ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,178
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จับตาความเสี่ยงภัยพิบัติครั้งใหญ่หลังเกิดแผ่นดินไหวต่อเนื่องถล่มพื้นที่ทางตะวันออกของกรุงเตหะราน

    อิหร่านระดมกำลังเฝ้าระวังสูงสุดหลังเกิดแผ่นดินไหวต่อเนื่อง 9 ครั้งในพื้นที่ปาร์ดิส หวั่นเป็นสัญญาณเตือนภัยมหันตภัยแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ถล่มเมืองหลวง

    มีรายงานว่าศูนย์เฝ้าระวังแผ่นดินไหวแห่งชาติอิหร่านตรวจพบแรงสั่นสะเทือนต่อเนื่องในระดับตื้นบริเวณเขตปาร์ดิส ทางตะวันออกของกรุงเตหะราน สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาระบุว่าพฤติกรรมการขยับตัวของเปลือกโลกในลักษณะนี้อาจเป็นสัญญาณของ "Foreshocks" ก่อนเกิดเหตุการณ์รุนแรงในอนาคต

    สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้รัฐบาลภายใต้การนำของผู้นำสูงสุด โมจตาบา คาเมเนอี (Mojtaba Khamenei) สั่งการให้หน่วยงานกู้ภัยและป้องกันภัยพลเรือนยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินระดับสูงสุดในพื้นที่เสี่ยงภัยรอบเมืองหลวง เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานในหลายจุดยังมีความเปราะบางต่อแรงสั่นสะเทือนขนาดใหญ่

    นักวิชาการเตือนว่าแนวรอยเลื่อนที่พาดผ่านกรุงเตหะรานมีความสะสมพลังงานมาอย่างยาวนาน โดยเหตุการณ์แผ่นดินไหวชุดล่าสุดนี้ถือเป็นความผิดปกติที่ต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดตลอด 48 ชั่วโมงข้างหน้า ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยและการเตรียมพื้นที่อพยพสำหรับประชาชนในจุดเสี่ยง

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาดเล็กต่อเนื่องจำนวน 9 ครั้งในเขตปาร์ดิส ทางตะวันออกของกรุงเตหะราน
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: การประเมินความเสียหายเชิงโครงสร้างของอาคารสูงในพื้นที่ใกล้เคียงและระดับพลังงานสะสมในรอยเลื่อนหลัก
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: การคาดการณ์วันและเวลาที่แน่นอนของการเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ (The Big One)

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – รายงานจากสถานีตรวจวัดแผ่นดินไหวและสื่อหลักในพื้นที่ยืนยันสถิติการสั่นสะเทือนตรงกัน

