่าเราเป็นเป้าหมายที่น่าสนใจ” โอลเซ่นกล่าว “ไม่ใช่แค่กับนักท่องเที่ยว แต่บางทีอาจรวมถึงคนที่อำพรางตัวเป็นนักท่องเที่ยวด้วย”
    ด้านนายกเทศมนตรีอันโดยะ เคียลล์-อาเร โยฮันเซ่น (Kjell-Are Johansen) ชื่นชมการทำงานของ PST และยอมรับว่าไม่รู้สึกประหลาดใจกับความพยายามจารกรรมครั้งนี้ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีฐานทัพและจุดปล่อยจรวด “ทำให้พวกเรามีโอกาสตกเป็นเป้าหมายของกิจกรรมที่ไม่พึงประสงค์ลักษณะนี้มากขึ้น”
    จีนปฏิเสธ — สื่อจีนเงียบสนิท
    โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนตอบสถานีโทรทัศน์ NRK ของนอร์เวย์ว่า ปฏิเสธ “ข้อกล่าวหาที่ไร้มูลและประสงค์ร้าย” และคาดหวังว่านอร์เวย์จะปกป้องสิทธิทางกฎหมายของหญิงผู้นี้ ขณะที่ผู้สื่อข่าวของ NRK ประจำประเทศจีนรายงานว่า สื่อจีนไม่มีการรายงานข่าวการจับกุมผู้ต้องสงสัยเป็นสายลับจีนในนอร์เวย์ครั้งนี้แต่อย่างใด
    จีนคือภัยคุกคามหลัก — ตามรายงาน PST 2025
    รายงานการประเมินภัยคุกคามแห่งชาติประจำปี 2025 ของ PST ได้ระบุชัดเจนว่า จีนเป็นหนึ่งในภัยคุกคามด้านข่าวกรองหลักของนอร์เวย์ คดีล่าสุดนี้สะท้อนรูปแบบที่ปักกิ่งใช้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและบริษัทบังหน้าเป็นเครื่องมือในการดำเนินการจารกรรมในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
    ในช่วงเวลาที่นอร์เวย์กำลังเร่งเสริมยุทธศาสตร์อวกาศในเขตอาร์กติกและเสริมความยืดหยุ่นของระบบป้องกันยุโรป การปกป้องโครงสร้างพื้นฐานทางอวกาศจากการแทรกซึมของรัฐต่างชาติจึงกลายเป็นโจทย์ความมั่นคงที่ทวีความสำคัญยิ่งขึ้น
    ที่มา: PST นอร์เวย์, NRK, Aftenposten, AP News, The Local Norway, NewsInEnglish.no

