ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,029
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สถานการณ์พลังงานในรัสเซียตึงเครียดหนักหลังระบบลำเลียงน้ำมันดิบและสถานีสูบจ่ายหลักถูกโจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อการผลิตเชื้อเพลิงภายในประเทศ

    โดรนโจมตีระยะไกลของยูเครนประสบความสำเร็จในการโจมตีสถานีสูบจ่ายน้ำมันดิบและสถานีลำเลียงน้ำมันในภูมิภาคโวลโกกราด ทางตอนใต้ของรัสเซีย ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้รุนแรงและสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อท่อส่งน้ำมันยุทธศาสตร์จากภูมิภาคโวลกาและไซบีเรียตะวันตก มุ่งสู่โรงกลั่นน้ำมันและท่าเรือส่งออกหลักในทะเลดำ

    กระทรวงพลังงานของรัสเซียออกมายอมรับเป็นครั้งแรกว่า การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานด้วยโดรนที่ทวีความรุนแรงขึ้น เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำมันเบนซินอย่างหนักในหลายพื้นที่ โดยปัจจุบันมีรายงานว่าภูมิภาคต่างๆ ของรัสเซียและเขตยึดครองรวมกว่า 25 แห่ง กำลังเผชิญภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิงและการหยุดชะงักของระบบการกระจายน้ำมัน จนนำไปสู่มาตรการจำกัดการซื้อน้ำมันตามสถานีบริการ

    ด้านทำเนียบเครมลินภายใต้การนำของประธานาธิบดี Vladimir Putin ยังคงพยายามควบคุมสถานการณ์ด้วยการสั่งห้ามส่งออกน้ำมันเบนซินจนถึงปลายเดือนกรกฎาคม เพื่อสำรองน้ำมันไว้ใช้ภายในประเทศ พร้อมทั้งจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อเร่งกู้คืนระบบและกระจายเชื้อเพลิงไปยังพื้นที่ภาคใต้และมอสโกที่เริ่มได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนดีเซลเช่นกัน

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: ยูเครนส่งโดรนโจมตีสถานีลำเลียงและสูบจ่ายน้ำมันในภูมิภาคโวลโกกราดจริง และกระทรวงพลังงานรัสเซียยอมรับว่าการโจมตีทางอากาศส่งผลกระทบให้เกิดการขาดแคลนน้ำมันเบนซินในกว่า 25 ภูมิภาค
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: ข้อมูลประเมินความเสียหายระยะยาวของโครงสร้างท่อส่งน้ำมัน Kuibyshev-Tikhoretsk และขีดความสามารถในการฟื้นฟูกระบวนการกลั่นน้ำมันดิบของรัสเซียในเดือนมิถุนายน
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: รายงานข่าวลือบนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการปิดสถานีบริการน้ำมันอย่างถาวรในเมืองใหญ่และการหยุดชะงักของระบบขนส่งทางทหารทั้งหมด

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากแถลงการณ์ของกระทรวงพลังงานรัสเซีย และมีรายงานตรงกันจากสำนักข่าว Tier 1 ระดับโลก

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: Reuters, The Moscow Times

    https://www.facebook.com/share/p/1BvzQXXqh4/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,029
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงทวีความตึงเครียดอย่างต่อเนื่องหลังกองทัพอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหม่

    ระเบิดระลอกใหม่ถล่มเลบานอนตอนใต้ อิสราเอลส่งโดรน-เครื่องบินรบโจมตีพื้นที่เป้าหมาย

    มีรายงานจากสำนักข่าวแห่งชาติเลบานอน (NNA) ว่า กองทัพอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศเข้าใส่เป้าหมายหลายจุดในพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอน โดยการโจมตีทางอากาศครั้งล่าสุดเกิดขึ้นที่เมืองคิอัม (Khiam) ในเขตมาร์จายูน (Marjayoun) ขณะเดียวกันมีการใช้โดรนติดอาวุธโจมตีเป้าหมายในเมืองคาซิบา (Qasiba) ของผู้ว่าราชการจังหวัดนาบาทิเยห์ (Nabatieh) ก่อให้เกิดกลุ่มควันขนาดใหญ่เหนือพื้นที่ดังกล่าว

    ปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้เกิดขึ้นไม่นานหลังจากกองทัพอิสราเอลภายใต้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี Benjamin Netanyahu ได้ออกคำสั่งเตือนให้ประชาชนอพยพออกจากพื้นที่ในหมู่บ้านและเมืองต่างๆ กว่า 20 แห่งในภาคใต้ รวมถึงพื้นที่ใกล้กับเมืองนาบาทิเยห์ โดยทางการอิสราเอลระบุว่ากลุ่ม Hezbollah ได้ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ส่งผลให้ต้องมีการบังคับใช้มาตรการทางทหารเพื่อตอบโต้และทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางอาวุธ

    ด้านกองกำลัง Hezbollah ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่าได้ทำการยิงสกัดกั้นการรุกคืบของภาคพื้นดินของกองทัพอิสราเอลในบางจุด ขณะที่สถานการณ์การอพยพของประชาชนชาวเลบานอนยังคงวิกฤต โดยมีรายงานผู้พลัดถิ่นสะสมแล้วเป็นจำนวนมาก นับตั้งแต่ความขัดแย้งระลอกใหม่ปะทุขึ้น ท่ามกลางความพยายามเจรจาทางการทูตในระดับสากลที่ยังคงไร้ข้อยุติ

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: กองทัพอิสราเอลส่งโดรนและเครื่องบินรบโจมตีเมืองคิอัมและเมืองคาซิบาทางตอนใต้ของเลบานอน มีการออกคำสั่งเตือนให้อพยพในพื้นที่กว่า 20 แห่งก่อนหน้าการโจมตี
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: ตัวเลขผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตอย่างเป็นทางการจากแรงระเบิดในพื้นที่เป้าหมายทั้งสองเมือง
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: การอ้างสิทธิ์ของแต่ละฝ่ายเกี่ยวกับการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงจำนวนความสูญเสียของยุทโธปกรณ์ภาคพื้นดิน

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – รายงานสอดคล้องกันจากสำนักข่าวแห่งชาติเลบานอน (NNA) สำนักข่าวต่างประเทศแถวหน้าอย่าง AFP, Reuters และเครือข่ายสื่อมวลชนในพื้นที่ตะวันออกกลาง

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: NNA, AFP, Reuters

    https://www.facebook.com/share/p/1934QUah8S/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,029
    ค่าพลัง:
    +97,153
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,029
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สหรัฐฯ กับอิหร่าน อาจลงนามเจรจากันได้วันนี้ตามที่ทรัมป์อ้าง แต่ “ราคาน้ำมัน” คงต้องใช้เวลาซักพักเพื่อปรับตัวลง เพราะแต่ละประเทศเสียหายจากสงครามพอสมควร

    https://www.facebook.com/share/p/19fnBq7pxj/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,029
    ค่าพลัง:
    +97,153
    พรุ่งนี้ …. ลงนามข้อตกลงสันติภาพตะวันออกกลาง !!!!
    แม้จะมีเหตุต่างๆ

    อุปสรรคจากอิหร่านยิงโดรนใส่เรือ

    อิสราเอลที่ยังถล่มตอนใต้ของเลบานอน

    ข้อตกลงยังเดินหน้า

    ล่าสุดท่าน President Trump แจ้งว่า
    เปิดดูไฟล์ 6677973
    Barack Hussein Obama’s Deal with Iran, the JCPOA, was an easy, beautiful, smooth road to a Nuclear Weapon, which Iran would have had six years ago, and would have used long before now. My Agreement with Iran is the exact opposite, A WALL TO NO NUCLEAR WEAPON!

    In fact, they no longer want a Nuclear Weapon, nor will they have one, either through purchase, development, or any other form of procurement.

    The Deal is scheduled to get signed tomorrow, and immediately after it is signed, the Hormuz Strait is OPEN TO ALL. Our relationship with Iran is a much different and better one than previous Administrations have had. Unlike Obama’s Hundreds of Billions of Dollars in payments to them, including 1.7 Billion Dollars in green, cold cash, no money will exchange hands.

    At the appropriate time, when all is calm, we will go in and get the Nuclear Dust, buried deep under the powerful sunken granite mountains, thanks to our beautiful B-2 Bombers and their brilliant pilots, and downblend and destroy it, whether in Iran, or the United States.

    We look forward to working with Iran, and the entire Middle East, long into the future. Hopefully, this process will all work out quickly, easily, and smoothly. If it doesn’t, we have the ultimate alternative, hopefully never to be used again!

    ข้อตกลง JCPOA ของโอบามากับอิหร่าน คือเส้นทางด่วนไปสู่อาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งอิหร่านพยายามจะมีตั้งแต่ 6 ปีก่อน และหากสำเร็จ ก็คงนำมาใช้ไปแล้ว

    ข้อตกลงของผมกับอิหร่านตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง — มันคือ กำแพงขนาดยักษ์ที่ปิดทางสู่อาวุธนิวเคลียร์โดยสิ้นเชิง!

    ความจริงก็คือ วันนี้อิหร่านไม่ต้องการอาวุธนิวเคลียร์อีกต่อไป และจะไม่มีวันได้มันมา ไม่ว่าจะด้วยการซื้อ การพัฒนา หรือวิธีใดก็ตาม

    ข้อตกลงมีกำหนดลงนามพรุ่งนี้ และทันทีที่ลงนามเสร็จ ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดให้ทุกประเทศใช้งานได้อย่างเสรี

    ความสัมพันธ์ของเรากับอิหร่านในวันนี้ แตกต่างจากรัฐบาลก่อน ๆ อย่างสิ้นเชิง และดีกว่ามาก

    ต่างจากยุคโอบามาที่ส่งเงินให้อิหร่านเป็น หลายแสนล้านดอลลาร์ รวมถึงเงินสดก้อนโต 1.7 พันล้านดอลลาร์ที่ขนส่งกันเป็นเงินสดจริง ๆ — ข้อตกลงของเราไม่มีการจ่ายเงินแม้แต่ดอลลาร์เดียว!

    เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม และทุกอย่างสงบเรียบร้อย เราจะเข้าไปนำ “Nuclear Dust” หรือวัสดุนิวเคลียร์ที่ถูกฝังลึกอยู่ใต้ภูเขาหินแกรนิตมหึมา ซึ่งพังถล่มลงมาจากพลังอันมหาศาลของ เครื่องบิน B-2 ที่งดงามของเราและนักบินผู้ยอดเยี่ยมของเรา ออกมา แล้วทำการลดความเข้มข้นและทำลายทิ้ง ไม่ว่าจะในอิหร่านหรือในสหรัฐ

    เราหวังที่จะร่วมมือกับอิหร่าน และกับทั้งตะวันออกกลาง ไปอีกยาวนานในอนาคต โดยหวังว่ากระบวนการทั้งหมดนี้จะดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ง่ายดาย และราบรื่น

    แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น… เรามีทางเลือกสุดท้ายที่ทรงพลัง — ที่หวังว่าจะไม่จำเป็นต้องใช้มันอีก

    ….

    มาดูกันว่า

    พรุ่งนี้ทั้งสองฝั่งจะส่งใครจะไปเซ็น

    รายละเอียดสุดท้ายของข้อตกลงคืออะไร

    นอกเหนือจากที่ President Trump เขียนไว้

    - อิหร่านสัญญาจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์

    - ช่องแคบ Hormuz จะเปิดทันที ใช้งานอย่างเสรี

    - ไม่มีการจ่ายเงิน

    - จะไปจัดการทำลายฝุ่นนิวเคลียร์เมื่อเวลาเหมาะสม

    ซึ่งจากรายละเอียดจะเห็นว่าได้ว่าฝ่ายไหนมีไพ่เหนือกว่า

    ฝ่ายไหนเป็นฝ่ายที่ต้องยอม

    สุดท้าย

    หวังว่าจะไม่มีใคร

    ไม่มีเหตุการณ์ใด

    ที่มาทำให้เสียขบวน

    จนไม่สามารถเซ็นข้อตกลงกันได้

    โดยที่น่าสังเกต ก็คือ

    President Trump ยังคงข่มขู่ตลอดเวลา

    ว่าพร้อมใช้อาวุธโจมตีอีกรอบ หากไม่ได้ตามต้องการ

    #Trump #IranWar

    https://www.facebook.com/share/p/1HbQJPTrqn/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,029
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อิหร่านโต้ยังไม่เซ็น MOU กับสหรัฐ 14 มิ.ย.นี้
    .

    เอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเผยว่า รัฐบาลเตหะรานไม่มีแผนส่งเจ้าหน้าที่เดินทางไปยังเมืองเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ หรือปากีสถานภายในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ถือเป็นการปฏิเสธกระแสข่าวว่า พิธีลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะเกิดขึ้นที่นั่น
    .

    อย่างไรก็ตาม บากาอียอมรับว่า การเจรจาตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่สหรัฐฯ และอิหร่าน “ไม่เคยเข้าใกล้การบรรลุข้อตกลงมาขนาดนี้มาก่อน”
    .

    ขณะเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ออกแถลงการณ์ปฏิเสธกระแสข่าวว่าอิหร่านจะลงนามในเอ็มโอยูกับสหรัฐฯ ในวันที่ 14 มิ.ย. นี้ โดยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับ “ความดึงดันมากผิดปกติ” ของทรัมป์ ที่อยากลงนามในข้อตกลงให้ได้ในวันดังกล่าว เพื่อนำไปใช้เป็นผลประโยชน์ทางการเมืองและภาพลักษณ์ให้กับตัวเอง เพราะตรงกับวันเกิดของทรัมป์พอดี
    .

    #สหรัฐ #อิหร่าน #ตะวันออกกลาง #สงคราม #สงครามอิหร่าน #ช่องแคบฮอร์มุซ #Iran #OperationEpicFury #WORLD #SPACEBAR

    https://www.facebook.com/1000757369...G1BU46SYqc71fKzDxTnQVBqDbq5l/?mibextid=NOb6eG
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,029
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สื่อเขมรตีข่าว อ้างรายงานดัชนีสันติภาพโลก(GPI) ประจำปี 2026 ที่เพิ่งเผยแพร่อย่างเป็นทางการโดยสถาบันเศรษฐศาสตร์และสันติภาพ (Institute for Economics & Peace - IEP) คุยโวว่ากัมพูชา มีอันดับเหนือกว่า มีความสงบสุขและสถานการณ์ความมั่นคงเหนือไทย จากการจัดอันดับทั่วโลก

    รายงานของเคบีเอ็นนิวส์ ระบุว่าในการประเมินอย่างครอบคลุมประเทศเอกราชและดินแดนต่างๆ 163 แห่งทั่วโลก ดัชนีสันติภาพโลก ที่จัดทำโดยสถาบันเศรษฐศาสตร์และสันติภาพ คลังสมองระดับโลก ที่มีสำนักงานใหญ่ในซิดนีย์ จัดให้กัมพูชารั้งอันดับ 64 ส่วน ไทย อยู่ในอันดับ 101 การเปรียบเทียบดังกล่าวเท่ากับเป็นการยืนยันว่า แม้มีการเปลี่ยนแปลงอันดับอยู่บ้างในภูมิภาค แต่ระดับความมีเสถียรภาพภายในประเทศและความมั่นคงทางสังคมของกัมพูชายังคงเข้มแข็ง และดีกว่าประเทศเพื่อนบ้าน

    เคบีเอ็นนิวส์ อ้างความเห็นของนักวิเคราะห์ระบุว่า เหตุผลหลักที่ทำให้ ไทย ตกอยู่ภายใต้ร่มเงาสันติภาพของกัมพูชา สืบเนื่องจากภาวะไร้เสถียรภาพทางการเมืองภายในประเทศ มีการประท้วงต่างๆนานาและปัญหาด้านความมั่นคงรื้อรังทางภาคใต้ ยิ่งไปกว่านั้น การปะทุขึ้นของข้อพิพาทด้านชายแดนและการปิดด่านชายแดนฝ่ายเดียวของไทย ยังทำให้คะแนนของไทยลดต่ำลงอย่างมาก ในหมวดของความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน

    อย่างไรก็ตามผลกระทบจากประเด็นพิพาทชายแดนกลายเป็นตัวฉุดลากคะแนนโดยรวมของทั้ง 2 ประเทศ (กัมพูชาลดลงมา 8 อันดับ ส่วน ไทย ลดลง 7 อันดับ) เมื่อเทียบเทียบกับปีที่แล้ว โดยหากนับเฉพาะในอาเซียน กัมพูชา รั้งอันดับ 7 อยู่เหนือ ไทย ที่รั้งอันดับ 8 ตามมาด้วย ฟิลิปปินส์ อันดับ 9 และพม่า อันดับ 10 ขณะที่ สิงคโปร์ และ กัมพูชา ยังคงรั้งอันดับต้นๆ ของชาติที่มีความสงบสุขมากที่สุดในภูมิภาค

    รายงานข่าวของเคบีเอ็นระบุว่าโดยรวมแล้ว รายงานของสถาบันเศรษฐศาสตร์และสันติภาพ สะท้อนแง่บวกในระดับความมั่นคงภายในประเทศและธรรมาภิบาลที่ดีของกัมพูชา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความอบอุ่นและดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงนักลงทุนระหว่างประเทศ เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน

    ข้อมูลที่เป็นรูปธรรมจากสถาบันระหว่างประเทศที่ทรงอิทธิพลยังทำให้พวกที่ส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างไร้สาระ กล่าวหาว่ากัมพูชามีระบบธรรมาภิบาลที่ย่ำแย่และประเมินสังคมว่าเต็มไปด้วยความไร้ระเบียบ แตกต่างอย่างมากจากสังคมไทย ได้เปิดตากว้างและจำใจยอมรับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความก้าวหน้าด้านความมั่นคงในปัจจุบันของกัมพูชา ตามรายงานของเคบีเอ็นนิวส์ ที่พาดพิงถึงประเทศไทย

    (ที่มา:เคบีเอ็นนิวส์)

    https://www.facebook.com/share/18fH7LUoQK/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,029
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กาตาร์ เสนอ "ข้อตกลงลับ" ให้กับอิหร่าน ก่อนที่สาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้จะทำสงครามกับสหรัฐฯและอิสราเอล โดยเสนอระงับการผลิตก๊าซแลกกับคำสัญญาว่าเตหะรานจะไม่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานของพวกเขา ตามรายงานของวอชิงตันโพสต์เมื่อวันศุกร์(12มิ.ย.)

    รายงานขอวอชิงตันโพสต์อ้างเจ้าหน้าที่ในตะวันออกกลางและตะวันตก ระบุว่าเป้าหมายของข้อตกลงดังกล่าวของกาตาร์คือ ปกป้องโรงงานก๊าซราส ลาฟฟาน จากการถูกอิหร่านโจมตี แต่ท้ายที่สุดแล้วที่ตั้งแห่งนี้ถูกอิหร่านยิงขีปนาวุธลูกหนึ่งเข้าใส่ในเดือนมีนาคม ก่อความแก่โรงงานอย่างมีนัยสำคัญ

    พวกเจ้าหน้าที่ระบุว่า ข้อเสนอของกาตาร์เกี่ยวกับการหยุดผลิตก๊าซ มีเจตนาเพื่อผลักให้ราคาพลังงานโลกพุ่งสูง เมื่อเป็นดังนั้นมันก็จะก่อแรงกดดันแก่สหรัฐฯและอิสราเอลมากขึ้นให้ยุติสงคราม "คุณจะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายของคุณ โดยไม่จำเป็นต้องโจมตีเรา" เจ้าหน้าที่รายหนึ่งพูดถึงข้อความของกาตาร์ที่ส่งถึงอิหร่าน

    เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงรายหนึ่งในภูมิภาค ให้สัมภาษณ์กับวอชิงตันโพสต์ ว่า กาตาร์ อยากหาทางหลีกเลี่ยงความเสียหายที่บางทีอาจต้องใช้เวลานานกว่า 10 ปีในการฟื้นฟู ทั้งนี้รายละเอียดของข้อเสนอดังกล่าว ได้มาจากการสืบหาข้อมูลการสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่อิหร่านที่ไม่ประสงค์เอ่ยนาม