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: Al Jazeera, IRNA

    https://www.facebook.com/share/18jKFGA3SR/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,178
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ซานตงอ่วม! น้ำเสียดำสนิทท่วมไร่ข้าวสาลีนับพันหมู่ ชาวบ้านไม่กล้าเปิดหน้าต่าง
    ทางการอ้างเป็น “น้ำหมักชีวภาพ” แต่ชาวเน็ตไม่เชื่อ — ปนเปื้อนมากว่า 2 ปี ชาวนา “โกรธแต่ไม่กล้าพูด”
    พื้นที่เกษตรขนาดใหญ่ในเมืองเหอเจ๋อ มณฑลซานตง ถูกน้ำเสียอุตสาหกรรมสีดำสนิทท่วมขัง ข้าวสาลีเสียหายหนัก หลายแปลงถึงขั้นเก็บเกี่ยวไม่ได้ ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่เผยว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นมานานกว่า 2 ปีแล้ว แต่ไม่มีใครกล้าออกมาพูด
    พื้นที่เกิดเหตุ: ตำบลต่งกวนถุน อำเภอจวี้เหย่
    ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา บล็อกเกอร์หลายรายเดินทางไปยังตำบลต่งกวนถุน อำเภอจวี้เหย่ เมืองเหอเจ๋อ มณฑลซานตง เพื่อบันทึกภาพพื้นที่เกษตรที่ถูกน้ำเสียสีดำท่วมขัง จนกลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์จีน
    จากคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ พื้นที่เกษตรขนาดใหญ่ถูกของเหลวสีดำปกคลุมจนมีสภาพคล้าย “บ่อน้ำมัน” ต้นข้าวสาลีจำนวนมากแห้งตาย พื้นที่โดยรอบส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงและฉุนจมูก คูน้ำใกล้เคียงเต็มไปด้วยน้ำดำที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงวันและยุง ชาวบ้านในหมู่บ้านใกล้เคียงถึงขั้นไม่กล้าเปิดหน้าต่างบ้าน
    มีอุปกรณ์ “พ่นน้ำดำ” ลงไร่นาอย่างต่อเนื่อง
    ภาพในคลิปยังแสดงให้เห็นว่าในพื้นที่เกษตรมีอุปกรณ์ลักษณะคล้ายระบบสปริงเกลอร์ กำลังพ่นของเหลวสีดำลงสู่ผืนนาอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลที่แพร่กระจายบนโลกออนไลน์ระบุว่า พื้นที่เกษตรที่ได้รับผลกระทบอาจมีมากถึง “หลักพันหมู่” (1 หมู่จีน ≈ 666 ตารางเมตร)
    ชาวบ้าน “โกรธแต่ไม่กล้าพูด” มากว่า 2 ปี
    จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ บล็อกเกอร์พบว่าสถานการณ์น้ำดำท่วมไร่นาเกิดขึ้นต่อเนื่องมานานกว่า 2 ปีแล้ว นอกจากผลผลิตข้าวสาลีจะลดลงอย่างหนักหรือเสียหายจนเก็บเกี่ยวไม่ได้ ชาวบ้านยังไม่กล้าดื่มน้ำบาดาลในพื้นที่อีกด้วย แต่ไม่มีใครกล้าออกมาเรียกร้องอย่างเปิดเผย
    ทางการแก้ต่าง อ้างเป็น “น้ำหมักชีวภาพ”
    วันที่ 12 พฤษภาคม ภายใต้แรงกดดันจากกระแสสังคม ทางการท้องถิ่นออกมาชี้แจงโดยอ้างว่า พื้นที่ที่ปรากฏในคลิปคือ “เขตนำของเหลวจากบ่อหมักชีวภาพกลับไปใช้กับพื้นที่เพาะปลูก” บริเวณใกล้หมู่บ้านเริ่นเตี้ยน ตำบลต่งกวนถุน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่บริษัทจัดการของเสียจากปศุสัตว์เช่าใช้ดำเนินธุรกิจแปรรูปของเสียอินทรีย์ให้กลายเป็นทรัพยากร
    ชาวเน็ตจีนไม่เชื่อ ตั้งข้อสงสัยเป็นการ “ปกปิดความจริง”
    อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงของทางการมักถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องความน่าเชื่อถือ ชาวเน็ตจำนวนมากตั้งคำถามว่า หากเป็นเพียง “น้ำหมักชีวภาพ” ตามที่ทางการกล่าวอ้างจริง เหตุใดข้าวสาลีจึงแห้งตาย ชาวบ้านไม่กล้าดื่มน้ำบาดาล และต้องปิดหน้าต่างบ้านหนีกลิ่น พร้อมสงสัยว่าคำอธิบายอย่างเป็นทางการอาจเป็นการกลบเกลื่อนความจริงที่มืดมนกว่านั้น
    ภายใต้แนวทาง “พัฒนาอุตสาหกรรม” ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่แลกมาด้วยการทำลายสิ่งแวดล้อม หลายพื้นที่ในจีนแผ่นดินใหญ่กำลังเผชิญกับปัญหามลพิษรุนแรงในลักษณะคล้ายคลึงกัน โดยภาระทั้งหมดตกอยู่กับชาวบ้านในท้องถิ่นที่ไม่มีปากเสียง
    แหล่งข่าว: 新唐人 (Xin Tang Ren / NTDTV), @AllenLeo89064 บน X, 纵览新闻
    https://www.facebook.com/share/1Ke9w6M6Ad/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,178
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "หนึ่งในเหตุผลที่ผมสนับสนุนนาโตก็เพราะมันทำให้เรามีสิทธิ์ตั้งฐานทัพในยุโรป