    https://www.facebook.com/share/p/18W6WLg4Y3/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,550
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ปธน.ปารากวัยฝ่าวงล้อมจีน เยือนประเทศไต้หวันอย่างเป็นทางการ
    ไหลชิงเต๋อต้อนรับด้วยกองเกียรติยศเต็มรูปแบบ ลงนาม 3 ความตกลงสำคัญ พันธมิตรอเมริกาใต้รายเดียวที่เหลืออยู่ของไทเป
    ปารากวัยส่งสัญญาณยืนเคียงข้างไต้หวัน
    เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีไหลชิงเต๋อ (赖清德) ของไต้หวัน ได้ทำพิธีต้อนรับนายซานติอาโก เปญญา ปาลาซิโอส (Santiago Peña Palacios) ประธานาธิบดีสาธารณรัฐปารากวัย ด้วยกองเกียรติยศทหารเต็มรูปแบบ ณ บริเวณหน้าทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงไทเป  ซึ่งเป็นการเดินทางเยือนไต้หวันอย่างเป็นทางการครั้งแรกของนายเปญญาในฐานะประมุขแห่งรัฐปารากวัย
    การเยือนครั้งนี้นับเป็นการเดินทางเยือนไต้หวันเป็นครั้งที่ 4 ของนายเปญญา และเป็นครั้งแรกในฐานะประธานาธิบดี โดยประธานาธิบดีไหลได้มอบ “เครื่องอิสริยาภรณ์มณีรัตนากรชั้นสายสะพาย” (Order of Brilliant Jade with Grand Cordon) ซึ่งเป็นเครื่องอิสริยาภรณ์พลเรือนสูงสุดของไต้หวัน เพื่อยกย่องคุณูปการที่นายเปญญามีต่อความสัมพันธ์ไต้หวัน-ปารากวัย 
    ลงนามความตกลงสำคัญ 3 ฉบับ
    ภายหลังพิธีต้อนรับ ประธานาธิบดีทั้งสองได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามความตกลงสำคัญ 3 ฉบับ ได้แก่ สนธิสัญญาว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องทางอาญา บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ และบันทึกความเข้าใจว่าด้วยโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์และระบบประมวลผลของปารากวัย-ไต้หวัน 
    ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ ประธานาธิบดีไหลได้กล่าวขอบคุณนายเปญญาและรัฐบาลปารากวัย “สำหรับการที่ออกมาพูดสนับสนุนไต้หวันในเวทีระหว่างประเทศมาเป็นเวลานาน” พร้อมยืนยันว่า “ไต้หวันและปารากวัยเป็นหุ้นส่วนที่ยึดมั่นในคุณค่าของประชาธิปไตย เสรีภาพ และสิทธิมนุษยชน” ด้านนายเปญญากล่าวตอบว่า “ปารากวัยให้คุณค่าอย่างยิ่งกับความสัมพันธ์นี้ และยืนยันความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนไต้หวันต่อไปในพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์บนพื้นฐานของคุณค่าร่วมกัน” 
    นอกจากนี้ ในระหว่างการหารือ นายเปญญายังได้ประณามแรงกดดันทางทหารและเศรษฐกิจของจีนต่อไต้หวัน โดยยืนยันว่าไทเปมี “สิทธิอธิปไตยในการดำเนินความสัมพันธ์กับประเทศอื่น ๆ อย่างเสรี” 
    ปารากวัยคือพันธมิตรรายเดียวในอเมริกาใต้
    ปารากวัยเป็น 1 ใน 12 ประเทศ และเป็นเพียงประเทศเดียวในอเมริกาใต้ ที่ยังคงรักษาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเต็มรูปแบบกับไต้หวันและให้การยอมรับไต้หวันในฐานะรัฐที่มีอำนาจอธิปไตย  ทั้งสองประเทศได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกันมาตั้งแต่ปี 1957 ในยุคแรกของระบอบเผด็จการต่อต้านคอมมิวนิสต์ของอัลเฟรโด สโตรสเนอร์ (Alfredo Stroessner) ในปารากวัย 
    คณะของนายเปญญาที่เดินทางมาด้วยประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รูเบน รามิเรซ (Rubén Ramírez), รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและพาณิชย์ มาร์โก ริเกลเม (Marco Riquelme), เลขาธิการประธานาธิบดี รวมถึงคณะผู้แทนภาคธุรกิจกว่า 40 คนจากบริษัทชั้นนำของปารากวัย เพื่อขยายการแลกเปลี่ยนทางอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจกับไต้หวัน 
    จีนแสดงความไม่พอใจ เรียกร้องปารากวัยตัดสัมพันธ์ไทเป
    ขณะเดียวกัน หลินเจี้ยน (林剑) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ได้แสดงท่าทีต่อการเยือนครั้งนี้ในการแถลงข่าวประจำวันที่ 7 พฤษภาคม โดยระบุว่า “หลักการจีนเดียวเป็นบรรทัดฐานพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและเป็นฉันทามติสากลที่แพร่หลาย” พร้อมเรียกร้องให้ “ทางการปารากวัยมายืนอยู่ในด้านที่ถูกต้องของประวัติศาสตร์โดยเร็วที่สุด และตัดสินใจอย่างถูกต้องในการยอมรับหลักการจีนเดียวและตัดสิ่งที่เรียกว่า ‘ความสัมพันธ์ทางการทูต’ กับทางการไต้หวัน” 
    การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่จีนกำลังเดินหน้าเชิญสมาชิกรัฐสภาปารากวัยเดินทางเยือนจีนแบบออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด พร้อมยื่นข้อเสนอผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนา เพื่อกดดันให้ปารากวัยเปลี่ยนการรับรองทางการทูตจากไทเปไปยังปักกิ่ง 
    บริบท: แรงกดดันจีนและการตอบโต้ของไต้หวัน
    การเยือนของนายเปญญาเกิดขึ้นในขณะที่ปักกิ่งกำลังเพิ่มแรงกดดันต่อไทเปอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการส่งเครื่องบินรบและเรือรบเข้ามาใกล้เกาะไต้หวันแทบทุกวัน ขณะที่ไต้หวันเองก็พยายามแสดงสถานะของตนในเวทีระหว่างประเทศ 
    ในการกล่าวสุนทรพจน์ที่สมัชชาใหญ่สหประชาชาติเมื่อปีก่อน นายเปญญาได้เรียกร้องให้องค์การสหประชาชาติมอบที่นั่งสมาชิกให้กับไต้หวันในที่สุด ซึ่งเขามองว่าเป็นเรื่องของ “ความยุติธรรมที่เคร่งครัด” โดยเขาย้ำในขณะนั้นว่า การรักษาความสัมพันธ์กับไต้หวันแม้จะหมายถึงการสูญเสียทางการเงินจากการไม่ยอมรับจีน แต่ก็ให้คุณค่าที่ “ประเมินไม่ได้” ของการ “ทำในสิ่งที่ถูกต้อง” 
    ที่มา: TaiwanPlus News, สำนักประธานาธิบดีไต้หวัน, AFP, Taiwan News, X (@QuanLujun)
    https://www.facebook.com/share/p/18ddMZLN1U/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,550
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จีนยืนยันเรือบรรทุกน้ำมันที่มีลูกเรือชาวจีนถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ ครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามสหรัฐฯ–อิหร่านปะทุ
    โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนยอมรับเหตุโจมตีเรือ JV Innovation ใกล้ท่าเรืออัลเจียร์ของยูเออี ระบุเรือชักธงหมู่เกาะมาร์แชลล์แต่มีลูกเรือจีนอยู่บนเรือ ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต
    เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2026 นายหลิน เจี้ยน (林剑) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงระหว่างการแถลงข่าวประจำวัน ตอบคำถามผู้สื่อข่าวสำนักข่าวรอยเตอร์ส (Reuters) เกี่ยวกับรายงานที่ระบุว่า เรือบรรทุกผลิตภัณฑ์น้ำมันขนาดใหญ่ของบริษัทเรือสัญชาติจีนลำหนึ่ง ถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ดาดฟ้าเรือเกิดเพลิงไหม้
    โฆษกจีนยืนยันเหตุโจมตี ระบุไม่มีผู้เสียชีวิต
    หลิน เจี้ยน กล่าวว่า “จากข้อมูลเท่าที่มีอยู่ในขณะนี้ เรือลำดังกล่าวที่ถูกโจมตีชักธงหมู่เกาะมาร์แชลล์ (Marshall Islands) แต่มีลูกเรือสัญชาติจีนอยู่บนเรือ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานความสูญเสียเกี่ยวกับลูกเรือ”
    โฆษกจีนยังแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ที่เรือและลูกเรือจำนวนมากติดอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซเนื่องจากภาวะสงคราม โดยระบุว่าการฟื้นฟูการเดินเรือผ่านช่องแคบให้กลับมาเป็นปกติโดยเร็ว และการคุ้มครองความปลอดภัยของเรือพาณิชย์และลูกเรือ เป็นผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศในภูมิภาคและประชาคมระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อหลีกเลี่ยงการขยายตัวของสถานการณ์
    JV Innovation: เรือบรรทุกผลิตภัณฑ์น้ำมันที่มีตัวอักษร “CHINA OWNER & CREW” ติดข้างเรือ
    จากรายงานของสำนักข่าวไฉซิน (财新网) ของจีน เรือลำที่ถูกโจมตีคือ JV Innovation ซึ่งเป็นเรือบรรทุกสารเคมีและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ถูกโดรนของอิหร่านโจมตีเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ใกล้ท่าเรืออัลเจียร์ (Al Jeer Port) ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขณะจอดรอผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
    ที่น่าสนใจคือ เรือลำดังกล่าวมีตัวอักษรขนาดใหญ่เขียนข้างเรือว่า “CHINA OWNER & CREW” (เจ้าของและลูกเรือเป็นชาวจีน) ซึ่งเป็นการระบุสัญชาติอย่างชัดเจนเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกโจมตี แต่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ก็ยังคงโจมตีอยู่ดี แหล่งข่าวจากเจ้าของเรือระบุว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่เรือบรรทุกน้ำมันของจีนถูกโจมตี ในเชิงจิตวิทยาแล้วเป็นเรื่องที่รับยาก”
    ปักกิ่งเลี่ยงประณามอิหร่านโดยตรง
    ที่น่าสังเกตคือ แม้จะยืนยันว่าเรือถูกโจมตีและมีลูกเรือจีนอยู่บนเรือ แต่หลิน เจี้ยน ไม่ได้ระบุชื่อหรือประณามอิหร่านโดยตรงในการแถลงข่าวครั้งนี้ โดยใช้ภาษาที่นุ่มนวลเรียกร้องให้ “ทุกฝ่าย” ใช้ความยับยั้งชั่งใจ ซึ่งสอดคล้องกับท่าทีของปักกิ่งที่พยายามรักษาความสัมพันธ์กับอิหร่านในฐานะแหล่งน้ำมันสำคัญ
    เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันกับที่นายอับบาส อารากชี (Abbas Araghchi) รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เดินทางเยือนกรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม และพบหารือกับนายหวัง อี้ (王毅) รัฐมนตรีต่างประเทศจีน โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
    บริบท: ช่องแคบฮอร์มุซในภาวะวิกฤต
    นับตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านขยายตัวขึ้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ช่องแคบฮอร์มุซได้กลายเป็นจุดวิกฤตสำคัญของโลก โดยมีเรือกว่าหลายร้อยลำและลูกเรือเกือบ 20,000 คนติดอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และการขนส่งสินค้าทางทะเลในภูมิภาคแทบเป็นอัมพาต
    ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ประกาศ “โครงการเสรีภาพ” (Project Freedom) เพื่อช่วยเรือพาณิชย์ที่ติดอยู่ในช่องแคบ แต่ต้องระงับโครงการเพียง 24 ชั่วโมงต่อมา หลังจากอิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธต่อเรือหลายลำและประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
    นอกจากเรือ JV Innovation แล้ว ยังมีเรืออีกอย่างน้อย 3 ลำที่ถูกโจมตีในช่วงเวลาเดียวกัน รวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่พิเศษ Barakah ของบริษัท ADNOC สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเรือคอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ CMA CGM San Antonio ของบริษัทฝรั่งเศส ซึ่งมีลูกเรือบาดเจ็บ 8 คน
    การวิเคราะห์: เหตุใดอิหร่านจึงโจมตีเรือที่ระบุชัดว่าเป็นของจีน?
    นักวิเคราะห์มองว่าการที่กองกำลังอิหร่านยังคงโจมตีเรือที่ระบุสัญชาติจีนอย่างชัดเจน อาจสะท้อนความขัดแย้งภายในของอิหร่านเอง ซึ่งมีอำนาจกระจายอยู่ระหว่างกลุ่มอำนาจหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ ฝ่ายศาสนา ฝ่ายรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งบางครั้งดำเนินการตามอำเภอใจของตนเอง
    อีกความเป็นไปได้คือ เรือลำนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของ “กองเรือเงา” (Shadow Fleet) ที่บริษัทจีนใช้สัญชาติเรือของประเทศอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ในการขนส่งน้ำมันอิหร่าน ซึ่งเป็นเรื่องปกติในวงการ
    อิหร่านยังคงพยายามแสดงให้เห็นถึงการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ เพิ่มความเสี่ยงให้กับการขนส่งสินค้าทางทะเล เพื่อรักษาระดับราคาน้ำมันโลกให้สูง และกดดันสหรัฐฯ ให้ยอมอ่อนข้อในการเจรจา
    ที่มา: กระทรวงการต่างประเทศจีน (中华人民共和国外交部), สำนักข่าวไฉซิน (财新网), Reuters, Iran International, สำนักข่าวเอพอกไทมส์ (大纪元)
    https://www.facebook.com/share/p/1BdtAyyM5r/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,550
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สหรัฐฯ สงสัยบริษัทไทย “OBON Corp.” เป็นช่องทางลักลอบส่งชิป AI ของ Nvidia มูลค่ากว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์เข้าจีน อาลีบาบาเป็นหนึ่งในปลายทาง
    สำนักข่าว Bloomberg ออกมาแฉข่าวใหญ่ที่อาจสะเทือนเศรษฐกิจไทยอีกเรื่อง เพราะสหรัฐกำลังสงสัยว่าไทยเป็นทางผ่านของขบวนการลักลอบขนชิป AI ตัวท็อปของ Nvidia มูลค่ากว่า 9 หมื่นล้านบาท (2.5 พันล้านดอลลาร์) แอบส่งไปให้ Alibaba ในจีน เพื่อมุดรอดการแบนการส่งออกชิป AI ของสหรัฐที่ห้ามขายให้จีนตั้งแต่ปี 2022
    โดยอัยการสหรัฐแกะรอยเจอว่าผู้บริหาร Super Micro Computer ผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์รายใหญ่ของอเมริกา จับมือกับบริษัทในกรุงเทพที่ชื่อ OBON Corp ซึ่งมีสายสัมพันธ์โยงไปถึงโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ของประเทศ รวมถึง Siam AI โปรเจกต์คลาวด์ระดับชาติที่ Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia เพิ่งบินมาร่วมงานเมื่อปลายปี 2024
    ที่น่าสนใจคือ OBON Corp ไม่ใช่บริษัทไทยแท้ๆ แต่เป็นบริษัทในเครือของ One Belt One Network Holdings Limited ที่จดทะเบียนในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน (BVI) ซึ่งเป็นแหล่งเปิดบริษัท offshore ยอดฮิตของพวกทุนสีเทาจากทั่วโลก ชื่อบริษัทแม่ที่มีคำว่า “One Belt One Network” ก็พ้องเสียงกับยุทธศาสตร์ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” (One Belt One Road) ของจีนอย่างน่าสงสัย
    วิธีการของขบวนการนี้คือ ซื้อเซิร์ฟเวอร์ Super Micro ที่ติดตั้งชิป Nvidia ขั้นสูงจากสหรัฐ → ส่งผ่านประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงไทย → ใช้ “นายหน้าบุคคลที่สาม” สลับเปลี่ยนกันเป็นชั้นๆ เพื่อปกปิดปลายทางที่แท้จริง → สุดท้ายชิปไปลงเอยในมือบริษัทเทคจีนรายใหญ่ ในเอกสารคำฟ้องของอัยการระบุว่ามีการขนส่งมูลค่ากว่า 500 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดือนเมษายนถึงกลางพฤษภาคม 2025 เพียงช่วงเดียว
    แม้ทางซีอีโอของ Siam AI จะรีบออกมาปัดตกข่าวนี้ ยืนยันว่าตัวเองลาออกจาก OBON ก่อนมาตั้ง Siam AI และไม่มีเอี่ยวใดๆ กับเรื่องนี้ ส่วน Alibaba ก็ออกแถลงการณ์ปฏิเสธหนักแน่นว่าไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับ Super Micro, OBON หรือนายหน้าใดๆ ที่ถูกกล่าวถึงในคำฟ้อง และยืนยันว่าไม่เคยใช้ชิป Nvidia ที่ถูกแบนในศูนย์ข้อมูลของตน
    แต่คดีก็เดินหน้าไปแล้ว โดยสหรัฐสั่งฟ้องผู้ต้องหา 3 คนเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นำโดยนาย Yih-Shyan “Wally” Liaw ผู้ร่วมก่อตั้ง Super Micro ซึ่งหากศาลตัดสินว่าผิดในข้อหาหลัก อาจติดคุกสูงสุดถึง 20 ปี และ Bloomberg ยังบอกอีกว่าอัยการอาจเพิ่มจำเลยใหม่เข้ามาอีกหากสาวต่อถึง OBON สำเร็จ
    ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือคดีนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ไทยกำลังพยายามขอโควตานำเข้าชิป AI จากสหรัฐภายใต้กรอบใหม่ของวอชิงตัน โดยมีเงื่อนไขโดยปริยายว่าชิปที่นำเข้ามาจะไม่ถูกส่งต่อไปประเทศที่สาม ซึ่งข่าว OBON นี้ก็เท่ากับเป็นการตบหน้าคำสัญญานั้นแบบจังๆ
    เรื่องนี้ต้องจับตาดูให้ดี เพราะสหรัฐซีเรียสเรื่องการแบนชิป AI มาก เพราะถือเป็นเรื่องความมั่นคงระดับชาติ ที่ผ่านมาวอชิงตันเคยพิจารณาออกมาตรการคุมเข้มการส่งออกชิปมายังไทยถึง 3 ครั้ง โดยมีร่างหนึ่งที่เขียนขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการลักลอบโดยเฉพาะ แต่สุดท้ายยังไม่เคยบังคับใช้จริง
    ถ้าอเมริกาฟันธงว่าไทยเป็นทางผ่านให้จีนจริงๆ คราวนี้เราอาจโดนหางเลขถูกสั่งแบนห้ามขายชิป AI ให้ และอาจจะเจอแบบเหมารวมทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะเป็นการดับฝัน “ไทยแลนด์ AI Hub” ที่รัฐบาลโปรโมตมาตลอดให้สูญเปล่าในพริบตา
    ที่มา: Bloomberg, Bangkok Post, Reuters

    https://www.facebook.com/share/p/18Sie56GoS/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,550
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “เรย์ ดาลิโอ” เตือนสหรัฐเสี่ยงเข้าสู่ “ยุคโกลาหล” ภายใน 5 ปี ชี้หนี้พุ่ง-การเมืองแตกขั้ว-AI ปั่นโลกใหม่