    โดยเจ้าหน้าที่รายหนึ่งให้คำนิยามรายงานนี้ว่าเป็น "ตัวอย่างของการทำงานอยู่หลังฉากเพื่อป้องกันความเสี่ยงของชาติต่างๆในอ่าวเปอร์เซีย และการสื่อสารระหว่างพวกเขากับอิหร่าน" พร้อมระบุว่า กาตาร์ ได้ปิดโรงงานราส ลาฟฟาน ในช่วงต้นเดือนมีนาคม แต่ไม่ได้รับคำยืนยันใดๆจากอิหร่าน เกี่ยวกับข้อตกลง

    วอชิงตันโพสต์ ติดต่อสอบถามไปยังกาตาร์เพื่อขอความคิดเห็น ซึ่งทางกาตาร์ปฏิเสธว่าข้อตกลงดังกล่าวไม่มีอยู่จริง และการปิดโรงงาน สืบเนื่องจากความกังวลด้านความมั่นคงและความปลอดภัยล้วนๆ

    "คำกล่าวอ้างใดๆที่ว่าการตัดสินใจด้านปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตด้านพลังงาน มีและเป็นการประสานงานกับอิหร่าน เพื่อประโยชน์ของอิหร่าน หรือได้รับอิทธิพลจากแนวโน้มของสงคราม เป็นเรื่องเท็จโดยสิ้นเชิง" สำนักงานสื่อมวลชนระหว่างประเทศของกาตาร์ระบุ พร้อมเรียกรายงานข่าวนี้ว่า "เป็นความพยายามบ่อนทำลายการเป็นคนกลางยุติความขัดแย้ง ทำลายชื่อเสียงของกาตาร์และบ่อนทำลายความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างกาตาร์กับสหรัฐฯ"

    หนึ่งในเจ้าหน้าที่กาตาร์ยอมรับกับวอชิงตันโพสต์ว่า ประเทศของเขาเรียกร้องอิหร่านอย่าโจมตีไปทั่วจริง แต่เน้นย้ำว่าการเจรจาลักษณะดังกล่าวไม่เคยเกิดขึ้น พร้อมระบุมันจะเป็นแบบอย่างที่อันตรายมากๆ และกล่าวต่อว่า "อิหร่านเป็นคุกคามเสมอ ตั้งแต่ก่อนเหตุการณ์ปฏิวัติอิสลามแล้ว"

    (ที่มา:วอชิงตันโพสต์/เยรูซาเลมโพสต์)

    https://www.facebook.com/share/p/196VV5h2NL/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,029
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สินค้าไทยทุกประเภทที่นำเข้าสู่กัมพูชา ผ่านชายแดนทางบก ถือว่าผิดกฎหมาย จากคำประกาศกร้าวของ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภา พร้อมชี้ว่าพวกเจ้าหน้าที่และนายหน้าที่พายามลักลอบนำผลิตภัณฑ์ไทยเข้าสู่กัมพูชา ถือเป็นการสร้างความอับอายแก่ประเทศชาติ

    อย่างไรก็ตามอีกด้านหนึ่ง ฮุน เซน บอกว่าเจ้าหน้าที่ด้านภาษีจะเป็นคนตัดสินใจว่า สามารถนำเข้าสินค้าต่างๆของไทยผ่านทางเครื่องบินและเรือได้หรือไม่

    แม้ชายแดนทางบกระหว่างกัมพูชาและไทยยังคงถูกปิดตาย แต่แคมโบเดียเนสส์ สื่อมวลชนเขมร รายงานว่ายังคงพบเห็นเจ้าของธุรกิจบางส่วนลักลอบนำสินค้าจากไทยเข้าไปมาขายในกัมพูชา ผ่านชายแดนทางบก

    ฮุน เซน กล่าวว่าพวกพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่คำว่า "สต๊อกเก่า" เป็นข้องแก้ตัว แม้ว่าหลายต่อหลายกรณีวันที่ผลิตที่ปรากฏบนผลิตภัณฑ์ของไทยนั้น เป็นวันที่หลังจากความขัดแย้งตามแนวชายแดนระหว่างกัมพูชากับไทยได้เริ่มขึ้นแล้ว ขณะเดียวกันผู้ขายรายอื่นๆ นำเสนอสินค้าที่ลักลอบนำเข้าด้วยวิธีการต่างๆ

    "อาจเป็นไปได้ว่า ผมใช้คำพูดผิดไปในคำอธิบาย หรือพวกเขา(เจ้าหน้าที่และพ่อค้าแม่ค้า) เข้าใจ แต่อ้างว่าไม่เข้าใจ หรือมีการคอรัปชั่น หรือมีการสร้างความอับอายแก่ประเทศชาติ โดยพวกเจ้าหน้าที่คอรัปชั่นและพวกนายหน้าที่ลักลอบนำสินค้าไทยเข้ามายังกัมพูชา" ฮุนเซน โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กเมื่อวันเสาร์(13มิ.ย.)

    นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2025 ฮุนเซน เน้นย้ำว่าทั้งประชาชนและสินค้าไม่สามารถข้ามชายแดนทางบวกระหว่างกัมพูชาและไทย

    "อย่างไรก็ตามประชาชนสามารถข้ามชายแดนผ่านทางน้ำและทางอากาศ" เขากล่าว พร้อมระบุครั้งที่สินค้าถูกขนส่งทางเรือหรือเครื่องบิน มันขึ้นอยู่กับพวกเจ้าหน้าที่ภาษีที่จะตัดสินใจว่าสินค้านั้นๆสามารถนำเข้าสู่ประเทศได้หรือไม่ เนื่องจากมันเป็นหนทางการขนส่งที่ถูกกฎหมาย

    ฮุน เซน เน้นย้ำว่า อย่างไรก็ตามในกรณีที่สินค้าถูกนำเข้าทางบกจากไทย "คนที่อยู่ในหน้าที่ต้องดำเนินการ เพราะว่าสินค้าต้องไม่สามารถเข้าสู่ประเทศได้ ยามที่ด่านชายแดนยังคงถูกปิด"

    "อย่าใช้คำว่าสต๊อกเก่าเป็นข้ออ้าง เพราะว่าสินค้าบางอย่างเพิ่งผลิตในปี 2026 และประตูด่านชายแดนทางบวกถูกปิดมาเกือบ 1 ปีแล้ว" ฮุนเซนระบุ "ทำไมสินค้าเหล่านี้ถึงมาอยู่ในตลาดกัมพูชา เนื่องจากสต๊อกจากช่วงก่อนเริ่มสงครามในเดือนธันวาคม 2025 ควรถูกขายหมดไปนานแล้ว"

    "ลูกค้าคือพระเจ้า" ฮุสเซนกล่าว "อย่าปล่อยให้คนอื่นดูถูกคุณและประเทศชาติของคุณ ยามที่คุณมีเงินพอที่จะซื้อสินค้าของพวกเขา"

    เมื่อเร็วๆนี้ พวกเจ้าหน้าที่พนมเปญทำการปราบปรามโรงงานแห่งหนึ่ง ที่ว่ากันว่าลักลอบนำเข้าผลิตภัณฑ์แช่แข็ง อย่างเช่นน่องไก่, เนื้อไก่, ไก่สับและลูกชิ้น เช่นเดียวกับขนมปังแช่แข็งและเต้าหู้ปลา จากไทย โดยมีการตรวจพบสินค้ามากกว่า 200 ตันที่โรงงานดังกล่าว

    (ที่มา:แคมโบเดียเนสส์)

    https://www.facebook.com/share/p/1H5xZ5PwYg/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,029
    ค่าพลัง:
    +97,153
    【“เหล็กผอม” : เปิดแฟ้มคดีเหล็กเส้นไม่ได้มาตรฐานของจีน ที่ “ห้ามเท่าไรก็ไม่หาย” มากว่า 20 ปี】


    นานนับสิบปีที่วงการก่อสร้างจีนต้องเผชิญกับเงามืดชื่อ “เหล็กผอม” (shoushen gangjin / skinny rebar) — เหล็กเส้นที่ถูกดึงรีดให้ยาวขึ้นจนผอมลง เพื่อให้ได้ความยาวเพิ่มและขายได้กำไรมากขึ้น แลกกับคุณภาพที่หล่นหายไป รายการโทรทัศน์เปิดโปงครั้งแล้วครั้งเล่า ทางการสั่งจับ สั่งปรับ สั่งทุบตึก ออกหนังสือห้ามระดับชาติ แต่จนถึงวันนี้คดีเหล็กผอมก็ยังโผล่ขึ้นมาเป็นระยะ


    รู้จัก “เหล็กผอม” : รีดให้ยาว เบาลง แต่เปราะจนอันตราย


    เหล็กผอมเกิดได้สองทาง ทางแรกคือนำเหล็กเส้นข้ออ้อยปกติไปดึงรีดด้วยเครื่อง (zhangla / cold-drawing) ให้ยืดยาวและหน้าตัดเล็กลง ทางที่สองคือนำเหล็กเก่าหรือเศษเหล็กมาหลอมแปรรูปใหม่ ทั้งสองวิธีทำให้น้ำหนักต่อเมตรลดลง ผู้ผลิตได้กำไรเพิ่ม แต่คุณสมบัติของเหล็กเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง


    หัวใจของปัญหาอยู่ที่ “ความเหนียว” เหล็กที่ได้มาตรฐานเมื่ออาคารถูกแรงแผ่นดินไหวกระทำ จะยืดตัวตามการเสียรูปของอาคาร ช่วยยืดเวลาก่อนถล่มและเปิดโอกาสให้คนหนีออกมา แต่เหล็กที่ถูกดึงรีดจนเปราะ เมื่อเจอแรงมหาศาลอาจขาดผึงทันที ทำให้อาคารถล่มเร็วขึ้น นี่คือเหตุผลที่ทางการจีนจัดให้เหล็กผอมเป็นการกระทำผิดกฎหมายที่ต้องห้ามเด็ดขาด


    ซีอาน 2010 : จุดที่ปัญหาระเบิด เกือบร้อยจุดลักลอบรีดเหล็ก


    เคสที่จุดชนวนให้สังคมจีนรู้จักคำว่า “เหล็กผอม” คือเหตุการณ์ที่เมืองซีอาน (Xi’an) มณฑลส่านซี (Shaanxi) เมื่อปี 2010 เมื่อมีการตรวจพบจุดลักลอบรีดเหล็กไม่ได้มาตรฐานเกือบร้อยแห่ง และพบว่าโครงการก่อสร้างในซีอานราว 10% ใช้เหล็กผิดมาตรฐานแบบนี้