    ดังนั้นเมื่อพันธมิตรนาโตอย่างสเปนปฏิเสธไม่ให้เราใช้ฐานทัพเหล่านั้น ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้นาโตเป็นประโยชน์ต่ออเมริกา แล้วพันธมิตรนี้จะมีประโยชน์อะไร?" - มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ

    เขากล่าวกับ NBC หลังจากการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิง ว่าจีนระบุว่าไม่สนับสนุนการเสริมกำลังทางทหารในช่องแคบฮอร์มุซ หรือการเก็บค่าธรรมเนียมใดๆสำหรับการผ่านแดน โดยอธิบายว่าเป็นจุดที่เห็นพ้องกับวอชิงตัน

    รูบิโอเสริมว่าคำถามสำคัญคือ "เราจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้" โดยระบุว่าทรัมป์ไม่ได้เรียกร้องให้ปักกิ่งดำเนินการใดๆ แต่ได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาเพื่อชี้แจงจุดยืนของสหรัฐฯพร้อมทั้งย้ำว่า "อิหร่านไม่ควรมีอาวุธนิวเคลียร์" - NBC

    14/05/2026

    https://www.facebook.com/share/p/18ST35eekj/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,178
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “ผบ.ทร.”ลั่นยึด เส้น 2516
    ไม่ว่าจะ ยกเลิก MOU2544 หรือไม่
    เราจะรักษาเส้นนั้น
    เส้นเขตแดนที่ไทยยึด ไม่ได้ใช้จินตนาการ
    แต่มองเป็นเรื่องดี มาใช้UNCLOS
    เพราะไทย ยึดมั่นกติกาสากลมาตั้งแต่ต้น
    สส.พรรคประชาชน โผล่ดู ทร.ซ้อมรบ
    หนุน ซื้อฟริเกต ลำ2 ด่วน
    ชี้เป็น ขวัญกำลังใจ
    เหมือนเป็นโชคร้าย

    .
    พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผบ.ทร. ให้สัมภาษณ์ถึงการที่รัฐบาล
    ยกเลิก MOU 2544 ว่า ทหารเรือ เรายังคงรักษาเส้นแนวที่เราประกาศไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2516 ซึ่งการประกาศเส้นแนวดังกล่าว เราใช้หลักการของกฎหมายทางทะเล เราจึงไม่กังวล เนื่องจากเราใช้หลักการตรงนั้นอยู่แล้ว

    ทั้งนี้ เมื่อกัมพูชาจะมาใช้กฎหมายทะเล ก็คงเป็นไปตามหลักการที่เราประกาศไว้อยู่แล้ว และยืนยันว่า เราจะรักษาเส้นที่เราประกาศไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2516

    เมื่อถามว่า กำลังมองว่าการเจรจาในส่วนของ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 UNCLOS ถือเป็นเรื่องดีใช่หรือไม่ พลเรือเอก ไพโรจน์ กล่าวว่า กฎหมายที่เป็นหลักสากล ถ้าทุกประเทศยึดมั่นในหลักสากล ส่วนตัวคิดว่าประโยชน์จะเกิดขึ้นกับทุกฝ่าย ซึ่งเรายึดหลักนี้มาตั้งแต่แรก และเราไม่ได้ประกาศโดยใช้จินตนาการ แต่เราประกาศโดยใช้หลักการอยู่แล้ว ดังนั้นยืนยันว่า เราจึงไม่กังวลเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้