    9 พฤษภาคม 2569 ผู้ก่อตั้ง #Bridgewater มองอเมริกา กำลังเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ ทั้งความขัดแย้งภายใน วิกฤติภูมิรัฐศาสตร์ และค่าเงินเฟียตเสื่อมความน่าเชื่อถือ แนะนักลงทุนถือทองคำ 5-15% ป้องกันความผันผวน โดย “เรย์ ดาลิโอ” (Ray Dalio) นักลงทุนมหาเศรษฐีและผู้ก่อตั้งกองทุนเฮดจ์ฟันด์ยักษ์ใหญ่ Bridgewater Associates เตือนว่า #สหรัฐอเมริกา กำลังเคลื่อนเข้าสู่ “#ยุคแห่งความโกลาหล” ที่อาจกินเวลาหลายปี โดยปัจจัยเสี่ยงสำคัญกำลังปะทุพร้อมกัน ทั้งหนี้สาธารณะมหาศาล ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ความขัดแย้งทางการเมือง และแรงกระแทกจากเทคโนโลยี AI
    .
    ในการให้สัมภาษณ์ผ่านพอดแคสต์ของ The New York Times ดาลิโอกล่าวว่า โลกกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่คล้ายหลายเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ ที่ระเบียบเศรษฐกิจและการเมืองเดิมเริ่มเสื่อมสภาพ พร้อมเตือนว่าภายใน 5 ปีข้างหน้า สหรัฐอาจเผชิญความปั่นป่วนในระดับที่ “โลกจะเปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้”
    .
    นักลงทุนดังมองว่า ปัญหาหลักของสหรัฐไม่ได้เกิดจากเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่เป็น “วิกฤติโครงสร้าง” ที่เชื่อมโยงกันหลายด้าน ทั้งการขาดดุลงบประมาณต่อเนื่อง หนี้รัฐบาลที่เพิ่มขึ้นรวดเร็ว ช่องว่างระหว่างคนรวยกับชนชั้นแรงงาน รวมถึง #ความแตกแยกทางการเมือ งระหว่าง #ฝ่ายอนุรักษนิยม และ #เสรีนิยม รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
    .
    ดาลิโอ ประเมินว่า จุดเปราะบางสำคัญอาจเริ่มชัดขึ้นหลังการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ และจะยิ่งร้อนแรงก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดี ปี 2028 โดยเตือนว่าความขัดแย้งทางการเมืองอาจลุกลามไปสู่ความตึงเครียดทางสังคม และความรุนแรงในบางพื้นที่ หากระบบการเมืองไม่สามารถสร้างฉันทามติร่วมได้
    .
    เขายังมองว่า “#ระเบียบโลกแบบเดิม” ที่สหรัฐเคยเป็นผู้นำ กำลังถูกท้าทายอย่างหนัก ทั้งจากการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ การเปลี่ยนแปลงด้านพลังงาน และความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะประเด็น #ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก รวมถึงการแข่งขันด้านเทคโนโลยีและทรัพยากรยุทธศาสตร์
    .
    ที่ถูกจับตามองมากอีกด้าน คือ ผลกระทบจาก AI ที่ดาลิโอ มองว่า จะเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจและตลาดแรงงานครั้งใหญ่ในเวลาอันรวดเร็ว โดยเฉพาะอาชีพสายสำนักงาน หรือ White-collar jobs ที่อาจถูกแทนที่มากขึ้น ขณะที่แรงงานทักษะเฉพาะทางและแรงงานภาคปฏิบัติอาจกลับมาเป็นที่ต้องการสูง
    .
    คำเตือนดังกล่าวสอดคล้องกับมุมมองของ Marc Rowan ผู้บริหาร Apollo Global Management มองว่า โลกกำลังเข้าสู่ “การจัดระเบียบภูมิรัฐศาสตร์ครั้งใหม่” ซึ่งจะเปลี่ยนสมดุลเศรษฐกิจโลก และสร้างแรงกดดันต่อชนชั้นกลางและพนักงานออฟฟิศจำนวนมาก
    .
    ในด้านการลงทุน ดาลิโอแนะนำให้นักลงทุนกระจายความเสี่ยง และถือทองคำไว้ประมาณ 5-15% ของพอร์ต โดยมองว่าในทุกยุคที่เกิดวิกฤติหนี้หรือความปั่นป่วนทางการเมือง “สกุลเงินกระดาษ” หรือ Fiat Currency มักสูญเสียมูลค่า ขณะที่ทองคำกลับกลายเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น
    .
    มุมมองดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดการเงินโลกยังเผชิญความไม่แน่นอน ทั้งจากอัตราดอกเบี้ยสูง เงินเฟ้อ ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และการแข่งขันทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐกับจีน ซึ่งส่งผลให้ธนาคารกลางหลายประเทศ รวมถึงกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา เร่งสะสมทองคำสำรองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
    .
    นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า แม้คำเตือนของดาลิโออาจฟังดูรุนแรง แต่ก็สะท้อนความกังวลที่กำลังก่อตัวในหมู่นักลงทุนระดับโลกว่า เศรษฐกิจโลกในยุคหลังโควิดกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี และระบบการเงิน ซึ่งอาจทำให้ความผันผวนกลายเป็น “สภาวะปกติใหม่” ของโลกในทศวรรษหน้า
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/1B8wokNSKs/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,550
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เซเลนสกี เตือนผู้นำโลก “อย่ามามอสโก” วันพาเหรดชัยชนะไม่รับประกันความปลอดภัย รัสเซียตัดเน็ต-คุมขั้นสูงสุด

    9 พฤษภาคม 2569 #วันแห่งชัยชนะ Victory Day ของรัสเซีย ส่อเดือด ยูเครนเตือนผู้นำต่างชาติหลีกเลี่ยงมอสโก รัสเซียหวั่นโดรนโจมตี ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 เต็มไปด้วยความตึงเครียด เมื่อ โวโลดิมีร์ #ซาเลนสกี เตือนบรรดาผู้นำต่างชาติที่ร่วมงาน ณ #จัตุรัสแดง กรุงมอสโก ว่า #ยูเครน “ไม่สามารถรับประกันความปลอดภัย” ให้แก่ผู้เข้าร่วมพิธีได้ พร้อมระบุชัดว่า “ไม่ขอแนะนำให้เดินทางมา”
    .
    คำเตือนดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่ยังรุนแรง และหลังจากโดรนโจมตีระยะไกลของยูเครนสามารถทะลุระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซีย เข้าโจมตีพื้นที่ใกล้ใจกลางกรุงมอสโกเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา สร้างแรงกดดันต่อฝ่ายความมั่นคงของเครมลินอย่างหนัก
    .
    เซเลนสกีกล่าวว่า รัสเซียต้องการ “ช่วงเวลาแห่งความปลอดภัยเพียงไม่กี่ชั่วโมง” เพื่อจัดพิธีเฉลิมฉลอง ก่อนกลับไปทำสงครามต่อ พร้อมย้ำว่า ยูเครนจะไม่รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ใดๆ ที่เกิดขึ้นในดินแดนรัสเซีย เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลมอสโกในการดูแลความปลอดภัยของตนเอง
    .
    พิธี Victory Day ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์และการเมืองของรัสเซีย ใช้รำลึกชัยชนะเหนือเยอรมนีนาซีในสงครามโลกครั้งที่สอง และมักถูกใช้เป็นเวทีแสดงแสนยานุภาพทางทหารของเครมลิน โดยปีนี้ Vladimir Putin ถูกจับตาอย่างมากว่าจะใช้เวทีดังกล่าวส่งสารทางการเมืองและความมั่นคงต่อโลกตะวันตกอย่างไร
    .
    รายชื่อผู้นำที่คาดว่าจะเข้าร่วมงานในปีนี้ประกอบด้วย ทองลุน ซิซูลิธ (Thongloun Sisoulith), อเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก (Alexander Lukashenko) รวมถึงสมเด็จพระราชาธิบดีอิบราฮิม อิสกันดาร์แห่ง #มาเลเซีย ขณะที่ โรเบิร์ต ฟิโก้ (Robert Fico) ผู้นำจากชาติสมาชิกสหภาพยุโรป มีรายงานว่าจะเดินทางเข้าพบปูตินและร่วมพิธีวางดอกไม้ แต่จะไม่ร่วมชมขบวนสวนสนามทั้งหมด

    ด้านทางการรัสเซีย #ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยสู่ระดับสูงสุด โดยมีรายงานว่าเครมลินสั่งจำกัดการใช้อินเทอร์เน็ตมือถือและแอปส่งข้อความในกรุงมอสโก พร้อมเปิดให้เข้าถึงเฉพาะเว็บไซต์ใน “บัญชีขาว” ของรัฐบาลเท่านั้น เพื่อลดความเสี่ยงจากการโจมตีไซเบอร์และการประสานงานของกลุ่มก่อเหตุ
    .
    นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียยังถูกสั่งห้ามใช้โทรศัพท์มือถือในบางพื้นที่สำคัญ ขณะที่บุคคลใกล้ชิดปูตินต้องผ่านมาตรการตรวจสอบเข้มข้น ทั้งการค้นตัวหลายชั้น การสแกนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และการติดตั้งระบบเฝ้าระวังเพิ่มเติมในที่พักอาศัย
    .
    อีกจุดที่ถูกจับตาคือ ปีนี้รัสเซีย #ลดการแสดงยุทโธปกรณ์ภาคพื้นดิน ลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะรถถังและอาวุธหนักที่เคยเป็นสัญลักษณ์หลักของขบวนพาเหรด เหลือเพียงการบินโชว์ของกองทัพอากาศบางส่วน ทำให้เกิดการวิเคราะห์ว่า รัสเซียอาจเผชิญข้อจำกัดด้านทรัพยากรทางทหารจากสงครามที่ยืดเยื้อกับยูเครน
    .
    ฝ่ายยูเครนยังคงปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงชั่วคราวจากมอสโก โดยมองว่าเป็นเพียง “ยุทธวิธีพักรบ” เพื่อเปิดทางให้รัสเซียฟื้นกำลังพลและปรับแนวรบ ก่อนกลับมาเปิดฉากโจมตีอีกครั้ง ขณะที่เซเลนสกีย้ำว่า ทางออกเดียวของสงครามคือการถอนทหารรัสเซียออกจากดินแดนยูเครนทั้งหมด
    .
    ในอีกด้านหนึ่ง กระทรวงกลาโหมรัสเซียออกคำเตือนตอบโต้ว่า หากเกิดการโจมตีต่อจัตุรัสแดงหรือพิธีสวนสนาม รัสเซียจะตอบโต้กรุง Kyiv อย่างรุนแรง พร้อมแนะนำให้เจ้าหน้าที่การทูตและพลเรือนต่างชาติพิจารณาออกจากเมืองหลวงยูเครนชั่วคราว
    .
    นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงมองว่า พิธี Victory Day ปีนี้ไม่ได้เป็นเพียงงานรำลึกทางประวัติศาสตร์อีกต่อไป แต่กลายเป็น “สมรภูมิทางจิตวิทยา” ระหว่างรัสเซียกับยูเครน ที่ทั้งสองฝ่ายใช้การสื่อสาร ข่าวกรอง และแรงกดดันด้านความมั่นคงต่อสู้กันอย่างเข้มข้น ท่ามกลางความกังวลว่า ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่การยกระดับความขัดแย้งครั้งใหญ่ในภูมิภาคยุโรปตะวันออกได้ทุกเมื่อ
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/1CdoDvgNbH/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,550
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ศาลสหรัฐสกัด “ภาษีทรัมป์ 10%” ชี้ขัดกฎหมาย แต่ "ทรัมป์" ลั่นเดินหน้าต่อ จ่องัด ม.301 เล่นเกมการค้าจีน ก่อนพบ "สี จิ้นผิง"

    9 พฤษภาคม 2569 #สงครามการค้า ของ #สหรัฐ กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลัง #ศาลการค้าระหว่างประเทศ ของสหรัฐมีคำวินิจฉัยว่า มาตรการเก็บ “ภาษีศุลกากรทั่วโลก 10%” ที่ ประธานาธิบดี #โดนัลด์ทรัมป์ ใช้อ้างอำนาจตามมาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 นั้น “ไม่สอดคล้องกับกฎหมาย” ส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนต่อยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ “America First” ก่อนการหารือสำคัญกับ #XiJinping ในสัปดาห์หน้า
    .
    คำตัดสินดังกล่าว ถือเป็นอุปสรรคครั้งสำคัญของฝ่ายทรัมป์ ก่อนหน้านี้ศาลสูงสหรัฐ เคยสกัดมาตรการภาษีบางส่วนมาแล้ว โดยศาลการค้าระบุว่า รัฐบาลสหรัฐตีความคำว่า “ดุลการชำระเงินขาดดุล” กว้างเกินขอบเขตของกฎหมาย และนำ “การขาดดุลการค้า” มาใช้เป็นเหตุผลแทน ทั้งที่กฎหมายเดิมถูกออกแบบมาเพื่อรับมือวิกฤติทางการเงินระหว่างประเทศ ไม่ใช่เพื่อใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองหรือกดดันคู่ค้า
    .
    ศาลไม่ได้สั่งยกเลิกภาษีทั่วประเทศทันที แต่จำกัดผลเฉพาะบริษัทโจทก์ 2 ราย และรัฐวอชิงตันเท่านั้น ทำให้มาตรการภาษียังมีผลต่อผู้นำเข้าส่วนใหญ่ในสหรัฐต่อไปในระยะสั้น ขณะเดียวกันผู้พิพากษายังชี้ว่า รัฐอื่นๆ ไม่มีสถานะทางกฎหมายเพียงพอในการฟ้องร้อง เพราะไม่ได้เป็นผู้นำเข้าสินค้าโดยตรง แม้ประชาชนจะได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าที่สูงขึ้นก็ตาม
    .
    หลังคำพิพากษาถูกเผยแพร่ ทรัมป์ออกมาตอบโต้ทันที โดยโจมตีผู้พิพากษาบางรายว่าเป็น “ฝ่ายซ้ายหัวรุนแรง” พร้อมยืนยันว่าจะไม่ยุตินโยบายกำแพงภาษี และพร้อมเปลี่ยนไปใช้ “เครื่องมือทางกฎหมายอื่น” แทน โดยเฉพาะมาตรา 301 ของกฎหมายการค้า ซึ่งเปิดทางให้สหรัฐใช้มาตรการตอบโต้ประเทศที่ถูกมองว่าปฏิบัติทางการค้าไม่เป็นธรรม