    วันที่ 31 สิงหาคม 2010 กรมเคหะและพัฒนาเมือง-ชนบทมณฑลส่านซีออกหนังสือด่วน สั่งคุมเข้มคุณภาพเหล็กทุกขั้นตอน ห้ามนำเหล็กออกไปแปรรูปนอกไซต์ก่อสร้าง ให้ควบคุมอัตราการดึงรีดเหล็กในไซต์ และสั่งตรวจสอบโครงการที่กำลังก่อสร้างทั้งหมด


    คุนหมิง 2012 : ลามถึงขั้นสั่งตรวจ-สั่งทุบอาคาร


    ปี 2012 ปัญหาลามไปที่เมืองคุนหมิง (Kunming) โดยโครงการอย่างซินตูวิ๋นเฉิง (Xindu Yuncheng) ย่านหนานเหยา ตกเป็นผู้ต้องสงสัยใช้เหล็กผอม จนหน่วยงานด้านเคหะต้องสั่งตรวจสอบเต็มรูปแบบ และสั่งรื้อถอนอาคารที่พบปัญหา สะท้อนว่าเหล็กผอมไม่ได้เป็นแค่ข่าวลือ แต่นำไปสู่การทุบตึกที่สร้างไปแล้วจริง


    หนานหยาง 2014 : ม็อบล้อมสำนักงานขาย สั่งหยุดทุกโครงการทั้งเมือง


    มิถุนายน 2014 รายการ “เจียวเตี่ยนฝ่างถาน” (Jiaodian Fangtan / Focus Interview) ของสถานีโทรทัศน์กลางแห่งชาติจีน เปิดโปงว่าหลายโครงการในเมืองหนานหยาง (Nanyang) มณฑลเหอหนาน (Henan) ใช้เหล็กผอม โดยมีบริษัทอสังหาฯ ซานเจี๋ย (Sanjie) และโครงการอื่นพัวพัน เรื่องบานปลายจนผู้ซื้อบ้านโกรธแค้น กรูกันไปปิดล้อมสำนักงานขายและถนนหน้าโครงการหลายครั้ง บางรายเรียกร้องให้บริษัท “เรียกคืน” บ้านที่ขายไปแล้ว คืนเงิน และชดใช้ค่าเสียหาย จนเมืองหนานหยางต้องสั่งระงับโครงการก่อสร้างทั้งหมดชั่วคราว


    การสืบสวนของผู้สื่อข่าวเปิดให้เห็นแรงจูงใจที่ชัดเจน — เหล็กราคาเฉลี่ยอย่างน้อยตันละ 3,500 หยวน หากนำมารีดให้ผอม น้ำหนักต่อเมตรหายไปอย่างน้อย 20% ทำให้ได้กำไรส่วนต่างอย่างน้อยตันละ 700 หยวน เครื่องรีดเหล็กราคาราว 47,000 หยวน เดินเครื่องวันละ 8-9 ตัน เท่ากับเครื่องเดียวทำกำไรได้วันละราว 6,000 หยวน และที่น่าตกใจคือ เครื่องรีดเหล็กแบบนี้ขายในหนานหยางมานานถึง 7 ปี ปีละหลายสิบเครื่อง


    วันที่ 11 สิงหาคม 2014 อัยการเขตหว่านเฉิง เมืองหนานหยาง อนุมัติจับกุมผู้เกี่ยวข้องรวม 18 ราย ในข้อหาผลิตและจำหน่ายสินค้าด้อยคุณภาพ และต่อมายังมีเจ้าหน้าที่รัฐถูกดำเนินคดีด้วย ได้แก่ ฉาง เค่อ (Chang Ke) เจ้าหน้าที่อัยการเขตหนึ่ง และ หม่า เจี๋ย (Ma Jie) เจ้าหน้าที่สถานีตรวจสอบคุณภาพงานก่อสร้างเมืองหนานหยาง ในข้อหาที่รวมถึงการผลิต-จำหน่ายสินค้าด้อยคุณภาพ การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และรับสินบน


    กวางตุ้ง 2021 : เหล็กขยะชุบใหม่ ตีตรา “4E 12” ลวงว่ากันแผ่นดินไหว


    15 มีนาคม 2021 รายการ “3·15” ของสถานีโทรทัศน์กลางแห่งชาติจีน (CCTV) เปิดโปงขบวนการเหล็กผอมที่กวางตุ้ง (Guangdong) อีกครั้ง ผู้สื่อข่าวสะกดรอยรถบรรทุกเศษเหล็กเก่าไปจนถึงโรงงานลับแห่งหนึ่งในเมืองเจียหยาง (Jieyang) พบว่าเหล็กเก่าถูกยกเข้าเตา ผ่านการเผา ดึงยืด และตัด ออกมากลายเป็นเหล็กเส้น “ใหม่” ที่ผอมลง แล้วตีตราสัญลักษณ์ “4E 12” ซึ่งบ่งบอกว่าเป็นเหล็กได้มาตรฐานและผ่านเกณฑ์ต้านแผ่นดินไหว


    แต่ผลตรวจจากหน่วยงานบุคคลที่สามระบุว่า เหล็กข้ออ้อยขนาด 12 มิลลิเมตรของโรงงานนี้ มีทั้งน้ำหนักและเส้นผ่านศูนย์กลางไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานแห่งชาติ เป็น “เหล็กผอม” ชัดเจน โดยโรงงานผลิตได้คืนละราว 100 ตัน คิดเป็นการชุบเหล็กเก่ากว่า 30,000 ตันต่อปี รายการระบุชื่อบริษัทผู้ผลิตคือ ไคเซิ่ง สตีล (Kaisheng Steel) ในกวางตุ้ง และเหล็กถูกส่งไปขายตามตลาดในเมืองตงก่วน (Dongguan) ฉาวโจว (Chaozhou) และเจียหยาง


    หลังถูกแฉ ทางการกวางตุ้งระดมกำลังกลางดึก ตำรวจเจียหยางตั้งคณะทำงานพิเศษ จับกุมผู้ต้องสงสัย 27 ราย อายัดสถานที่ผลิตต้องสงสัย 4 แห่ง และยึดเหล็กปัญหาไว้ราว 5,600 ตัน ส่วนที่เมืองตงก่วน ร้านแปรรูปเหล็กไถเคอ (Taike) ในตำบลต้าหล่าง ถูกตรวจค้นและอายัดเหล็กในสต็อกไปตรวจสอบ โดยผู้จัดการฝ่ายผลิตแซ่หง (Hong) ยอมรับเองว่า เป็นการนำเหล็กข้ออ้อยเส้นใหญ่มารีดเป็นเส้นเล็ก และ “ไม่ใช่ของมาตรฐานแห่งชาติแน่นอน”


    “ห้ามเท่าไรก็ไม่หาย” : จากเหล็กเถื่อนปี 2000 ถึงคดีหูหนานปี 2025


    ปัญหาเหล็กไม่ได้มาตรฐานของจีนไม่ใช่เรื่องใหม่ ย้อนไปปี 2000 รายการ “3·15” เคยเปิดโปงเรื่อง “เหล็กเส้นเถื่อน” (ditiaogang) ที่ผลิตจากโรงหลอมเล็กไม่มีใบอนุญาตมาแล้ว ก่อนที่ปี 2001 และ 2013 จะหันมาเจาะประเด็นเหล็กผอมโดยตรง ขณะที่ปี 2017 หน่วยงานระดับชาติทั้งสำนักตรวจสอบคุณภาพ กรมเคหะ และสำนักอุตสาหกรรมพาณิชย์ ออกหนังสือร่วมสั่งคุมเข้มคุณภาพเหล็กก่อสร้างและลงโทษเหล็กผอมอย่างหนัก


    แต่กระทั่งช่วงปี 2024–2025 หน่วยกำกับตลาดมณฑลหูหนาน (Hunan) ก็ยังประกาศชุดคดีตัวอย่างเหล็กผอมออกมาอีก พบเหล็กเส้นข้ออ้อยรีดร้อนหลายล็อตไม่ผ่านมาตรฐาน พร้อมสั่งปรับผู้กระทำผิด สะท้อนว่าตลอดกว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา แม้รัฐจะออกกฎ ออกคำสั่ง และจับกุมซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ขบวนการเหล็กผอมที่ขับเคลื่อนด้วยผลกำไรก็ยังไม่เคยหมดไปจากไซต์ก่อสร้างจีน


    ที่มา : รายการ “3·15” และ “เจียวเตี่ยนฝ่างถาน” สถานีโทรทัศน์กลางแห่งชาติจีน (CCTV), สำนักข่าวจีนใหม่ (Xinhua), ไชน่าเดลี, เดอะเปเปอร์ (The Paper / 澎湃新闻), ซินล่าง ไฟแนนซ์ (Sina Finance), สำนักงานข่าวเมืองเจียหยาง, อัยการเขตหว่านเฉิง เมืองหนานหยาง, กรมเคหะและพัฒนาเมือง-ชนบทมณฑลส่านซี และประกาศหน่วยกำกับตลาดมณฑลหูหนาน

    https://www.facebook.com/share/1BirQsVMvp/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,029
    ค่าพลัง:
    +97,153
    【จับตาเศรษฐกิจจีน: เมตาเริ่มถอนดีล “แมนัส” 2 พันล้านดอลลาร์ตามคำสั่งปักกิ่ง – แบงก์ชาติคุมสภาพคล่อง สินเชื่อครัวเรือนติดลบ คนจีนแห่ย้ายเงินเข้าฮ่องกง】