    ด้าน นายเอกราช อุดมอำนวย ว่าที่ประธานคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ส.ส.พรรคประชาชน เดินทางมาชมการฝึกกองทัพเรือประจำปี 2569 ณ สนามฝึกกองทัพเรือหมายเลข 15 หาดยาว อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

    นายเอกราช กล่าวว่า สถานการณ์หลังการยกเลิก MoU 44 มีความไม่แน่นอนสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดความตึงเครียดทางทะเล ดังนั้นรัฐบาลควรให้ความสำคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถในด้านกำลังรบทางเรือมากขึ้น

    ในฐานะที่กองทัพเรือมีภารกิจในการปกป้องผลประโยชน์ทางทะเล ซึ่งในสมุดปกขาวของกองทัพเรือ ไปมีแผนในการจัดหายุทโธปกรณ์และเรือรบเอาไว้เพื่อรองรับการปลดระวางเรือที่จะหมดอายุใช้งาน ในภาพรวมเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อสนับสนุนการทำหน้าที่รั้วทางทะเล

    แต่ปรากฏว่ารัฐบาลไม่อนุมัติงบประมาณในการจัดหาฟริเกตลำที่2ในกรอบงบประมาณปี 2570

    โดยผม จะนำข้อมูลที่ได้เข้ารับชมในวันนี้ไปตั้งกระทู้ในสภาฯเพื่อสอบรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ในฐานะที่ท่านเป็นทหารบกอาจจะไม่เห็นข้อมูลของทหารเรือ ก็จะได้นำไปบอกท่าน

    “เป็นเรื่องของขวัญกำลังใจด้วยเพราะกองทัพเรือต้องเจอกับ ภาวะทางการเมืองก่อนหน้านี้ เกี่ยวกับเครื่องยนต์ดำน้ำ แล้วก็มาเจอเรื่องเรือฟริเกตอีก เหมือนเป็นโชคร้าย

    และถ้ารัฐบาลจะหั่นงบผูกพันเรือฟริเกตลำที่ 2ออกไป ก็มีคำถามว่าจะกระทบต่อการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลและบูรณภาพแห่งดินแดนหรือไม่ และการไปยกเลิก MoU 44 แล้วไม่ให้กองทัพเรือมีเครื่องไม้เครื่องมือ มีเขี้ยวเล็บ จะไม่กระทบต่อขวัญกำลังใจในการทำงานได้อย่างไร“

    #เรือฟริเกต

    https://www.facebook.com/share/18UsWEsEFN/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,178
    ค่าพลัง:
    +97,153
    【ยุค “ปิดประตู” การอพยพมาถึงแล้ว — เมื่อโลกเลี้ยวขวา คนจีนจะหนีไปไหน?】

    จาก “โหมดสวรรค์” สู่ “โหมดนรก” ภายในไม่กี่ปี ประตูประเทศพัฒนาแล้วกำลังปิดลงทีละบาน และเบื้องหลังไม่ใช่แค่วัฒนธรรม แต่คือผลประโยชน์
    ในรอบปีที่ผ่านมา อาจเรียกได้ว่าเป็น “ยุคที่การหนีออกนอกประเทศพังทลาย” หรือ “ยุคปิดประตูการอพยพ” ประเทศพัฒนาแล้วแทบทุกประเทศต่างยกระดับเงื่อนไขการรับผู้อพยพมากบ้างน้อยบ้าง

    สหรัฐฯ เพิ่งยกระดับเกณฑ์วีซ่า H-1B ส่วนการขอลี้ภัยทางการเมืองด้วยการ “เดินสาย” (走线) เข้าสหรัฐฯ ปัจจุบันแทบเป็นไปไม่ได้แล้ว คนจีนจำนวนไม่น้อยที่เดินสายเข้าสหรัฐฯ ยังเสี่ยงถูก ICE ส่งตัวกลับ