    นักวิเคราะห์ในวอชิงตันมองว่า การหันไปใช้มาตรา 301 อาจทำให้สงครามการค้ารอบใหม่ “เจาะจงจีนมากขึ้น” ต่างจากภาษี 10% แบบครอบคลุมทั่วโลก เพราะมาตรา 301 ให้อำนาจรัฐบาลสหรัฐตรวจสอบประเด็นแรงงานบังคับ การอุดหนุนอุตสาหกรรม และปัญหากำลังการผลิตส่วนเกิน ก่อนกำหนดมาตรการตอบโต้รายประเทศ
    .
    เวลานี้รัฐบาลสหรัฐ กำลังเปิดการสอบสวนทางการค้าต่อหลายสิบประเทศ ซึ่งรวมถึงประเด็นห่วงโซ่อุปทานสินค้าเทคโนโลยี รถยนต์ไฟฟ้า แผงโซลาร์เซลล์ และสินค้าอุตสาหกรรมจากจีน ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่า โลกอาจเข้าสู่ “สงครามภาษีระลอกใหม่” ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง
    .
    ด้านภาคธุรกิจสหรัฐจำนวนมากเริ่มแสดงความ #ไม่พอใจต่อมาตรการภาษีที่ยืดเยื้อ โดยเฉพาะ #กลุ่มผู้นำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภค ของเล่น เครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนอุตสาหกรรม ซึ่งต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ “เจย์ ฟอร์แมน” ซีอีโอบริษัทของเล่น Basic Fun หนึ่งในผู้ฟ้องคดี เปิดเผยว่า บริษัทจ่ายภาษีเพิ่มไปแล้วมากกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ และต้นทุนส่วนใหญ่สุดท้ายถูกผลักไปยังผู้บริโภค
    .
    นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า หากรัฐบาลทรัมป์ เดินหน้าขึ้นภาษีรอบใหม่จริง อาจกระทบเงินเฟ้อในสหรัฐอีกระลอก โดยเฉพาะในช่วงที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ยังคงกังวลเรื่องเสถียรภาพราคา และเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงการแข่งขันด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐกับจีน
    .
    อีกประเด็นที่ถูกจับตาคือ การพบกันระหว่างทรัมป์กับ #สีจิ้นผิง ซึ่งอาจกลายเป็นจุดชี้ชะตาทิศทางเศรษฐกิจโลกในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เพราะแม้อำนาจด้านภาษีของทรัมป์จะถูกศาลจำกัด แต่รัฐบาลสหรัฐยังมีเครื่องมือทางเศรษฐกิจอีกหลายรูปแบบ ทั้งมาตรการคว่ำบาตร เทคโนโลยีชิป AI และข้อจำกัดด้านการลงทุน

    นักลงทุนทั่วโลกจึงกำลังติดตามว่า คำตัดสินของศาลครั้งนี้จะเป็นเพียง “การชะลอเกมภาษี” หรือจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการจำกัดอำนาจฝ่ายบริหารสหรัฐในการใช้นโยบายการค้าเชิงรุกในอนาคต ขณะที่ตลาดการเงินยังคงผันผวนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และการแข่งขันระหว่างสองมหาอำนาจเศรษฐกิจของโลกอย่างต่อเนื่อง
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/1DjwMm7urQ/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,550
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รัฐบาล ยกระดับล้างบาง “นอมินีต่างชาติ” สอบเข้มกว่า 5 หมื่นบริษัท ไล่เส้นเงินย้อนหลัง 5 ปี พบต่างชาติแฝงลงทุน ท่องเที่ยว อสังหาฯ กระจุกตัวในเมืองท่องเที่ยว

    9 พฤษภาคม 2569 รัฐบาล ยกระดับปราบปรามธุรกิจ “นอมินีต่างชาติ” อย่างจริงจัง หลังปัญหา #ทุนต่างชาติ ใช้ #คนไทยถือหุ้นแทน และแฝงเข้ามา #ประกอบธุรกิจในไทย กลายเป็นประเด็นร้อนทั้งด้านเศรษฐกิจ การแข่งขัน และความมั่นคง โดยล่าสุด กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดปฏิบัติการตรวจสอบเชิงลึกทั้งกลุ่มเสี่ยงใช้นอมินี และกลุ่มเข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 รวมหลายหมื่นรายทั่วประเทศ
    .
    นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีฐานข้อมูลนิติบุคคลกว่า 980,000 บริษัท โดยพบว่ามีบริษัทที่ต่างชาติถือหุ้นในสัดส่วน 0.01-49.99% มากถึง 118,016 บริษัท ซึ่งแม้หลายแห่งเป็นการร่วมทุนจริง แต่จำนวนไม่น้อยถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจใช้ “คนไทยถือหุ้นแทน” เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางกฎหมาย
    .
    จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก พบความเชื่อมโยงที่เข้าข่ายเสี่ยงกว่า 53,000 ราย และยังตรวจพบบัญชีม้าที่เชื่อมโยงกับนิติบุคคลอีกกว่า 2,000 ราย ซึ่งข้อมูลทั้งหมดได้ถูกส่งต่อให้หน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานสอบสวนดำเนินการต่อแล้ว
    .
    #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า แบ่งการตรวจสอบออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ #กลุ่มเสี่ยงใช้นอมินี และ #กลุ่มต่างชาติถือหุ้นเกิน 50% ที่อาจเข้าข่าย #ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามกฎหมายต่างด้าว
    .
    สำหรับกลุ่มนอมินี รัฐบาลออกมาตรการใหม่ให้ตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินลงทุนคนไทยในบริษัทที่ต่างชาติถือหุ้นต่ำกว่า 50% แต่มีต่างชาติเป็นกรรมการ ซึ่งถูกจัดเป็น “กลุ่มเสี่ยง” โดยต้องตรวจสอบผ่านเอกสารทางการเงิน เช่น Bank Statement และเส้นทางการลงทุนจริง ก่อนส่งข้อมูลให้ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตรวจสอบเชิงลึก
    .
    6 กลุ่มธุรกิจที่ถูกจับตาเป็นพิเศษ ได้แก่ ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการเกี่ยวเนื่อง อสังหาริมทรัพย์ อีคอมเมิร์ซและคลังสินค้า โรงแรมและรีสอร์ต ธุรกิจเกษตร และธุรกิจก่อสร้าง ซึ่งส่วนใหญ่กระจุกตัวในจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ ชลบุรี กระบี่ และ สุราษฎร์ธานี
    .
    ขณะเดียวกัน กรมพัฒนาธุรกิจการค้ายังเร่งตรวจสอบบริษัทต่างด้าวที่ถือหุ้นเกิน 50% จำนวน 6,551 ราย ซึ่งอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยเฉพาะธุรกิจที่อยู่ในบัญชีห้ามหรือบัญชีควบคุม เช่น ค้าปลีกขนาดเล็ก นายหน้า ธุรกิจที่ดิน หรือกิจการที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง
    .
    ข้อมูลระบุว่า #กรุงเทพมหานคร มีบริษัทเข้าข่ายมากที่สุดกว่า 3,900 ราย รองลงมาคือ #ชลบุรี #สมุทรปราการ #ระยอง และ #ภูเก็ต ส่วนประเภทกิจการที่พบมาก ได้แก่ ค้าส่ง ค้าปลีก ร้านอาหาร อสังหาริมทรัพย์ การขายสินค้าออนไลน์ และธุรกิจก่อสร้าง
    .
    มาตรการตรวจสอบครั้งนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะเอกสารการถือหุ้น แต่จะขยายไปถึง #.
    การตรวจสอบงบการเงินย้อนหลัง 5 ปี การเคลื่อนไหวของทรัพย์สิน และเส้นทางการเงิน เพื่อดูว่ามีการชำระเงินจริงหรือเป็นการอำพรางการถือหุ้นหรือไม่ โดยข้อมูลจะถูกส่งต่อให้หน่วยงานต่างๆ เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมสรรพากร และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ดำเนินการตามกฎหมาย

    แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีได้ยกระดับปัญหานอมินีต่างชาติเป็น “วาระแห่งชาติ” หลังพบแนวโน้มชาวต่างชาติย้ายเข้ามาพำนักและลงทุนในไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้ไทยถูกมองเป็นประเทศปลอดภัยสำหรับการโยกย้ายเงินทุนและตั้งถิ่นฐาน
    .
    นอกจากนี้ รัฐบาลยังพบการใช้ช่องว่างจากนโยบายฟรีวีซ่าเข้ามาประกอบธุรกิจแข่งกับคนไทย ทั้งร้านอาหาร โรงแรม สถาบันการศึกษา และอสังหาริมทรัพย์ โดยบางพื้นที่เริ่มเกิด “ชุมชนต่างชาติปิด” ที่เจ้าหน้าที่รัฐเข้าตรวจสอบได้ยาก เช่น ในพื้นที่ เกาะสมุย อำเภอปาย และภูเก็ต จนสร้างความกังวลเรื่องการกำกับดูแลและผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่น
    .
    รัฐบาลจึงมอบหมายให้ กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง กระทรวงพาณิชย์ ตำรวจ และกระทรวงแรงงาน เพื่อเร่งจัดระเบียบธุรกิจต่างชาติ พร้อมศึกษาปรับปรุงกฎหมายให้ทันต่อรูปแบบการหลีกเลี่ยงกฎหมายยุคใหม่
    .
    การกวาดล้างนอมินีครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในปฏิบัติการครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี และอาจส่งผลต่อโครงสร้างธุรกิจในเมืองท่องเที่ยวของไทยโดยตรง โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ ร้านอาหาร และบริการท่องเที่ยว ที่มีทุนต่างชาติเข้ามามีบทบาทมากขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังโควิด-19 ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจไทยบางส่วนก็เรียกร้องให้รัฐแยกแยะระหว่าง “การลงทุนจริง” กับ “การใช้ช่องโหว่กฎหมาย” เพื่อไม่ให้กระทบต่อบรรยากาศการลงทุนของประเทศในระยะยาว
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/1000640215...ZQ8Msp2MjNmGE6BuzcJEpnM2HLol/?mibextid=NOb6eG
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,550
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ♦️♦️ BREAKING ANALYSIS :

    อังกฤษเริ่ม “กระดก” — โลกกำลังเปลี่ยนขั้ว?