    ความเคลื่อนไหวด้านเศรษฐกิจ-เทคโนโลยีของจีนในรอบสัปดาห์ ฉายภาพชัดเจนถึงสองแรงกดดันที่เกิดพร้อมกัน คือปักกิ่งเร่งคุมการถ่ายทอดเทคโนโลยีและเงินทุนไหลออก ขณะที่ระบบการเงินภายในเผชิญภาวะสินเชื่อหดตัวและสภาพคล่องล้นที่ไหลไม่ถึงเศรษฐกิจจริง
    เมตาเริ่มถอนการเข้าซื้อ “แมนัส” ตามคำสั่งปักกิ่ง
    เมตา (Meta) เจ้าของเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม เริ่มกระบวนการถอนการเข้าซื้อบริษัทปัญญาประดิษฐ์ แมนัส (Manus) มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ ที่เพิ่งปิดดีลไปเมื่อเดือนธันวาคม
    บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานเมื่อ 11 มิถุนายนว่า เมตาแยกการดำเนินงานออกจากแมนัสเสร็จสิ้นแล้ว หยุดแบ่งปันข้อมูลระหว่างกันโดยสิ้นเชิง ตัดแมนัสและพนักงานออกจากระบบข้อมูลภายในตั้งแต่ต้นเดือน และสั่งห้ามพนักงานเมตาใช้เครื่องมือของแมนัสในงานภายใน พร้อมให้ย้ายโครงการเดิมกลับเข้าระบบของเมตา
    นี่คือก้าวที่เป็นรูปธรรมที่สุดในการปฏิบัติตามคำสั่งของปักกิ่งที่ออกมาราวสองเดือนก่อน สั่งให้ยกเลิกดีลนี้ด้วยเหตุผลความมั่นคงแห่งชาติ แมนัสก่อตั้งโดยทีมชาวจีน ปัจจุบันสำนักงานใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์ เคยถูกยกเป็นความหวังที่จะท้าทายซิลิคอนแวลลีย์ แต่กลับกลายเป็นกรณีศึกษาเตือนใจผู้ประกอบการจีน
    มีรายงานว่าผู้ร่วมก่อตั้งแมนัสกำลังเจรจาระดมทุนราว 1 พันล้านดอลลาร์เพื่อซื้อกิจการคืนจากเมตา ซึ่งอาจปูทางสู่โครงสร้างบริษัทร่วมทุนของจีนและการจดทะเบียนในตลาดฮ่องกง ความเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของการที่ปักกิ่งคุมเข้มเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ โดยยังขยายข้อจำกัดการเดินทางของนักวิจัยและผู้บริหารบริษัทเอกชน และกำหนดให้บริษัท AI ชั้นนำอย่าง มูนช็อต (Moonshot AI) สเต็ปฟัน (StepFun) และ ไบต์แดนซ์ (ByteDance) ต้องขออนุมัติจากรัฐก่อนรับเงินลงทุนจากสหรัฐ
    แบงก์ชาติจีนสั่งคุมปล่อยกู้ระหว่างธนาคาร – สินเชื่อครัวเรือนติดลบต่อเนื่อง
    ธนาคารประชาชนจีน (PBOC) ออกคำสั่งเชิงชี้นำแบบไม่เป็นทางการ (window guidance) ให้สถาบันการเงินรวมถึงธนาคารนโยบาย คุมเข้มการปล่อยกู้สุทธิระหว่างธนาคาร เพื่อแก้ไขความคาดหวังของตลาดเรื่องการเข้าถึงสภาพคล่อง และรักษาอำนาจของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หลังจากสภาพคล่องล้นระบบติดต่อกันหลายเดือนกดต้นทุนกู้ยืมลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายปี และจุดกระแสเก็งกำไรพันธบัตร
    ข้อมูลสินเชื่อสะท้อนความต้องการกู้ที่อ่อนแอ โดยช่วงเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม 2026 ธนาคารปล่อยสินเชื่อเงินหยวนใหม่รวม 9.11 ล้านล้านหยวน ลดลงจาก 10.68 ล้านล้านหยวนในช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนสินเชื่อครัวเรือนซึ่งรวมสินเชื่อบ้าน หดตัวต่อเนื่อง โดยเดือนพฤษภาคมลดลง 1.412 แสนล้านหยวน หลังเดือนเมษายนหดตัว 7.869 แสนล้านหยวน รวมห้าเดือนแรกสินเชื่อครัวเรือนติดลบราว 6.31 แสนล้านหยวน สะท้อนภาพคนจีนเร่งชำระหนี้มากกว่ากู้เพิ่ม ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้างเดือนพฤษภาคมโตเพียง 5.5% เมื่อเทียบปีก่อน
    เดือนเมษายนถือเป็นเดือนแรกของปีที่สินเชื่อใหม่ติดลบ และก่อนหน้านี้ PBOC เคยส่งสัญญาณอย่างไม่เป็นทางการให้ธนาคารรัฐรายใหญ่เพิ่มการปล่อยกู้ทั้งในเดือนเมษายนและพฤษภาคม ท่ามกลางวิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังกดดันความต้องการสินเชื่อ
    ปราบโบรกเกอร์ข้ามพรมแดน คนจีนยังแห่ย้ายเงินเข้าฮ่องกง
    สำนักงานกำกับหลักทรัพย์จีน (CSRC) เปิดปฏิบัติการกวาดล้างนานสองปีเพื่อสกัดเงินทุนไหลออกนอกประเทศ โดยสอบสวนและลงโทษโบรกเกอร์ที่ให้บริการซื้อขายข้ามพรมแดนซึ่งจดทะเบียนในฮ่องกง ได้แก่ ฟู่ทู (Futu) ลองบริดจ์ (Longbridge) และ UP Fintech เจ้าของไทเกอร์ โบรกเกอร์ส (Tiger Brokers) โดย UP Fintech ถูกปรับ 308.1 ล้านหยวน และยึดรายได้ที่ผิดกฎหมายอีก 103.1 ล้านหยวน
    จีนไม่อนุญาตให้บุคคลทั่วไปลงทุนในตลาดต่างประเทศโดยตรง ต้องผ่านช่องทางที่ได้รับอนุมัติเท่านั้น เช่น โครงการ Stock Connect ทำให้โบรกเกอร์ข้ามพรมแดนกลายเป็นช่องโหว่ที่ดึงนักลงทุนจีนแผ่นดินใหญ่ไปเปิดบัญชี โบรกเกอร์ทั้งสามรายประกาศหยุดบริการเปิดบัญชี เพิ่มสถานะ และโอนเงินเข้าบัญชีของนักลงทุนจีนแผ่นดินใหญ่ตั้งแต่ 12 มิถุนายน
    แม้สัญญาณคุมเข้มจะรุนแรงขึ้น แต่ผู้ฝากเงินและนักลงทุนจีนยังแห่ไปฮ่องกงเพื่อหาช่องย้ายสินทรัพย์ออกนอกประเทศ ส่งผลให้ธนาคารในฮ่องกงรวมถึง HSBC ยกระดับการตรวจสอบ ถึงขั้นให้ลูกค้าแผ่นดินใหญ่ลงนามยืนยันว่าเงินมาจากต่างประเทศไม่ใช่จากจีน ขณะที่ธนาคารและโบรกเกอร์บางรายระงับการเปิดบัญชีลงทุนให้ลูกค้าจีนไปก่อน ด้านบริษัทหลักทรัพย์ Citic ประเมินว่าการกวาดล้างครั้งนี้กระทบสินทรัพย์ในฮ่องกงราว 2.5 แสนล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 3.19 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยนักเศรษฐศาสตร์มองว่าเจตนาส่วนหนึ่งคือผลักดันให้คนจีนหันมาลงทุนในประเทศตัวเองมากขึ้น
    เอ็นวิเดียเปิดขาย Vera CPU ให้ลูกค้าจีน หลัง GPU ถูกกันออกตลาด
    เอ็นวิเดีย (Nvidia) เริ่มเสนอขายชิป Vera CPU สำหรับศูนย์ข้อมูล AI ให้ลูกค้ากลุ่มคลาวด์และดาต้าเซ็นเตอร์ในจีน โดยแจ้งว่าพร้อมส่งมอบได้เร็วที่สุดในเดือนสิงหาคมและเปิดรับคำสั่งซื้อแล้ว ตามรายงานของรอยเตอร์ (Reuters) เมื่อ 12 มิถุนายน ทั้งนี้มีบริษัทคลาวด์จีนรายใหญ่อย่างน้อยหนึ่งรายวางแผนสั่งซื้อเซิร์ฟเวอร์กว่า 300 เครื่อง เครื่องละ 2 ชิป Vera เพื่อทดสอบก่อนขยายการใช้งาน
    ความเคลื่อนไหวนี้เป็นการปรับยุทธศาสตร์ หลังมาตรการคุมการส่งออกของสหรัฐทำให้ GPU ระดับสูงของเอ็นวิเดียถูกกันออกจากตลาดจีนเกือบทั้งหมด จนเจนเซน หวง (Jensen Huang) ซีอีโอ ยอมรับว่าส่วนแบ่งตลาดจีนของบริษัทแทบเหลือศูนย์ ขณะที่ชิป CPU เผชิญข้อจำกัดการส่งออกน้อยกว่า GPU เอ็นวิเดียยังเล็งเสนอขายให้ อาลีบาบา (Alibaba) และ ไบต์แดนซ์ (ByteDance) ด้วย อย่างไรก็ตามการติดตั้งจะถูกจำกัดให้อยู่ในดาต้าเซ็นเตอร์นอกจีน เพราะการนำชิปสหรัฐเข้าศูนย์ข้อมูลในจีนเสี่ยงถูกปักกิ่งตรวจสอบ ทั้งนี้ชิป Vera เป็นสถาปัตยกรรม Arm ออกแบบมาเพื่องาน AI agent ผลิตโดย TSMC ด้วยเทคโนโลยี 3 นาโนเมตร และมีราคาเกิน 20,000 ดอลลาร์ต่อตัว
    หุ้นอวกาศจีนพุ่งรับกระแส SpaceX
    ตลาดหุ้นจีน A-share ปิดบวกในวันศุกร์ โดยหุ้นกลุ่มอวกาศเชิงพาณิชย์พุ่งแรงรับกระแสการเข้าตลาดของ SpaceX อาทิ AVIC Chengdu Aircraft ที่บวกราว 11% และ Chengdu Spaceon Electronics ที่บวกราว 10% ส่วนตลาดฮ่องกง ดัชนีฮั่งเส็ง (Hang Seng) ปิดบวกราว 1.9% สะท้อนพฤติกรรมตลาดทุนจีนที่มักเคลื่อนไหวตามธีมการเก็งกำไรของตลาดสหรัฐ
    ———
    ที่มา: Bloomberg, Reuters, TechCrunch, CNBC, The Edge Singapore, Hong Kong Free Press, South China Morning Post, The Standard, The Information, Business Recorder, CSRC

    https://www.facebook.com/share/p/1D1faxhMog/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,029
    ค่าพลัง:
    +97,153
    【วิศวกรโครงสร้างค้านปลุก “ซินเคอหยวน” เดินเครื่องผลิตเหล็กรอบใหม่ — ชง สมอ. แยก มอก. เหล็กเตา IF หวั่นสะเทือนความปลอดภัยอาคารทั่วประเทศ】