    ส่วนแคนาดา ดินแดนในฝันของผู้อพยพชาวจีน ปัจจุบันแทบจะอพยพเข้าไม่ได้แล้วเช่นกัน โควตาผู้อพยพถูกหั่นจากเดิม 500,000 คน เหลือ 250,000 คน
    โควตา 250,000 ไม่ได้เผื่อคนที่ยังไม่เคยมา

    อย่าเพิ่งคิดว่าโควตา 250,000 ยังพอไหว เพราะตัวเลขนี้แท้จริงแล้วใช้เพื่อ “ระบาย” คนที่ถือวีซ่าทำงานและวีซ่านักเรียนอยู่ในแคนาดาแล้ว ไม่ใช่เผื่อไว้ให้คนที่ไม่เคยเหยียบแผ่นดินแคนาดามาก่อน หากตอนนี้ยังอยู่บนแผ่นดินจีนและไม่เคยไปแคนาดาเลย การคิดจะอพยพไปแคนาดาถือเป็น “ระดับความยากขั้นนรก”

    ฟางเหลียนเล่าว่า เคยเห็นคนท้องถิ่นในฟอรัมล้อกันว่า ต่อให้นายกฯ คาร์นีย์หรือทรูโดมาเอง ก็อพยพไม่ได้ เพราะอายุมากเกินไป
    ญี่ปุ่น: ยกเพดานทุนวีซ่าบริหารจัดการพุ่ง 6 เท่า

    ญี่ปุ่นก็ยกระดับความยากอย่างหนัก วีซ่าบริหารจัดการกิจการ (経営管理) ปรับเกณฑ์เงินทุนจาก 5 ล้านเยน เป็น 30 ล้านเยน คนจีนจำนวนมากที่ถือวีซ่าประเภทนี้กำลังเผชิญความเสี่ยงถูกเพิกถอน

    นอกจากนี้ยังมีข่าวว่าวีซ่าผู้ติดตามอาจกำหนดให้ต้องมีภาษาญี่ปุ่นระดับ N2 และญี่ปุ่นกำลังเข้มงวดเงื่อนไขการแปลงสัญชาติด้วย
    อังกฤษ ออสเตรเลีย และ “โกลเดนวีซ่า” ยุโรป

    อังกฤษปรับเกณฑ์เงินเดือนขั้นต่ำของวีซ่าแรงงานทักษะ ตั้งแต่ปี 2024 จาก 25,000 ปอนด์ ขึ้นเป็น 38,000 ปอนด์ และต่อมาเป็น 41,700 ปอนด์

    ออสเตรเลียปรับเพดานเงินเดือนขั้นต่ำของวีซ่าทำงาน 482 ขึ้นหลายครั้ง ส่วนวีซ่าจบใหม่ 485 ถูกหั่นระยะเวลาจาก 4 ปี เหลือ 2 ปี

    โครงการโกลเดนวีซ่าของโปรตุเกส สเปน ไอร์แลนด์ กรีซ ไม่ถูกปิดก็ถูกยกเพดานสูงขึ้นมาก แม้แต่สิงคโปร์และดูไบก็ยกระดับเงื่อนไขเช่นกัน
    เบื้องหลังข้อที่ 1: เสียงสะท้อนของการ “เลี้ยวขวา” ทั่วโลกปี 2024

    ในระยะสั้น การพลิกกลับของกระแสอพยพคือเสียงสะท้อนของการเลี้ยวขวาทางการเมืองทั่วโลกปี 2024 ซึ่งเป็นปีเลือกตั้งใหญ่ มีกว่า 70 ประเทศจัดการเลือกตั้ง ครอบคลุมประชากรเกือบครึ่งโลก หลังการเลือกตั้งครั้งนั้น กระแสเลี้ยวขวาที่นำโดยสหรัฐฯ ก็มาถึงอย่างเป็นทางการ และรัฐบาลฝ่ายขวาแทบทุกแห่งมีแนวโน้มต่อต้านผู้อพยพชัดเจน