    ผลเลือกตั้งล่าสุดในอังกฤษ กำลังส่ง “สัญญาณเตือน” ไปทั้งโลกตะวันตก

    พรรค Reform UK และฝ่าย Conservative แนวประชานิยมฝ่ายขวา กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด
    ท่ามกลางความไม่พอใจของประชาชนต่อ:
    • ค่าครองชีพ
    • ผู้อพยพ
    • ภาษี
    • สงครามยูเครน
    • ราคาพลังงาน
    • และ “ชนชั้นนำการเมือง” ที่ถูกมองว่าอยู่ห่างจากชีวิตจริงของประชาชน

    นี่ไม่ใช่แค่ข่าวอังกฤษ

    แต่มันคือ “แรงกระเพื่อม” ก่อนศึกใหญ่ US Election ปลายปีนี้

    โลกกำลังเข้าสู่ยุคใหม่
    ยุคที่ประชาชนจำนวนมาก เริ่ม “ลงโทษรัฐบาล” ด้วยปากท้อง มากกว่าอุดมการณ์

    หลังยุค COVID
    หลังสงคราม
    หลังเงินเฟ้อ
    หลังหนี้สาธารณะพุ่ง
    หลัง AI และระบบเศรษฐกิจใหม่ เริ่มแทนงานมนุษย์

    ประชาชนจำนวนมากในโลกตะวันตก เริ่มรู้สึกว่า:

    “รัฐบาลใช้เงิน มากกว่าปัญญา”

    นี่คือจุดเชื่อมสำคัญกับสิ่งที่กำลังเกิดในประเทศไทยเช่นกัน

    ไม่ว่าจะ:
    • ประชานิยมระยะสั้น
    • โครงการเมกะโปรเจกต์
    • การเมืองเอาใจมวลชน
    • หรือการใช้เงินรัฐสร้างคะแนนนิยม

    ทั้งหมดกำลังถูกประชาชนทั่วโลกตั้งคำถามพร้อมกัน

    อังกฤษจึงอาจเป็น “ประเทศแรกที่ตาชั่งเริ่มกระดก”

    และถ้าสหรัฐอเมริกากระดกตามในเดือนพฤศจิกายน
    สมดุลโลกทั้งใบอาจเปลี่ยนทันที:
    • NATO
    • Ukraine
    • Middle East
    • China Policy
    • เศรษฐกิจโลก
    • ราคาพลังงาน
    • ค่าเงิน
    • และภูมิรัฐศาสตร์

    คำถามสำคัญคือ:

    ประเทศไทยเตรียมตัวทันหรือยัง?

    หรือยังมัวแต่ทะเลาะการเมืองรายวัน
    ในขณะที่ “แผ่นดินโลก” กำลังขยับ

    #ThaiTribune
    #BreakingAnalysis
    #ReformUK
    #USElection2026
    #RESETประเทศไทย
    #ผู้ผ่านทางมาก่อน

    https://www.facebook.com/share/p/1J5oKY6Den/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,550
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ซาอุ -คูเวต เปิดทางกองทัพสหรัฐ "ใช้น่านฟ้าและฐานทัพ" อีกครั้ง จับตา “ปฏิบัติการฟรีดอม” คุ้มกันเรือสินค้าในตะวันออกกลาง

    8 พฤษภาคม 2569 The Wall Street Journal รายงานว่า #ซาอุดีอาระเบีย และ #รัฐคูเวต ได้ "ยกเลิกข้อจำกัดเกี่ยวกับการใช้น่านฟ้าและฐานทัพของกองทัพสหรัฐอเมริกา" เปิดทางให้กองทัพสหรัฐฯ กลับมาดำเนินภารกิจทางทหารในภูมิภาคได้เต็มรูปแบบอีกครั้ง

    รายงานระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจนำไปสู่การกลับมาเริ่มต้น “โครงการฟรีดอม” (#ProjectFreedom) ซึ่งเป็น #ภารกิจคุ้มกันเรือพาณิชย์ และ #เรือบรรทุกน้ำมัน ในเส้นทางเดินเรือสำคัญของตะวันออกกลาง โดยเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐ ประเมินว่า ปฏิบัติการอาจเริ่มได้เร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้
    .
    สหรัฐเตรียมกลับมาคุ้มกันเรือสินค้าในอ่าวเปอร์เซีย ..ฝ่ายความมั่นคง เปิดเผยว่า รัฐบาลของ ประธานาธิบดี #โดนัลด์ทรัมป์ กำลังหารือขั้นสุดท้ายถึงการรื้อฟื้นภารกิจทางทะเล เพื่อดูแลความปลอดภัยของเรือพาณิชย์ ในอ่าวเปอร์เซียและใกล้ช่องแคบฮอร์มุซตึงเครียดต่อเนื่องจากเหตุโจมตีเรือสินค้าและเรือบรรทุกน้ำมันหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา
    .
    กองทัพเรือสหรัฐฯ คาดว่าจะส่ง #เรือพิฆาต #เครื่องบินลาดตระเวน และ #ระบบเฝ้าระวังทางอากาศ กลับเข้าประจำการในเส้นทางเดินเรือสำคัญ เพื่อป้องกันการโจมตีจาก #กลุ่มติดอาวุธ และ #ภัยคุกคามทางทะเล
    .
    นักวิเคราะห์มองว่า หากปฏิบัติการเริ่มขึ้นจริง จะถือเป็นการขยายบทบาททางทหารของสหรัฐในตะวันออกกลางอีกครั้ง หลังหลายปีที่ผ่านมา วอชิงตันพยายามลดการมีส่วนร่วมทางทหารในภูมิภาค
    .
    “ทรัมป์-โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน” ต่อสายหารือรอบสอง รายงานของสื่อสหรัฐระบุว่า การกลับมาเปิดทางให้สหรัฐใช้น่านฟ้าและฐานทัพในซาอุดีอาระเบีย เกิดขึ้นหลังการสนทนาทางโทรศัพท์ครั้งที่สองระหว่าง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับ เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีซาอุดีอาระเบีย
    .
    การหารือดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความกังวลร่วมกันเกี่ยวกับเสถียรภาพของเส้นทางพลังงานโลก ความปลอดภัยของเรือพาณิชย์ และความเสี่ยงที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางอาจลุกลามกระทบเศรษฐกิจโลก
    .
    แม้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดของข้อตกลง แต่แหล่งข่าวด้านการทูตระบุว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความจำเป็นในการรักษาเสรีภาพการเดินเรือในภูมิภาค
    .
    คูเวตกลับมาให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพและน่านฟ้า ได้ผ่อนคลายข้อจำกัดเกี่ยวกับการใช้ฐานทัพและการบินผ่านน่านฟ้าสำหรับปฏิบัติการของกองทัพสหรัฐเช่นกัน ซึ่งถือเป็นสัญญาณว่าหลายประเทศพันธมิตรในอ่าวอาหรับเริ่มกลับมาสนับสนุนบทบาทด้านความมั่นคงของวอชิงตันมากขึ้น
    .
    ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิรัฐศาสตร์มองว่า ความร่วมมือครั้งนี้อาจมีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ความไม่สงบในอ่าวเปอร์เซีย กระทบการส่งออกน้ำมันและการค้าโลก โดยเฉพาะหลังเกิดเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันหลายครั้งใกล้ช่องแคบฮอร์มุซในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
    .
    ตลาดพลังงานและสายเดินเรือจับตาใกล้ชิด ...ภาคธุรกิจเดินเรือและตลาดพลังงานโลกกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะเส้นทางผ่านอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
    .
    ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากความตึงเครียดเพิ่มขึ้น อาจส่งผลต่อราคาน้ำมัน ค่าเบี้ยประกันภัยเรือ และต้นทุนขนส่งสินค้าทั่วโลก ขณะที่หลายบริษัทเดินเรือเริ่มทบทวนเส้นทางและมาตรการความปลอดภัยเพิ่มเติม
    .
    การกลับมาของ “โครงการฟรีดอม” สะท้อนว่า ตะวันออกกลางยังคงเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มหาอำนาจโลกไม่สามารถละสายตาได้ ท่ามกลางการแข่งขันอิทธิพลและความขัดแย้งที่ยังคงเปราะบางในปี 2569
    .
    .
    #วิกฤตตะวันออกกลาง
    #ไฟสงคราม
    #อ่าวเปอร์เซีย
    #ภูมิรัฐศาสตร์
    #วิกฤตพลังงานโลก
    #ความขัดแย้งอิสราเอล
    #อิหร่าน #สหรัฐอเมริกา
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/1DQV8ETGaR/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,550
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ศึกตะวันออกกลางเขย่าปักกิ่ง–วอชิงตัน” อิหร่านขึ้นแท่นวาระร้อน วาระ "ทรัมป์–สีจิ้นผิง" ส่อเบียดดีลการค้าโลก

    9 พฤษภาคม 2569 ก่อนการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดี #โดนัลด์ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา และประธานาธิบดี #สีจิ้นผิง ของจีน เปลี่ยนทิศทางอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อ “#สงครามอิหร่าน” กลายเป็นประเด็นเร่งด่วนที่สุดที่อาจครอบงำโต๊ะเจรจา จนเบียดประเด็นเศรษฐกิจสำคัญอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น #มาตรการภาษี #การค้าระหว่างประเทศ และห่วงโซ่อุปทานแร่หายาก
    .
    ฝ่ายการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า #ทำเนียบขาว เตรียมนำประเด็นความขัดแย้งในตะวันออกกลางขึ้นหารือโดยตรงในการประชุมวันที่ 14–15 พฤษภาคมนี้ หลังสถานการณ์ในภูมิภาคทวีความตึงเครียดต่อเนื่อง และเริ่มส่งแรงสะเทือนถึงตลาดพลังงานโลกอย่างชัดเจน
    .
    ก่อนหน้านี้ จีนเพิ่งสร้างสัญญาณเชิงบวกทางการทูตด้วยการต้อนรับรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ความขัดแย้งรอบใหม่ปะทุช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงชั่วคราว ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกตอบรับในเชิงบวกจากความหวังเรื่องการคลี่คลายสถานการณ์
    .
    เกมภูมิรัฐศาสตร์ใหม่: “อิหร่าน–ช่องแคบฮอร์มุซ” กลายเป็นตัวแปรหลัก นักวิเคราะห์ระบุว่า ประเด็นที่ถูกจับตามากที่สุดในการประชุมครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงภาษีหรือการค้า แต่คือ “ความมั่นคงพลังงานโลก” โดยเฉพาะเส้นทางยุทธศาสตร์ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก และเริ่มกลายเป็นพื้นที่ปะทะทางอ้อมระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่าน
    .
    รายงานข่าวระบุว่า มี #เหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน ของ #บริษัทจีน ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แม้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหลายฝ่าย แต่เหตุการณ์ดังกล่าวยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อการเจรจาในระดับผู้นำ
    .
    จีน–สหรัฐฯ ลดบทบาท “ธุรกิจ” เปิดทางประเด็นความมั่นคง แหล่งข่าวในทำเนียบขาวปฏิเสธข้อเสนอของจีนที่ต้องการจัดเวทีพบปะระหว่างผู้นำระดับสูงกับซีอีโอบริษัทสหรัฐฯ โดยให้เหตุผลว่าอาจกระทบความสมดุลทางภูมิรัฐศาสตร์ และทำให้ภาคธุรกิจถูกมองว่าใกล้ชิดปักกิ่งมากเกินไป
    .
    ขณะเดียวกัน รายชื่อคณะนักธุรกิจสหรัฐฯ ที่อาจร่วมเดินทางไปกับทรัมป์ก็ถูกลดขนาดลงจากเดิมอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่าการประชุมครั้งนี้อาจ “เน้นการเมืองมากกว่าเศรษฐกิจ” อย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
    .
    ย้อนกลับไปปี 2017 ในการเยือนจีนสมัยแรกของทรัมป์ มีการลงนามข้อตกลงกว่า 37 ฉบับ มูลค่ารวมกว่า 2.5 แสนล้านดอลลาร์ แต่ครั้งนี้แนวโน้มกลับแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน
    .
    แร่หายาก–ไต้หวัน–AI ยังเป็น “ระเบิดเวลา” ใต้โต๊ะ แม้ประเด็นอิหร่านจะครองพื้นที่ข่าว แต่แกนความขัดแย้งเดิมยังคงอยู่ครบถ้วน ทั้ง มาตรการภาษีตอบโต้ระหว่างสองประเทศ #ข้อพิพาทเรื่องไต้หวัน การจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงของจีน และการควบคุม “แร่หายาก” ซึ่งจีนมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลก
    .
    นักวิเคราะห์จากศูนย์ยุทธศาสตร์และนานาชาติ (CSIS) มองว่า การประชุมครั้งนี้อาจนำไปสู่ข้อตกลงเชิงสัญลักษณ์ เช่น การซื้อถั่วเหลืองและเครื่องบินโบอิ้งจากสหรัฐฯ แต่ไม่ถึงขั้นแก้โครงสร้างความขัดแย้งเชิงลึก
    .
    ตลาดโลกจับตา “ดีลใหญ่หรือดีลชั่วคราว”
    ด้านภาคธุรกิจระหว่างประเทศมองว่า หากสามารถลดความร้อนแรงของสงครามอิหร่านได้ จะถือเป็นแรงหนุนสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก ทั้งด้านพลังงาน การขนส่ง และเงินเฟ้อ
    .
    ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การเจรจาครั้งนี้อาจเป็นเพียง “การประคองสถานการณ์” มากกว่าการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะเมื่อทั้งสองมหาอำนาจยังมีความขัดแย้งเชิงยุทธศาสตร์ในระยะยาว
    .
    จากการค้า สู่ “การจัดระเบียบโลกใหม่” การประชุมทรัมป์–สี ครั้งนี้จึงถูกมองว่าไม่ได้เป็นเพียงเวทีเจรจาการค้าอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นเวทีต่อรองอำนาจโลก ที่มี “อิหร่าน” เป็นตัวเร่งสำคัญ และอาจกำหนดทิศทางความมั่นคงโลกในช่วงหลายปีข้างหน้า
    .
    หากการประชุมไม่สามารถลดความตึงเครียดได้ โลกอาจเข้าสู่ยุคการแข่งขันเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงยิ่งขึ้น ทั้งด้านพลังงาน เทคโนโลยี และเส้นทางการค้าโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/1D1ev7M9fS/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,550
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กองทัพสหรัฐฯ ระบุว่า เครื่องบินขับไล่ของสหรัฐได้ทำให้เรือบรรทุกน้ำมันที่ชักธงอิหร่าน 2 ลำไม่สามารถปฏิบัติการต่อได้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยใช้การยิงอาวุธนำวิถีความแม่นยำสูงเข้าใส่ปล่องระบายควันของเรือ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความแม่นยำของอาวุธที่กำลังใช้งานอยู่

    กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ หรือ US Central Command ซึ่งรับผิดชอบปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลาง ได้เผยแพร่วิดีโอที่ระบุว่าแสดงภาพเรือบรรทุกน้ำมันชื่อ Sea Star III และ Sevda ถูกโจมตีโดยเครื่องบินขับไล่ F/A-18 ของ US Navy โดยกองทัพสหรัฐกล่าวว่าเรือทั้งสองลำกำลังละเมิดมาตรการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านที่สหรัฐกำหนดไว้

    เหตุการณ์ลักษณะนี้สะท้อนสถานการณ์ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยคำว่า “ยิงใส่ปล่องควัน” มีความหมายสำคัญทางยุทธศาสตร์ เพราะเป็นการโจมตีที่มุ่งทำให้เรือหยุดการทำงานโดยไม่จำเป็นต้องจมเรือหรือทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตจำนวนมาก ปล่องระบายควันเชื่อมต่อกับระบบเครื่องยนต์หลัก หากถูกทำลาย เครื่องยนต์จะหยุดหรือทำงานไม่ได้ ส่งผลให้เรือเคลื่อนที่ต่อไม่ได้

    การใช้ “อาวุธนำวิถีความแม่นยำสูง” (precision munitions) เป็นแนวโน้มสำคัญของสงครามสมัยใหม่ เพราะช่วยลดความเสียหายข้างเคียง ลดความเสี่ยงต่อพลเรือน และแสดงศักยภาพทางเทคโนโลยีทางทหารไปพร้อมกัน นอกจากนี้ การเผยแพร่วิดีโอโดยกองทัพยังมีมิติด้านการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ คือเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังฝ่ายตรงข้ามและประเทศอื่น ๆ ว่าสหรัฐสามารถควบคุมสถานการณ์ทางทะเลและบังคับใช้มาตรการปิดล้อมได้จริง

    ในเชิงกฎหมายระหว่างประเทศ การ “ปิดล้อมทางทะเล” ถือเป็นมาตรการที่มีความอ่อนไหวสูง เพราะต้องอาศัยข้ออ้างด้านความมั่นคงหรือภาวะความขัดแย้ง หากประเทศอื่นไม่ยอมรับความชอบธรรม ก็อาจนำไปสู่ข้อพิพาทหรือการยกระดับความขัดแย้งได้ ดังนั้นเหตุการณ์นี้จึงอาจมีผลกระทบทางการเมือง ความมั่นคงพลังงาน และเสถียรภาพของเส้นทางขนส่งน้ำมันในภูมิภาคต่อไป.

    https://www.facebook.com/share/p/17ebvK1E4f/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,550
    ค่าพลัง:
    +97,153
    แบรนด์กีฬาจีนกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยผู้บริโภคเริ่มหันมาสนใจสินค้าแนวสปอร์ตที่มีดีไซน์ทันสมัยมากขึ้น และใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการผลิต ส่งผลให้แบรนด์จากจีนสามารถดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ได้ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่และคนเมืองที่ต้องการทั้งแฟชั่นและประสิทธิภาพการใช้งานในสินค้าเดียวกัน

    สาเหตุที่แบรนด์กีฬาจีนเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นมีหลายปัจจัย อย่างแรกคือคุณภาพสินค้าในช่วง 5–10 ปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน บริษัทจีนลงทุนอย่างหนักด้านวิจัยและพัฒนา เช่น เทคโนโลยีพื้นรองเท้า น้ำหนักเบา การระบายอากาศ และวัสดุรีไซเคิล ทำให้คุณภาพเข้าใกล้หรือบางด้านแข่งขันกับแบรนด์ตะวันตกได้

    อีกเหตุผลสำคัญคือ “ดีไซน์” ที่เปลี่ยนไป เดิมทีแบรนด์จีนถูกมองว่าเน้นราคาถูก แต่ปัจจุบันออกแบบสินค้าแนวแฟชั่นมากขึ้น ผสมผสานสตรีทแฟชั่น กีฬา และวัฒนธรรมเอเชีย ทำให้เข้ากับรสนิยมผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงมาเลเซีย ไทย และสิงคโปร์

    ด้านราคาก็เป็นข้อได้เปรียบ เพราะสินค้าโดยเฉลี่ยถูกกว่าแบรนด์ระดับโลกอย่าง Nike หรือ Adidas แต่ยังให้ภาพลักษณ์ทันสมัยและคุณภาพดี ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าคุ้มค่าเงินมากกว่าในช่วงเศรษฐกิจที่ผู้คนระมัดระวังการใช้จ่าย

    อีกปัจจัยคือกระแส “China Chic” หรือความภูมิใจในแบรนด์จีนเอง ซึ่งเริ่มจากตลาดจีนก่อน แล้วค่อยขยายสู่ต่างประเทศผ่านโซเชียลมีเดีย อินฟลูเอนเซอร์ และนักกีฬาระดับโลกที่ร่วมงานกับแบรนด์จีน

    ปัจจุบันแบรนด์กีฬาจีนที่สำคัญมีหลายราย ได้แก่
    Anta Sports เป็นบริษัทกีฬาที่ใหญ่ที่สุดของจีน มีทั้งสินค้าแบรนด์หลักและถือครองแบรนด์ต่างประเทศหลายแบรนด์
    Li-Ning ก่อตั้งโดยนักยิมนาสติกเหรียญทองโอลิมปิก โดดเด่นด้านแฟชั่นและสตรีทสปอร์ต
    Xtep แข็งแรงในตลาดรองเท้าวิ่งและสายมาราธอน
    361 Degrees เน้นตลาดแมสและการสนับสนุนการแข่งขันกีฬา
    Peak Sport มีชื่อเสียงในบาสเกตบอลและการสนับสนุนทีมชาติหลายประเทศ

    หากดูยอดขายและขนาดธุรกิจ ปัจจุบัน Anta ถือว่าเป็นแบรนด์กีฬาจีนที่ขายดีที่สุดและมีมูลค่าบริษัทสูงสุด รองลงมาคือ Li-Ning ซึ่งเติบโตเร็วมากในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ส่วน Xtep และ 361 Degrees ตามมาในตลาดรองเท้าวิ่งและตลาดระดับกลาง

    แนวโน้มในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงมาเลเซียและไทยคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง เพราะผู้บริโภคเริ่มเปิดรับแบรนด์ใหม่มากขึ้น ไม่ได้ยึดติดกับแบรนด์ตะวันตกเหมือนในอดีต อีกทั้งแบรนด์จีนกำลังขยายร้านค้าจริง การขายออนไลน์ และความร่วมมือกับนักกีฬาและแฟชั่นดีไซเนอร์ ทำให้ภาพลักษณ์ “แบรนด์จีน = ของราคาถูก” ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็น “แบรนด์จีน = ดีไซน์ดี เทคโนโลยีสูง และราคาคุ้มค่า” มากขึ้นเรื่อย ๆ

    https://www.facebook.com/share/p/18TFjDWsjz/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,550
    ค่าพลัง:
    +97,153
    การทดแทนการนำเข้าในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ: เครื่องพิมพ์ภาพด้วยแสงเครื่องแรกที่ผลิตในประเทศ Progress STP-350

    ทำไมเราจึงต้องการเทคโนโลยี 350 นาโนเมตร?

    มาเริ่มกันที่ข่าวดีก่อน ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา เครื่องพิมพ์ภาพด้วยแสงเครื่องแรกที่ผลิตในประเทศ Progress STP-350 ได้วางจำหน่ายแล้ว ใครก็ตามที่มีเงินเกือบ 400 ล้านรูเบิลก็สามารถเป็นเจ้าของเครื่องนี้ได้อย่างภาคภูมิใจ

    เครื่องนี้มีความอเนกประสงค์—สามารถผลิตไมโครชิปโดยใช้กระบวนการ 350 นาโนเมตร ใช้เลเซอร์โซลิดสเตทแทนหลอดไฟปรอทแบบเก่า และผลิตแผ่นเวเฟอร์ซิลิคอนได้มากถึง 63 แผ่นต่อชั่วโมง โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางของเวเฟอร์ตั้งแต่ 150 ถึง 200 มิลลิเมตร

    แต่ก่อนอื่น มาอธิบายกันก่อนว่าเครื่องพิมพ์ภาพด้วยแสงนี้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางเทคโนโลยีอย่างไร
    กล่าวโดยง่าย การพิมพ์ไมโครชิปนั้นเปรียบได้กับนวนิยายเรื่องหนึ่ง กระบวนการนี้สามารถเปรียบเทียบได้กับการวาดภาพบนทราย เพียงแต่แทนที่จะใช้แท่งวาด ก็คือลำแสง และแทนที่จะใช้ทราย ก็คือแผ่นเวเฟอร์ซิลิคอนที่เคลือบด้วยสารไวแสงชนิดพิเศษ หรือสารที่ทำปฏิกิริยากับแสง เครื่องโฟโตลิโทกราฟจะฉายลวดลายที่ละเอียดมากของชิปในอนาคต ซึ่งประกอบด้วยทรานซิสเตอร์และการเชื่อมต่อหลายล้านตัว ผ่านแผ่นแม่พิมพ์ (มาสก์) ลงบนพื้นผิวของเวเฟอร์ บริเวณที่แสงตกกระทบ สารไวแสงจะเปลี่ยนคุณสมบัติ และส่วนที่ "ไม่จำเป็น" จะถูกกำจัดออกด้วยสารเคมี (การกัด) ทำให้เหลือลวดลายที่แม่นยำบนผลึก กระบวนการนี้จะถูกทำซ้ำหลายสิบครั้ง ทีละชั้น จนเกิดเป็นโครงสร้างสามมิติของชิป