    การไฟเขียวให้โรงงานเหล็กที่เคยเป็นปมร้อนกลับมาเดินเครื่อง กำลังจุดคำถามใหญ่ที่ไม่ใช่แค่เรื่องโรงงานเปิด–ปิด แต่คือ “คุณภาพเหล็กเส้น” ที่จะไหลเข้าสู่งานก่อสร้างทั่วประเทศ


    นางสาวอารยา ไสลเพชร รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ลงนามในหนังสือด่วนที่สุดเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 อนุญาตให้ บริษัท ซินเคอหยวน สตีล จำกัด (Xin Ke Yuan Steel) หรือ SKY ซึ่งตั้งอยู่ในเขตประกอบการอุตสาหกรรม WHA อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง กลับมาเปิดสายการผลิตเหล็กเส้นและเหล็กรูปพรรณได้ตามปกติ ตามอำนาจมาตรา 39 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 หลังถูกสั่งหยุดกิจการเพื่อปรับปรุงแก้ไขรวมกว่า 1 ปี 6 เดือน


    ต่อมาวันที่ 8 มิถุนายน 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ยืนยันว่าการเปิดกิจการเป็นไปตาม พ.ร.บ.โรงงาน เพราะบริษัทได้แก้ไขข้อบกพร่องที่เคยเป็นเหตุให้ถูกสั่งปิดเรียบร้อยแล้ว พร้อมสั่งปลัดกระทรวงฯ ชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม หลังประชาชนและกลุ่ม 10 สมาคมเหล็กยังตั้งข้อสงสัย

    ปมอยู่ที่ “เตาไอเอฟ” ไม่ใช่แค่การเปิดโรงงาน

    ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย (TSEA) ระบุว่า แม้ในทางทฤษฎีจะผลิตเหล็กคุณภาพสูงจากเตาหลอมเหนี่ยวนำความถี่ หรือ เตาไอเอฟ (IF – Induction Furnace) ได้ แต่ในทางปฏิบัติมีข้อจำกัดสำคัญ โดยเฉพาะการกำจัดสิ่งเจือปนในเศษเหล็กที่ใช้เป็นวัตถุดิบ


    หากมีธาตุอย่างฟอสฟอรัส กำมะถัน หรือโลหะปนเปื้อนในปริมาณสูง อาจกระทบคุณสมบัติทางกลของเหล็ก ทำให้เกิดความเปราะและลดความเหนียวของวัสดุ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่โครงสร้างอาคารต้องพึ่งพาโดยตรง

    ทำไมต้องมี “เตาปรุงน้ำเหล็ก”

    ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า กระบวนการของเตาไอเอฟต่างจากเตาหลอมไฟฟ้าอาร์ก (EAF – Electric Arc Furnace) ที่เป็นมาตรฐานแพร่หลายในโรงงานขนาดใหญ่หลายประเทศ เพราะเตาอาร์กควบคุมคุณภาพและปรับองค์ประกอบทางเคมีของน้ำเหล็กได้ดีกว่า


    หากโรงงานเตาไอเอฟต้องการยกคุณภาพให้เทียบมาตรฐานสากล จำเป็นต้องติดตั้งเตาปรุงน้ำเหล็ก หรือ แลดเดิลเฟอร์เนซ (Ladle Furnace) เพิ่ม เพื่อปรับคุณภาพน้ำเหล็กก่อนขึ้นรูป ซึ่งใช้เงินลงทุนสูงและทำให้ข้อได้เปรียบด้านต้นทุนลดลงทันที โดยมีการตั้งคำถามว่าปัจจุบันโรงงานติดตั้งระบบนี้แล้วหรือไม่ หลังการตรวจในอดีตเคยพบว่ายังไม่มี

    ข้อเสนอ: แยก มอก. เหล็กเตา IF ออกมาให้ชัด

    สมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ เสนอให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ปรับปรุงมาตรฐานเหล็กเส้นฉบับใหม่ โดยแยกมาตรฐานเหล็กจากเตาไอเอฟออกจากเหล็กมาตรฐานทั่วไป พร้อมกำหนดขอบเขตการใช้งานให้ชัดเจน


    ข้อเสนอคือ อนุญาตให้ใช้เหล็กจากเตาไอเอฟเฉพาะอาคารขนาดเล็ก อาคารไม่เกินสองชั้น และไม่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหว ส่วนอาคารสูง สะพานขนาดใหญ่ โรงพยาบาล โรงเรียน สนามกีฬา และโครงสร้างสาธารณะสำคัญ ควรกำหนดให้ใช้เหล็กที่ผ่านมาตรฐานเข้มงวดกว่า

    บทเรียนจากจีน

    กลุ่ม 10 สมาคมเหล็กชี้ว่า จีนซึ่งเคยเป็นผู้ใช้เทคโนโลยีเตาไอเอฟรายใหญ่ของโลก ได้ทยอยกวาดล้างและสั่งปิดโรงงานเหล็กประเภทนี้ — โดยเฉพาะเหล็กด้อยคุณภาพที่จีนเรียกว่า “ตี้เถียวกัง” (di-tiao-gang) — ภายใต้นโยบายยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมและความปลอดภัยด้านโครงสร้าง โดยระบุว่าจีนเลิกใช้เตาไอเอฟตั้งแต่ปี 2560

    ช่องโหว่ระบบตรวจสอบในประเทศ

    ผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตถึงข้อจำกัดด้านบุคลากรของหน่วยงานกำกับ ทำให้สุ่มตรวจโรงงานทั่วประเทศได้ไม่ทั่วถึง และมีข้อกังวลว่า ตัวอย่างเหล็กที่ส่งขอรับรองมาตรฐานอาจเป็นชิ้นที่คัดเลือกเป็นพิเศษ ต่างจากเหล็กที่ผลิตจำหน่ายจริง


    จึงมีเสียงเรียกร้องให้รัฐสุ่มตรวจคุณภาพเหล็กในสายการผลิตจริงและสินค้าที่วางตลาดอย่างต่อเนื่อง แทนการตรวจเฉพาะช่วงทดสอบเครื่องจักรหรือก่อนขออนุญาตเดินเครื่อง

    เสียงจากภาคอุตสาหกรรม–ภาครัฐ

    นายนาวา จันทนสุรคน แกนนำกลุ่ม 10 สมาคมเหล็ก และประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จี้ให้กระทรวงฯ เปิดข้อมูลทุกมิติ ทั้งการปฏิบัติตาม EIA และ มอก. เพื่อคลายข้อกังขาเรื่องความโปร่งใส


    ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรมยืนยันว่า เหล็กทุกเส้นต้องผ่าน มอก. และเหล็กที่ผลิตด้วยเตาไอเอฟจะถูกเก็บตัวอย่างทดสอบถี่และเข้มข้นกว่าเทคโนโลยีอื่น ตามประกาศหลักเกณฑ์เฉพาะของ สมอ.

    ไม่ใช่เกมธุรกิจ แต่คือความปลอดภัยประชาชน

    นักวิชาการด้านวิศวกรรมเห็นตรงกันว่า ประเด็นนี้ไม่ใช่แค่การแข่งขันทางธุรกิจหรือราคาเหล็ก แต่เกี่ยวโดยตรงกับความปลอดภัยของประชาชน เพราะเหล็กเส้นคือหัวใจของโครงสร้างอาคารทุกประเภท หากมาตรฐานการผลิตและการควบคุมคุณภาพไม่เข้มพอ ผลกระทบอาจขยายไปถึงบ้านเรือน อาคารสาธารณะ และโครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศในระยะยาว


    สายตาของภาควิศวกรรมและภาคอุตสาหกรรมจึงจับจ้องไปที่การปรับปรุง มอก. ฉบับใหม่ของ สมอ. ว่าจะกำหนดหลักเกณฑ์เฉพาะสำหรับเหล็กจากเตาไอเอฟหรือไม่ ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนของมาตรฐานอุตสาหกรรมเหล็กไทย


    ที่มา: Thaitribune, ฐานเศรษฐกิจ, เดลินิวส์, ไทยรัฐ, กรุงเทพธุรกิจ, Nation, ไทยโพสต์, Kaohoon