    ฟางเหลียนมองว่า ทัศนคติสุดโต่งนี้คือ “บูมเมอแรง” ของการเมืองอัตลักษณ์ (identity politics) ของฝ่ายซ้ายที่สะสมมานานนับสิบปี เมื่อการเน้นพหุวัฒนธรรม ความเท่าเทียมทางเชื้อชาติ และประเด็น LGBT ถูกผลักไปจนสุด ก็เกิดแรงต้านจากกลุ่มคนผิวขาวชนชั้นกลางล่างและชาวคริสต์ดั้งเดิมที่รู้สึกว่าตนกลายเป็น “พลเมืองชั้นสอง” ในประเทศของตัวเอง อารมณ์นี้คือสิ่งที่เรียกว่า “วัฒนธรรมต้าน Woke” (反觉醒文化) โดยมีอีลอน มัสก์ เป็นตัวแทนนักธุรกิจของกระแสนี้
    เบื้องหลังข้อที่ 2: ทำไม “ผู้อพยพ” จึงโดนก่อน?

    แม้ขบวนการต้าน Woke จะต่อต้านหลายเรื่อง — LGBT มุสลิม ความถูกต้องทางการเมือง — แต่หลายเรื่องแก้ยากและการแตะต้องอาจทำร้ายตัวนักการเมืองเอง เพราะกลุ่ม LGBT หรือชนกลุ่มน้อยทางศาสนา/เชื้อชาติ ล้วนเป็น “พลเมือง” ที่มีสิทธิ์ลงคะแนน

    แต่ผู้อพยพต่างออกไป — ในแทบทุกประเทศ ผู้อพยพแทบไม่มีสิทธิทางการเมือง การ “เชือดผู้อพยพ” เพื่อเอาใจฐานเสียงจึงเป็นวิธีที่นักการเมืองเสียต้นทุนน้อยที่สุด และเห็นผลเร็วที่สุด เพียง 3-4 เดือนก็เห็นผล เช่น เมื่อแคนาดายกระดับความยาก ประชากรรวมลดลงทันที ราคาบ้านก็ลดลง ส่วนญี่ปุ่น เมื่อยกเกณฑ์วีซ่าบริหารจัดการ ยอดผู้สมัครดิ่งจากกว่า 1,700 คนต่อเดือน เหลือ 70 คน
    เบื้องหลังข้อที่ 3: รากที่แท้จริงคือ “การถดถอยของโลกาภิวัตน์”

    ฟางเหลียนมองว่าวัฒนธรรมต้าน Woke เป็นเพียงปัจจัยผิวเผิน รากลึกอยู่ที่โครงสร้างโลกาภิวัตน์ที่เปลี่ยนไป กระแสความคิดฝ่ายซ้ายในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาแท้จริงเป็นผลผลิตของโลกาภิวัตน์ — เมื่อการค้าโลกเติบโต 1% จำนวนผู้อพยพจะเพิ่มราว 1.5% โดยอ้างอิงงานวิจัยที่สคริปต์ระบุว่าเป็นของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย และผู้อพยพยังทำหน้าที่เป็น “สะพาน” เพิ่มการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ

    แต่เมื่อจีนเข้าสู่การยกระดับอุตสาหกรรมแบบ “ทุ่มตลาดราคาถูก” และรุกเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ ภาคการผลิตของสหรัฐฯ ก็ถูกบีบ — สิ่งที่เศรษฐศาสตร์เรียกว่า “China Shock” แรงงานที่ถูกบีบส่วนใหญ่คือคนผิวขาวรายได้ปานกลาง-ล่าง ซึ่งเป็นฐานหลักของแนวคิดต้าน Woke ขณะที่คนปกขาวในซิลิคอนแวลลีย์แทบไม่ได้รับผลกระทบ จึงยังเป็นฝ่ายซ้ายที่หนักแน่นที่สุด ความแตกแยกซ้าย-ขวาเบื้องหลังจึงเป็นความแตกแยกทางผลประโยชน์
    ทางออกอยู่ที่ไหน? และ “ระบบแรงงานรับเชิญ”