    ยิ่งเครื่องโฟโตลิโทกราฟสามารถโฟกัสลำแสงได้แม่นยำมากเท่าไร ทรานซิสเตอร์ก็จะยิ่งมีขนาดเล็กลงเท่านั้น หมายความว่าสามารถบรรจุองค์ประกอบการคำนวณได้มากขึ้นบนชิปเดียว ทำให้โปรเซสเซอร์มีประสิทธิภาพมากขึ้น เร็วขึ้น และประหยัดพลังงานมากขึ้น นี่คือเหตุผลที่การแข่งขันเพื่อเทคโนโลยีการผลิตที่เล็กลงเรื่อยๆ จึงเป็นการแข่งขันเพื่อพัฒนาเครื่องโฟโตลิโทกราฟที่ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นเอง

    แม้ว่ากระบวนการผลิต 350 นาโนเมตรจะไม่ใช่กระบวนการที่ล้ำหน้าที่สุดในโลก แต่ก็ต้องยอมรับว่าการพิมพ์ภาพด้วยแสงแบบนี้มีความท้าทายมากมาย ประการแรก ความแม่นยำในการโฟกัส: ลำแสงเลเซอร์เอ็กไซเมอร์ (248 นาโนเมตร) ต้องรักษาการโฟกัสโดยมีความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.5 ไมครอนทั่วทั้งแผ่นเวเฟอร์ มิฉะนั้นลวดลายจะ "ลอย" อีกปัญหาหนึ่งคือความสะอาดของหน้ากาก: ฝุ่นละอองเพียงเล็กน้อยบนหน้ากากจะถูกจำลองซ้ำไปทั่วชิปหลายพันชิ้น ประการที่สาม คือความต้องการความสม่ำเสมอของสารไวแสง ซึ่งต้องเคลือบเป็นชั้นบางกว่าหนึ่งไมครอนโดยมีการกระจายตัวน้อยที่สุด สุดท้ายคือการเลี้ยวเบน: แสง "รั่ว" ออกนอกขอบของแม่พิมพ์ ดังนั้นวิศวกรจึงทำการปรับแต่งลวดลายของหน้ากากล่วงหน้าเพื่อให้แน่ใจว่ายังคงแม่นยำหลังจากผ่านเลนส์แล้ว นี่เป็นส่วนหนึ่งที่อธิบายว่าทำไมเครื่องพิมพ์ภาพด้วยแสง Progress STP-350 จึงมีราคาสูงถึงเกือบ 400 ล้านรูเบิล

    พอแล้วเรื่องฟิสิกส์ – มาดูเนื้อเพลงกันดีกว่า เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย เทคโนโลยีการผลิตระดับ 350 นาโนเมตรชุดแรกปรากฏขึ้นในอุตสาหกรรมในช่วงกลางทศวรรษ 1990 ซึ่งก็คือชิป Pentium Pro และ MMX กล่าวได้ว่ารัสเซียได้ลดช่องว่างกับผู้นำระดับโลกในการผลิตโฟโตลิโทกราฟจาก 40-50 ปี เหลือเพียง 30 ปี เรายังสามารถผลิตชิปโดยใช้โฟโตลิโทกราฟที่นำเข้าได้ แต่ไม่ใช่รุ่นที่ทันสมัยที่สุด มีเพียงรุ่นที่ใช้กระบวนการ 180 นาโนเมตรเท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญบางคนอ้างว่ามีโฟโตลิโทกราฟที่สามารถผลิตได้ในระดับ 65 นาโนเมตร แต่ก็ยังไม่แน่ชัด นี่คือเหตุผลที่ไมโครโปรเซสเซอร์เซิร์ฟเวอร์ที่ทันสมัยที่สุดของรัสเซียอย่าง Irtysh ต้องผลิตในประเทศจีน เนื่องจากกระบวนการผลิตต้องใช้อุปกรณ์ระดับ 12 นาโนเมตร

    คำถามที่สมเหตุสมผลคือ ทำไมรัสเซียจึงควรลงทุนในกระบวนการผลิต 350 นาโนเมตรที่ล้าสมัย ในเมื่อสามารถสร้างเครื่องพิมพ์ภาพด้วยแสง (photolithograph) ที่ทันสมัยกว่าอย่าง 120, 65 และแม้แต่ 12 นาโนเมตรได้?
    ประการแรก กระบวนการผลิต 350 นาโนเมตรใช้เวลานานกว่ามาก และไมโครชิปก็มีความจำเป็นในขณะนี้ ประการที่สอง โอกาสในการสร้างเครื่องพิมพ์ภาพด้วยแสงที่ทันสมัยภายในประเทศนั้นริบหรี่มากจนแทบจะเป็นเรื่องในนิยายวิทยาศาสตร์ และไมโครชิปที่ใช้กระบวนการผลิต 350 นาโนเมตรนั้นเป็นรากฐานของขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้และไม่มีอะไรน้อยไปกว่านี้ ไมโครชิปในระดับนี้ไม่ไวต่อรังสีไอออนไนซ์ ต่างจากทรานซิสเตอร์ขนาดบาง 5-7 นาโนเมตร

    ที่ขนาด 350 นาโนเมตร การสร้างวงจรไมโครแบบสามชั้นที่ทนต่อความล้มเหลว ณ จุดเดียวทำได้ง่ายกว่า อุปกรณ์ทางทหารจำเป็นต้องทำงานภายใต้สภาวะที่รุนแรง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ การสั่นสะเทือน และพัลส์ EMI ทรานซิสเตอร์ขนาด 350 นาโนเมตรมีขนาดใหญ่และหนากว่า ซึ่งหมายความว่ามีความน่าเชื่อถือมากกว่า ระบบควบคุมการต่อสู้ ระบบขับเคลื่อน และแหล่งจ่ายไฟต้องการส่วนประกอบแรงดันสูง (สูงถึง 100 V) ซึ่งไม่สามารถผลิตได้โดยใช้กระบวนการที่ละเอียดอ่อน กระบวนการผลิต 350 นาโนเมตรจึงเหมาะสมที่สุด ในภาคพลเรือน กระบวนการผลิต 350 นาโนเมตรมีความสำคัญอย่างยิ่ง—โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ การสื่อสาร และออปโตอิเล็กทรอนิกส์ ท้ายที่สุดแล้ว กระบวนการผลิต 350 นาโนเมตรเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาแล้วและผ่านการทดสอบมาอย่างยาวนาน ซึ่งยังคงใช้กันอย่างแพร่หลายในแอปพลิเคชันที่ไม่ต้องการขนาดทรานซิสเตอร์ที่เล็กที่สุด แต่ต้องการความน่าเชื่อถือ แรงดันสูง และความแม่นยำแบบอนาล็อก

    เรื่องราวความสำเร็จ

    ประวัติของ Progress STP-350 เริ่มต้นขึ้นก่อน SVO เสียอีก—ในปี 2021 ในฤดูใบไม้ร่วง กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าได้ประกาศประกวดราคา 2 โครงการสำหรับการพัฒนาอุปกรณ์โฟโตลิโทกราฟี ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นโครงการทดแทนการนำเข้าขนาดใหญ่ของรัฐในสาขาวิศวกรรมไมโครอิเล็กทรอนิกส์

    การแข่งขันครั้งแรกมีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบสำหรับการถ่ายโอนภาพเชิงโครงสร้างของวงจรรวมลงบนแผ่นเวเฟอร์ (เรียกกันทั่วไปว่าสเต็ปเปอร์) ด้วยความละเอียดสูงสุด 130 นาโนเมตร โดยมีศักยภาพในการอัพเกรดเพิ่มเติมไปถึง 65 นาโนเมตร การแข่งขันครั้งที่สองเกี่ยวข้องกับการพัฒนาอุปกรณ์ที่มีความละเอียด 350 นาโนเมตร ซึ่งถือว่าค่อนข้างอนุรักษ์นิยมในแง่ของมาตรฐานทางเทคโนโลยี

    กรณีที่สองเกี่ยวข้องกับความก้าวหน้าในอนาคต ตามเอกสารที่เผยแพร่ในระหว่างกระบวนการประกวดราคา สัญญาสำหรับการพัฒนาอุปกรณ์ลิโทกราฟี 350 นาโนเมตรมีมูลค่า 7.9 พันล้านรูเบิล ผู้เสนอราคารายเดียวคือศูนย์นาโนเทคโนโลยีเซเลโนกราด (ZNTC) ซึ่งยื่นเสนอราคา 7.51 พันล้านรูเบิล ZNTC ตั้งอยู่ในคลัสเตอร์ไฮเทคเซเลโนกราดของมอสโกในขณะนั้น มีความเชี่ยวชาญเกือบทั้งหมดในการพัฒนาโครงการดังกล่าว

    เกือบทั้งหมด แต่ไม่ใช่ทั้งหมด พวกเขาไม่รู้วิธีการทำโฟโตลิโทกราฟในโลหะ พวกเขาขาดประสบการณ์ ปรากฏว่า ประสบการณ์ที่ขาดหายไปนั้นพบได้ในเบลารุส ที่บริษัท Planar ซึ่งได้เก็บรักษาศักยภาพที่สะสมมาอย่างมหาศาลจากยุคโซเวียต ประวัติของ Planar นั้นน่าสนใจและให้บทเรียนมากมาย แต่จำเป็นต้องเล่าแยกต่างหาก เพียงพอที่จะกล่าวถึงเทคโนโลยีการผลิต 500 นาโนเมตร ซึ่งช่างพิมพ์ภาพของ Planar ได้เชี่ยวชาญในปี 1992 เครื่อง EM-5784 ซึ่งปรากฏในปี 2017 กลายเป็นต้นแบบที่สำคัญสำหรับ Progress ของรัสเซีย ทันทีที่เห็นได้ชัดว่าอุตสาหกรรมไมโครอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไม่สามารถแข่งขันได้หากปราศจากเบลารุส งานจึงเริ่มต้นขึ้นในการอัพเกรด EM-5784 เป็น EM-5884 เครื่องพิมพ์ภาพนี้เองที่เป็นพื้นฐานโดยตรงสำหรับ Progress STP-350 เมื่อพูดถึงความเชื่อมโยงระหว่าง Progress STP-350 และ EM-5884 ผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นว่า เครื่องพิมพ์ภาพเครื่องแรกถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของเครื่องที่สอง โดยมีการปรับเปลี่ยนและจัดหาชิ้นส่วนบางอย่างเพื่อใช้ในรัสเซีย

    ขนาดของระบบ Progress ของรัสเซียนั้นน่าประทับใจ เครื่องพิมพ์ภาพด้วยแสงมีน้ำหนัก 3.5 ตัน สูง 2.5 เมตร และกว้าง 2 เมตร หน่วยทางกลและแสงหลักนี้ประกอบด้วยเลนส์เลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นใช้งาน 365 นาโนเมตร นอกจากนี้ยังมีหน่วยควบคุมขนาดเล็กกว่าเพิ่มเข้ามาในหน่วยหลัก ดังที่กล่าวมาข้างต้น ข้อได้เปรียบหลักของระบบ Progress คือการใช้เลเซอร์โซลิดสเตทแทนหลอดไฟปรอท ซึ่งช่วยให้ลำแสงมีความสว่างและความสม่ำเสมอสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้ได้ความละเอียดและความแม่นยำในการถ่ายโอนภาพที่สูงขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น เลเซอร์โซลิดสเตทมีอายุการใช้งานยาวนานกว่ามาก (สูงสุดหนึ่งหมื่นชั่วโมง) เมื่อเทียบกับหลอดไฟปรอทซึ่งต้องเปลี่ยนทุกๆ สองสามปี นอกจากนี้ เลเซอร์ในระบบเครื่องพิมพ์ภาพด้วยแสงยังประหยัดพลังงาน มีระบบแสงที่ทันสมัย และวัสดุสำหรับทำหน้ากากภาพถ่ายที่ดีกว่า