    https://m.facebook.com/story.php?st...UqnZ551cRCl&id=61577436854199&mibextid=ZbWKwL
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,029
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เหล็กที่จีนแบน อาเซียนเก็บมาสร้างตึก บทเรียนจากแผ่นดินไหวมินดาเนา
    แผ่นดินไหวขนาด 7.8 เขย่าชายฝั่งทางใต้ของฟิลิปปินส์เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 07.37 น. จุดศูนย์กลางอยู่นอกชายฝั่งจังหวัดซารังกานี บนแนวร่องลึกโคตาบาโต แรงสั่นพุ่งเข้าใส่เมืองเจเนอรัล ซานโตส ซิตี้ ซึ่งมีประชากรราว 720,000 คน และพื้นที่โดยรอบเกาะมินดาเนา ความรุนแรงสูงสุดที่ผิวดินอยู่ที่ระดับ 8 (รุนแรง) ตามมาตราเมอร์คัลลีดัดแปลง
    ตัวเลขล่าสุดมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 46 ราย บาดเจ็บ 688 ราย สูญหาย 38 ราย บ้านเรือนกว่า 45,500 หลังเสียหายหรือพังทลาย พร้อมอาฟเตอร์ช็อกกว่า 3,800 ครั้ง ตัวเลขเหล่านี้อาจดูเหมือนผลที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จากภัยธรรมชาติ แต่เมื่อมองลึกลงไปในซากปรักหักพัง คำถามที่ตามมาไม่ใช่แค่ว่าแผ่นดินไหวรุนแรงแค่ไหน หากแต่คือทำไมอาคารหลายหลังถึงพังทลายได้ง่ายนัก
    เหล็กในซากอาคาร ภาพที่ชวนตั้งคำถาม
    ผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างตั้งข้อสังเกตถึงลักษณะเหล็กเส้นที่โผล่ออกจากคอนกรีตในซากอาคาร ซึ่งชวนให้นึกถึงกรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มในไทย ภายหลังเหตุการณ์ สมาคมเหล็กและเหล็กกล้าฟิลิปปินส์ (PISI) ระบุว่าภัยครั้งนี้ทำให้เกิดคำถามต่อความสามารถในการทนแผ่นดินไหวของเหล็กที่ใช้ในอาคารหลายหลังที่พังลงมา ขณะที่รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการร่วมของบริษัทสตีลเอเชีย (SteelAsia) เป็ก ฮุง ชอง (Pek Hoong Chong) เปิดเผยว่า เหล็กที่ผลิตด้วยเตาหลอมเหนี่ยวนำ หรือเตา IF (Induction Furnace) ถึงร้อยละ 91 ตรวจพบว่าด้อยมาตรฐาน
    เตา IF คืออะไร อันตรายอย่างไร
    เหล็กเส้นผลิตได้หลายวิธี แต่การใช้เตา IF มีข้อจำกัดร้ายแรง เพราะไม่มีกระบวนการกำจัดธาตุเจือปนที่เป็นอันตรายออกจากน้ำเหล็กหลอม ต่างจากเตาอาร์กไฟฟ้า (EAF) ผลคือเหล็กคุณภาพไม่สม่ำเสมอ เปราะ ทนแรงสั่นสะเทือนได้น้อย ไม่เหมาะใช้เสริมแรงในอาคาร โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหว
    PISI ระบุว่าตรวจพบบริษัทราว 20 แห่งที่ใช้เตา IF และสินค้าไม่ผ่านการสุ่มทดสอบมาตรฐานตั้งแต่ปี 2567 ขณะที่หน่วยงานด้านโลหะของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ชี้ว่ากำลังการผลิตเหล็กเตา IF ในฟิลิปปินส์พุ่งจากไม่ถึง 150,000 ตันต่อปีในปี 2560 มาอยู่ที่ราว 3 ล้านตันในปัจจุบัน ปัญหานี้จึงไม่ได้เกิดจากโรงงานหนึ่งหรือสองแห่ง แต่เป็นโครงสร้างของอุตสาหกรรมทั้งระบบ
    เครื่องจักรที่จีนทิ้ง แต่อาเซียนเก็บมาใช้
    จีนสั่งห้ามใช้เตา IF ผลิตเหล็กก่อสร้างอย่างเป็นทางการ และทยอยปิดโรงงานประเภทนี้จนหมดภายในสิ้นเดือนมิถุนายน 2560 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการกวาดล้างเหล็กด้อยคุณภาพและกำลังการผลิตส่วนเกิน แต่เครื่องจักรจำนวนมากไม่ได้ถูกทำลายทิ้ง หากแต่ถูกส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่เปิดรับการลงทุนโดยไม่ตั้งคำถาม ฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในปลายทาง โดยโรงงานประเภทนี้กระจายอยู่ในแคว้นปัมปังกา บาตาอัน บูกิดนอน และวาเลนซูเอลา
    คอร์รัปชันเปิดทางให้เหล็กไร้มาตรฐาน
    ชาวบ้านในพื้นที่ร้องเรียนซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าโรงงานเหล่านี้ปล่อยมลพิษทางอากาศจนกระทบสุขภาพและกัดกร่อนหลังคาสังกะสีโดยรอบ ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าธุรกิจเหล่านี้อยู่รอดได้เพราะผลิตภัณฑ์ด้อยมาตรฐานถูกป้อนเข้าสู่โครงการก่อสร้างที่มีการทุจริต ผ่านผู้รับเหมาที่ไร้จริยธรรม กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศการก่อสร้างที่บิดเบี้ยว บทบรรณาธิการในสื่อฟิลิปปินส์ชี้ว่า แม้บนกระดาษจะมีกฎหมายอาคารที่เข้มงวด แต่วัฒนธรรมทุจริตที่แทรกซึมทุกระดับทำให้โครงสร้างด้อยคุณภาพถูกสร้างขึ้นต่อเนื่อง โดยวิศวกรท้องถิ่นหลับตาข้างหนึ่ง หรือขาดทั้งเครื่องมือและความเชี่ยวชาญในการทดสอบวัสดุ
    ไม่ใช่ปัญหาของฟิลิปปินส์ประเทศเดียว
    ในปี 2561 สภาเหล็กและเหล็กกล้าอาเซียน (AISC) เคยออกคำเตือนถึงความเสี่ยงจากการเคลื่อนย้ายเตา IF ที่ล้าสมัยจากจีนเข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนในไทย ปัญหาเดียวกันปะทุขึ้นหลังอาคาร สตง. ถล่มจากแผ่นดินไหวเดือนมีนาคม 2568 ซึ่งสถาบันเหล็กฯ ไทยยืนยันว่าเหล็กเส้นจากบริษัทซินเคอหยวน (Xin Ke Yuan) ผู้ผลิตเหล็กเตา IF สัญชาติจีน ไม่ผ่านเกณฑ์ และผลสอบยังพบทั้งคอนกรีตอ่อน การฝังยึดเหล็กไม่ได้มาตรฐาน และแบบที่ผิดกฎหมาย จนนำไปสู่การสั่งฟ้อง 23 ราย ล่าสุดประเด็นยิ่งร้อนแรงเมื่อซินเคอหยวนกลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้งในจังหวัดระยอง
    ต้นทุนของการละเลย
    ก่อนแผ่นดินไหวมินดาเนาไม่นาน อาคารพาณิชย์ผสมที่พักอาศัยสูง 9 ชั้นที่กำลังก่อสร้างในแองเจลิส ซิตี้ แคว้นปัมปังกา พังถล่มเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 คร่าชีวิตอย่างน้อย 17 ราย เหตุการณ์เหล่านี้ตอกย้ำหลักการในวงการรับมือภัยพิบัติว่า การลงทุนป้องกันล่วงหน้าถูกกว่าการตามแก้หลังเกิดเหตุหลายเท่าตัว
    ฟิลิปปินส์ตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟ แผ่นดินไหวเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ขนาดของการสูญเสียมักเป็นผลจากการตัดสินใจของมนุษย์ จากการฝ่าฝืนมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อลดต้นทุน และจากวัฒนธรรมการทุจริต โรงงานเหล็กล้าสมัยที่นำเข้ามาจากจีนจึงควรถูกปิดดำเนินการโดยเร็วที่สุด เพราะไม่เพียงทำลายคุณภาพอากาศ แต่ยังเป็นอันตรายต่อชีวิตของประชาชน
    เรียบเรียงต่อจากเพจ: Reporter Journey
    https://www.facebook.com/share/p/18nnLpqbcN/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,029
    ค่าพลัง:
    +97,153
    น้ำมัน Brent ร่วง 3.9% ในวันเดียว $84.29 เมื่อ Trump บอกว่า 80% แล้วที่ Hormuz จะเปิด แต่เรือยังไม่ผ่าน และ OPEC ก็ไม่รอ

    น้ำมัน Brent ดิ่งลง 3.9% ในวันที่ 12 มิถุนายน มาแตะ $84.29 ต่อบาร์เรล การดิ่งลงครั้งเดียวในหนึ่งวันที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายสัปดาห์ มาจากสัญญาณเดียวคือเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวออกมาระบุว่ามีโอกาส 80% ที่สหรัฐและอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงในเร็วๆ นี้ ซึ่งรวมถึงการเปิดช่องแคบ Hormuz ให้การเดินเรือกลับมาเป็นปกติ

    ตัวเลขที่ต้องจำคือ ราคาเฉลี่ยของ OPEC basket ในเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ $112.32 ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาปัจจุบันดิ่งลงมาที่ $84.29 นั่นคือการลดลง 25% จากจุดสูงสุดในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน

    แต่ตลาดกำลังวิ่งไปข้างหน้าเร็วกว่าความเป็นจริงมาก เพราะแม้จะมีการพูดถึงดีล แต่ UBS ชี้ว่ายังมี little evidence ของการปรับปรุงจริงในการจราจรทางเรือผ่านช่องแคบ Hormuz และอิหร่านยังยิงขีปนาวุธ ballistic ใส่คูเวตและส่งโดรนโจมตีมาในพื้นที่ใกล้เคียงช่องแคบ

    ช่องแคบ Hormuz คือคอขวดที่น้ำมันราว 20% ของโลกต้องผ่านทุกวัน ประมาณ 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในช่วงที่ความขัดแย้ง US-Iran ทวีความรุนแรงตั้งแต่ต้นปี 2026 การเดินเรือในช่องแคบลดลงอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทประกันภัยเรือปรับ war risk premium สูงขึ้น 3-5 เท่า ทำให้ต้นทุนการขนส่งพุ่ง แม้เรือบางลำจะยังผ่านได้ แต่ใช้เวลานานกว่าเดิมและต้นทุนสูงกว่า

    กลไกที่ทำให้ข่าวดีลเพียงแค่ข่าวเดียวกดราคาน้ำมันลงได้ 4% ในวันเดียวอธิบายได้จากโครงสร้างของตลาดน้ำมันล่วงหน้า

    ตลาด futures ราคาน้ำมันทำงานบนพื้นฐานของความคาดหวัง ไม่ใช่ supply จริงในวันนี้ ในช่วงที่ Hormuz ปิด ตลาดตีราคา risk premium หรือส่วนเพิ่มจากความเสี่ยงสูงถึง $15-20 ต่อบาร์เรลเข้าไปในราคา เมื่อข่าวดีลออกมา ตลาดเริ่มหักลบ risk premium นั้นออกทันที แม้ความจริงจะยังไม่เปลี่ยน

    OPEC Plus ไม่ได้รอดูสถานการณ์ ในเดือนพฤษภาคม OPEC Plus ได้ประกาศเพิ่มกำลังผลิต 188,000 บาร์เรลต่อวัน นี่เป็นการตัดสินใจที่น่าสนใจมาก เพราะขณะที่ราคาน้ำมันยังอยู่สูง OPEC กลับเพิ่ม supply ซึ่งแปลว่ากลุ่มผู้ผลิตหลักประเมินว่าราคาที่สูงจาก Hormuz เป็นปัจจัยชั่วคราวและกำลังวางตัวเองรับสถานการณ์หลัง Hormuz เปิด