    ฟางเหลียนประเมินว่า ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า ความยากในการอพยพจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และยากจะพลิกกลับในระยะสั้น พร้อมยกตัวอย่างการเลือกตั้งท้องถิ่นอังกฤษที่พรรค Reform ขวาจัดได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นมาก กรณีพรรค AfD ในเยอรมนี และการขึ้นสู่อำนาจของทาคาอิจิ ซานาเอะในญี่ปุ่น

    ทางออกที่ฟางเหลียนชี้ว่าประเทศขวาจัดอาจเลือกใช้คือ “ระบบแรงงานรับเชิญ” (客工制度) เช่นระบบ “กาฟาลา” (Kafala) ในรัฐอ่าวอาหรับ ที่อนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามา “ทำงาน” ได้ แต่ไม่เกี่ยวกับการ “อพยพ” เลย

    ฟางเหลียนบรรยายว่าระบบนี้ใกล้เคียงทาสยุคใหม่ — แรงงานต่างชาติแทบไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน เปลี่ยนงานก็เสียวีซ่าทันที และยกกรณี “ใบเหลือง” ของสิงคโปร์ที่เป็นวีซ่าทำงานเฉพาะอุตสาหกรรมบริการทางเพศเป็นตัวอย่างสุดขั้ว
    บทสรุป: คนแต่ละกลุ่มจะเจอชะตากรรมต่างกัน

    ฟางเหลียนสรุปว่า อนาคตอันใกล้ รูปแบบใหม่ของการอพยพอาจกลายเป็น “ไปทำงานในประเทศพัฒนาแล้วได้ แต่อพยพไม่ได้”

    สำหรับแรงงานพื้นฐาน ผลกระทบอาจไม่มาก เพราะโครงสร้างประชากรของประเทศเหล่านี้ทำให้ความต้องการแรงงานไม่ลดลง และไม่ต้องรีบ ทำตามจังหวะตัวเองได้

    แต่สำหรับชนชั้นกลางที่อพยพเพื่อจัดสรรสินทรัพย์ แก้ปัญหาการศึกษาบุตร และยกระดับชนชั้น ผลกระทบจะมหาศาล เพราะเป้าหมายเหล่านี้ตั้งอยู่บนเงื่อนไขว่าต้อง “ได้สถานะ” ไม่ใช่แค่ไปทำงาน

    ข้อแนะนำสุดท้ายของฟางเหลียนคือ ชนชั้นกลางที่ตั้งเป้าจะอพยพ “การเป็นพวกรอดูสถานการณ์ไม่มีอนาคต” และอีก 3-5 ปี ปัญหาอาจไม่ใช่ยากหรือง่าย แต่เป็น “มีทางหรือไม่มีทาง”
    ที่มา: สคริปต์รายการ 多伦多方脸 (Toronto Big Face) ตอน “全球右转,移民关门时代到来” เผยแพร่ 13 พ.ค. 2026 / ช่อง YouTube @torontobigface

    อ่านฉบับเต็ม : https://www.facebook.com/share/p/18MAgrYyVu/?mibextid=wwXIfr

    https://www.facebook.com/share/1FsxyKt7BJ/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,178
    ค่าพลัง:
    +97,153
    มาลี โฆษก กัมพูชา โพสกลางดึกอีกแล้ว

    ซัดสื่อไทย กล่าวหา ทหาร เขมร ลั่น M79 ที่ชายแดน กัมพูชา ไร้หลักฐาน ไม่เป็นความจริง

    ที่มาข่าว อยู่ในคอมเม้นท์ เพจ Duck News
    FB_IMG_1778802803281.jpg
    #cambodia #ducknews #เขมร #กัมพูชา

    https://www.facebook.com/share/p/1RoStw3xJJ/
     

แชร์หน้านี้

Loading...