    ผู้ที่สนใจซื้อ Progress STP-350 จะต้องรอหนึ่งปีครึ่งหลังจากวางเงินมัดจำเท่ากับครึ่งหนึ่งของราคาเครื่องพิมพ์ภาพด้วยแสง ผู้ซื้อรายแรกของเครื่องนี้คือ Otraslevye Resheniya (Industry Solutions) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Element Group เครื่องพิมพ์ภาพด้วยแสงที่ผลิตเสร็จแล้วถูกจัดส่งให้ลูกค้าเมื่อปลายปีที่แล้ว และได้ผ่านกระบวนการปรับแต่งที่จำเป็นสำหรับการผลิตแล้ว เพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิง เครื่องรุ่นเดียวกันจากต่างประเทศมีราคาแพงกว่า Progress สองถึงสามเท่า

    การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตที่ระดับ 350 นาโนเมตร ซึ่งเป็นเทคโนโลยีภายในประเทศทั้งหมด ได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว ขณะนี้ทรัพยากรของศูนย์นาโนเทคโนโลยี Zelenograd มุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยี 130 นาโนเมตร แต่เรื่องนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งและเป็นความก้าวหน้าอีกรูปแบบหนึ่ง
    .

    https://www.facebook.com/share/p/18VmhQgLVo/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,550
    ค่าพลัง:
    +97,153
    侨批 “เฉียวพี” หรือโพยก๊วนที่คนไทยเชื้อสายจีนหลายคนคุ้นเคยเป็นอย่างดี แต่สำหรับชาวจีนส่วนใหญ่กลับเพิ่งได้รู้จักกับ “โพยก๊วน” ผ่านภาพยนตร์ภาษาแต้จิ๋วเรื่อง “จดหมายรักถึงอาม่า” (Dear You)
    .
    ในช่วงนี้มีหนังจีนภาษาถิ่นแต้จิ๋วที่กำลังดังมาก ๆ ในเมืองจีนนั่นคือเรื่อง “给阿嬷的情书” (แปลเป็นไทยว่า “จดหมายรักถึงอาม่า” ชื่อภาษาอังกฤษ “Dear You” ผลงานของผู้กำกับชาวแต้จิ๋ว หลัน หงชุน ได้รับการจัดให้เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ภาษาจีนที่ดีที่สุดในปี 2026 ซึ่งหนังเรื่องนี้ไม่ได้มีความยิ่งใหญ่อลังการแบบหนังฟอร์มยักษ์ แต่ใช้ความซาบซึ้งใจมาบอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ข้ามพรมแดนของชาวจีนและชาวจีนโพ้นทะเลในไทยที่ยาวนานเป็นเวลากว่าครึ่งศตวรรษ
    .
    การที่ภาพยนตร์เรื่องนี้โด่งดังขึ้นมาทำให้คนรุ่นใหม่ในจีนได้รู้จักกับวัฒนธรรมของ “เฉียวพี” (侨批) หรือ “โพยก๊วน” กันมากขึ้น “โพยก๊วน” คือการส่งเงินและจดหมายไปยังบ้านเกิดของชาวจีนโพ้นทะเลในอดีต ตั้งแต่ช่วงปลายราชวงศ์ชิงจนถึงยุคทศวรรษที่ 80 ชาวจีนจำนวนมากตัดสินใจล่องเรือข้ามทะเลมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อหาโอกาสสร้างเนื้อสร้างตัว พวกเขาได้ส่งความระลึกถึง ความรับผิดชอบและชีวิตกลับมายังถิ่นฐานบ้านเกิดผ่านจดหมายหลายฉบับนับไม่ถ้วน
    .
    “เฉียวพี” หรือ “โพยก๊วน” ไม่ได้เป็นเพียงแค่การส่งเงินกลับบ้าน แต่ยังเป็นการบอกว่าตนนั้นอยู่รอดปลอดภัยในต่างแดน ชาวจีนโพ้นทะเลรุ่นก่อน ๆ แม้ว่าจะต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากในแถบ “หนานหยาง” (南洋) หรือเอเชียอาคเนย์กันอย่างไรก็ต้องใช้จ่ายอย่างมัธยัสถ์นำเงินและจดหมายส่งกลับไปยังบ้านเกิด “เฉียวพี” แต่ละฉบับ ล้วนแบกรับความหวังของครอบครัวไว้เสมอ ในปี 2013 สารคดีเรื่อง “เฉียวพี จดหมายส่งเงินของชาวจีนโพ้นทะเล” (侨批档案——海外华侨银信) ยังได้รับการคัดเลือกให้รวมอยู่ใน “มรดกความทรงจำแห่งโลก” ซึ่งได้กลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของมนุษยชาติไปโดยปริยาย
    .
    ส่วนเรื่องราวใน “จดหมายรักถึงอาม่า” เป็นการเล่าถึงเรื่องราวในอดีตที่ใช้ “เฉียวพี” เป็นเบาะแสในสืบหาความจริง ในหนัง อาม่า เยี่ย ซูโหรว (叶淑柔) เก็บจดหมายที่ “อากง” ส่งมาโดยตลอด เสียว เหว่ย (晓伟) ผู้เป็นหลาน อยากช่วยอาม่าจึงแอบเดินทางมายังประเทศไทยเพื่อสืบเรื่องราวของ “อากง” หรือ เจิ้ง มู่เซิง (郑木生) ที่ลือกันว่าเป็นมหาเศรษฐีร้อยล้าน แต่กลับได้ทราบถึงเรื่องราวในต่างแดนที่ถูกซ่อนเร้นไว้กว่าครึ่งศตวรรษเข้าโดยบังเอิญ
    .
    ความจริงที่ได้พบ คือ “อากง” ได้จากไปนานแล้ว และจดหมายที่ส่งจากไทยกลับไปยังแต้จิ๋วเหล่านั้น แท้จริงแล้วกลับเป็นจดหมายที่เขียนขึ้นโดย “เซี่ย หนานจือ” หญิงสาวชาวแต้จิ๋วในไทย ซึ่งเธอรู้สึกประทับใจในเรื่องราวความผูกพันและเขียนจดหมาย ส่งเงิน ส่งของกลับไปเมืองจีนต่อเนื่องนานหลายปี เพียงเพื่อให้ อาม่า คนที่รอคอยที่บ้านเกิดรู้สึกอุ่นใจ จุดที่หนังทำให้คนซึ้งมากที่สุดไม่ได้มีแค่เรื่องราวความรัก แต่ยังมีความผูกพันและการเกื้อกูลกันระหว่างชาวจีนโพ้นทะเลเมื่อนานมาแล้ว โดยเฉพาะเรื่องของหญิงสองคนที่คอยช่วยเหลือกัน เป็นกำลังใจให้กันและกันท่ามกลางความแปรผันของยุคสมัย เกิดเป็นเรื่องราวที่ตราตรึงใจผู้ชมมากมาย
    .
    ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังมีฉากที่ถ่ายทำในประเทศไทยหลายฉากด้วย ชาวจีนโพ้นทะเลในไทยหลายคนดูแล้วก็รู้สึกไปในทางเดียวกัน ตอนนี้ก็มีหลายคนอินบอกซ์ว่าอยากให้หนังเรื่องนี้เข้าฉายที่ไทยเร็ว ๆ แล้วด้วย

    FB_IMG_1778326305262.jpg FB_IMG_1778326308033.jpg FB_IMG_1778326310468.jpg FB_IMG_1778326312497.jpg FB_IMG_1778326314857.jpg FB_IMG_1778326317809.jpg FB_IMG_1778326320239.jpg FB_IMG_1778326323367.jpg FB_IMG_1778326325737.jpg FB_IMG_1778326329380.jpg

    #จดหมายรักถึงอาม่า #DearYou #เฉียวพี #โพยก๊วน #แต้จิ๋ว #ภาษาแต้จิ๋ว #หนานหยาง #คนไทยเชื้อสายจีน #วัฒนธรรมจีนโพ้นทะเล #วัฒนธรรมจีนไทย #วัฒนธรรมแต้จิ๋ว #ภาพยนตร์ภาษาจีน #ภาพยนตร์จีน #หนังแนะนำ #มรดกความทรงจำแห่งโลก #Chinastory

    https://www.facebook.com/1000521431...bdRaW7L6JsoShQwycDQCZ3sjMxMl/?mibextid=NOb6eG
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,550
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์ยึดยูเรเนียมเสริมสมรรถนะขนาด 13.5 กิโลกรัมจากเวเนซุเอลาได้ในที่สุด!!!!

    สหรัฐฯ ได้ดำเนินการขนย้ายยูเรเนียมน้ำหนัก 13.5 กิโลกรัมออกจากเครื่องปฏิกรณ์วิจัยในเวเนซุเอลา และส่งต่อไปยังโรงงานในเซาท์แคโรไลนา หลังจาก “ปฏิบัติการที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน” กระบวนการทั้งหมดนี้ ได้รับความช่วยเหลืออย่างดีจากอังกฤษ

    FB_IMG_1778326498791.jpg FB_IMG_1778326502066.jpg FB_IMG_1778326505185.jpg

    https://www.facebook.com/share/p/18WgbDFoq1/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,550
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “ทรัมป์เริ่ม ‘เบื่อ’ สงครามที่ตัวเองเป็นคนเริ่ม!!”

    รายงานจาก The Atlantic ระบุว่า ทรัมป์เริ่มหมดความอดทนกับสงครามอิหร่าน หลังสถานการณ์ยืดเยื้อกว่าที่คาด ราคาพลังงานพุ่ง คะแนนนิยมเริ่มลดลง และยังไม่สามารถบีบให้อิหร่านยอมตามเงื่อนไขของสหรัฐฯ ได้

    รายงานยังอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดว่า ทรัมป์ “เบื่อ” สงครามนี้ และไม่ต้องการให้ความขัดแย้งลากยาวจนกระทบการเดินทางเยือนจีนและการเมืองภายในประเทศ โดยเฉพาะช่วงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม

    อย่างไรก็ตาม The Atlantic ชี้ว่า ปัญหาของสหรัฐฯ คือ "อิหร่านไม่ได้รีบร้อนจะจบสงคราม" และอาจสามารถทนแรงกดดันจากการปิดล้อมทางทะเลได้นานอีก 3–4 เดือน ทำให้เวลายิ่งผ่านไป ต้นทุนทางเศรษฐกิจและการเมืองของวอชิงตันก็ยิ่งสูงขึ้น

    นอกจากนี้ รายงานยังชี้ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มเผชิญข้อจำกัดด้านทางเลือกทางทหาร โดยไม่สามารถหา “เป้าหมายทางทหารสำคัญ” หากต้องกลับมาโจมตีใหม่ ซึ่งเสี่ยงทำให้สถานการณ์ลุกลามไปสู่การส่งทหารในภาคพื้นดินเต็มรูปแบบ ซึ่งอาจสร้างผลกระทบทางการเมืองและเศรษฐกิจในวงกว้างก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ

    ที่มา : Jonathan Lemire จาก The Atlantic

     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,550
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์กล่าวว่าเขา “อาจ” ย้ายกองทัพสหรัฐฯ จากเยอรมนีไปยังโปแลนด์

    “โปแลนด์ก็คงจะชอบเช่นกัน เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับโปแลนด์ ผมมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประธานาธิบดี”

    “ผมสนับสนุนเขา และเขาก็ชนะการเลือกตั้ง เขาพลิกสถานการณ์จากที่ตามหลังมามาก และเขาก็ชนะ เขาเป็นนักสู้ที่เก่งกาจ เขาเป็นคนดี ผมชอบเขามาก ดังนั้นมันจึงเป็นไปได้”

    https://www.facebook.com/share/v/1GkemctjPY/
     

แชร์หน้านี้

Loading...