    ภาพราคาน้ำมันในระยะ 3-6 เดือนข้างหน้ามีสถานการณ์ที่ต้องวิเคราะห์แยกกัน

    สถานการณ์ที่หนึ่งคือดีลสำเร็จและ Hormuz เปิด ราคาน้ำมัน Brent อาจดิ่งลงไปถึง $70-75 ต่อบาร์เรล เพราะ supply ที่ถูกอั้นไว้จะไหลออกมาพร้อมกัน ประกอบกับ OPEC ที่เพิ่ม output อยู่แล้ว สหรัฐที่ผลิตน้ำมันในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และ demand โลกที่ยังชะลอตัว ราคา $70 จะเป็นแรงกดดันต่อประเทศผู้ส่งออกน้ำมันทุกประเทศ

    สถานการณ์ที่สองคือดีลล่มหรือยืดเยื้อ ราคา Brent จะดีดกลับขึ้นไปที่ $95-100 อย่างรวดเร็ว เพราะ risk premium จะกลับมา ตลาดจะตระหนักว่าข่าวลือดีลเป็นแค่ smoke screen

    ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและไทยจากทั้งสองสถานการณ์ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ถ้าน้ำมันลงมาที่ $70-75 ประเทศนำเข้าพลังงานอย่างไทย จีน ยุโรป และญี่ปุ่นจะได้ประโยชน์ทันทีจากต้นทุนพลังงานที่ถูกลง เงินเฟ้อจะมีแรงกดดันลดลง ธนาคารกลางในฝั่งผู้นำเข้าพลังงานจะมีพื้นที่ลดดอกเบี้ยได้มากขึ้น ซึ่งเป็นบวกต่อตลาดหุ้นและอสังหาริมทรัพย์ในประเทศเหล่านั้น

    แต่ถ้าราคาน้ำมันกลับขึ้นไปที่ $95-100 เงินเฟ้อทั่วโลกที่กำลังลดลงอยู่จะกลับมาอีกครั้ง Fed และ ECB จะถูกล็อกไม่ให้ลดดอกเบี้ย ต้นทุนการกู้ยืมทั่วโลกยังสูงต่อเนื่อง ประเทศกำลังพัฒนาที่มีหนี้ดอลลาร์จะเผชิญแรงกดดันสองด้านพร้อมกันทั้งพลังงานแพงและดอกเบี้ยสูง

    ตัวเลขที่สำคัญที่สุดในสัปดาห์นี้คือ Hormuz vessel traffic ถ้าภายใน 7 วันหลังประกาศดีล จำนวนเรือที่ผ่านช่องแคบไม่เพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบัน นั่นคือสัญญาณว่าดีลยังไม่เป็นรูปธรรม ราคาน้ำมันจะดีดกลับ

    ตัวเลขที่สองคือ US crude oil inventory สัปดาห์นี้ ถ้า inventory เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แสดงว่า demand ชะลอจริงๆ ซึ่งจะกดราคาน้ำมันให้อยู่ต่ำแม้ Hormuz จะยังไม่เปิด

    ตัวเลขที่สามคือ Iran compliance ในสัปดาห์แรกหลังดีล ถ้าอิหร่านยังส่งโดรนหรือยิงขีปนาวุธแม้จะลงนาม MOU แล้ว ตลาดจะตีความว่านี่คือ ceasefire ชั่วคราว ไม่ใช่ peace deal จริงๆ

    https://www.facebook.com/share/1Bw4Xu7MNv/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,029
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Warsh เตรียมยกเลิก dot plot FOMC 16-17 มิถุนายน ขณะที่ตลาดกำหนดราคาโอกาสขึ้นดอกเบี้ย 56% ดอลลาร์กำลังอยู่ระหว่างสองแรงที่ดึงคนละทิศ

    Kevin Warsh ประธาน Fed คนใหม่กำลังจะเข้าสู่การประชุม FOMC ครั้งสำคัญที่สุดนับตั้งแต่เขารับตำแหน่ง ในวันที่ 16-17 มิถุนายนนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องว่าจะขึ้นหรือไม่ขึ้นดอกเบี้ย แต่มีรายงานว่า Warsh กำลังพิจารณายกเลิก dot plot ซึ่งเป็นแผนภูมิคาดการณ์ดอกเบี้ยล่วงหน้าที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2012 ถ้าเกิดขึ้นจริง มันจะเปลี่ยนวิธีที่ตลาดการเงินทั่วโลกอ่านสัญญาณ Fed ไปอย่างสิ้นเชิง

    ตลาด Fed Funds Futures ตีราคาความน่าจะเป็นที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ที่ 56% ขยับขึ้นจาก 10% ต้นปี หลัง CPI พุ่ง 4.2% และ PPI พุ่ง 6.5% YoY ในเดือนพฤษภาคม 2-year Treasury yield ทะลุ 4% สัญญาณที่ตลาดพันธบัตรส่งออกมาชัดเจนกว่าที่นักวิเคราะห์หลายคนยอมรับ

    อัตราดอกเบี้ย Fed ปัจจุบันอยู่ที่ 3.50-3.75% ขณะที่ Donald Trump ออกมาพูดสาธารณะว่าการขึ้นดอกเบี้ยจะเป็นความผิดพลาด Morgan Stanley ระบุว่านี่คือ the most underpriced event ในตลาดการเงินขณะนี้

    เพื่อเข้าใจว่าทำไมการประชุม FOMC ครั้งนี้จึงมีผลต่อทิศทางดอลลาร์มากกว่าที่ตลาดกำลังประเมิน ต้องเข้าใจกลไกที่ทำงานพร้อมกันสองทิศทาง

    ทิศทางแรกคือแรงที่ดึงดอลลาร์ให้แข็ง ถ้า Fed ขึ้นดอกเบี้ย 25bps อัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐจะขึ้นไปที่ 3.75-4.00% ส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐกับประเทศอื่นจะกว้างขึ้น นักลงทุนที่ถือเงินยูโร เยน หรือบาทจะมีแรงจูงใจโยกเงินเข้าดอลลาร์มากขึ้น เพราะดอลลาร์ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ในทางทฤษฎี นี่คือสิ่งที่ทำให้ดอลลาร์แข็งค่า

    ทิศทางที่สองคือแรงที่ดึงดอลลาร์ให้อ่อน DXY หรือดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลักอยู่ที่ 99.8 ซึ่งอ่อนกว่าจุดสูงสุดช่วงต้นปี 2025 ที่ 109 ถึง 10% การอ่อนค่าของดอลลาร์มาจากหลายปัจจัย ทั้งความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะสหรัฐที่ทะลุ 36 ล้านล้านดอลลาร์ การสูญเสียความเชื่อมั่นในนโยบายการค้าที่ผันผวน และการที่จีนกับหลายประเทศลดการถือครองดอลลาร์ในทุนสำรองระหว่างประเทศ ถ้า Fed ไม่ขึ้นดอกเบี้ยเพราะถูกกดดันจาก Trump แรงขายดอลลาร์จะเพิ่มขึ้น

    นี่คือสถานการณ์ที่ดอลลาร์ติดอยู่ระหว่างสองแรงที่ดึงคนละทิศ และผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นขึ้นอยู่กับว่า FOMC จะตอบโจทย์ตลาดหรือตอบโจทย์ทำเนียบขาว

    การยกเลิก dot plot ถ้าเกิดขึ้นจริงจะเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับตลาดอีกชั้น dot plot คือแผนภูมิที่แสดงให้เห็นว่าสมาชิก FOMC แต่ละคนคาดว่าดอกเบี้ยจะอยู่ที่ระดับไหนในอนาคต ตลาดใช้ข้อมูลนี้ในการกำหนดราคาพันธบัตร สกุลเงิน และสินทรัพย์ทั่วโลก ถ้า Warsh ยกเลิก dot plot ตลาดจะต้องอ่านสัญญาณ Fed จากแหล่งอื่น ความผันผวนในตลาดดอลลาร์และ bond จะสูงขึ้น เพราะไม่มีตัวชี้วัดล่วงหน้าที่ชัดเจน

    ผลกระทบต่อทิศทางดอลลาร์ในกรอบ 3 เดือนข้างหน้ามีสองสถานการณ์

    สถานการณ์แรกคือ Fed ขึ้นดอกเบี้ย ดอลลาร์จะแข็งขึ้นระยะสั้น DXY อาจกลับขึ้นไปแตะ 101-102 แต่ถ้าขึ้นดอกเบี้ยท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอ ตลาดจะเริ่มกังวลเรื่อง recession risk มากขึ้น ซึ่งในระยะกลางอาจกดดอลลาร์อีกครั้ง นักลงทุนจะเริ่มถามว่า Fed จะขึ้นได้กี่ครั้งก่อนที่เศรษฐกิจจะพัง

    สถานการณ์ที่สองคือ Fed ไม่ขึ้นดอกเบี้ยแต่ส่ง hawkish signal ดอลลาร์อาจทรงตัวหรืออ่อนลงเล็กน้อย แต่ถ้าตลาดมองว่า Fed กลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง ความเชื่อมั่นในดอลลาร์จะถูกสั่นคลอนในระยะยาว ซึ่งอาจเร่งกระบวนการ de-dollarization ที่กำลังดำเนินอยู่

    สัญญาณที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้

    ตัวเลขแรกที่สำคัญที่สุดคือ Fed statement เวลา 20.00 น. ของวันที่ 17 มิถุนายน ฟังทั้งคำว่าจะทำ และคำที่ไม่พูดถึง ถ้า Warsh ไม่พูดถึง 2% inflation target อย่างชัดเจน นั่นอาจเป็นสัญญาณว่า Fed กำลังปรับกรอบนโยบายใหม่

    ตัวเลขที่สองคือ DXY ในช่วง 24 ชั่วโมงหลัง FOMC ถ้า DXY ทะลุขึ้นเหนือ 101 อย่างชัดเจน แสดงว่าตลาดตีความว่า Fed ยังเป็นอิสระและ credible ถ้า DXY ดิ่งลงต่ำกว่า 98 หลัง statement แม้ว่าจะขึ้นดอกเบี้ย นั่นคือสัญญาณอันตรายที่ตลาดไม่เชื่อ Fed อีกต่อไป

    ตัวเลขที่สามคือ 10-year Treasury yield ถ้ายังติดอยู่เหนือ 4.45% ตลอดสัปดาห์ แม้หลัง FOMC ตลาดกำลังบอกว่าเงินเฟ้อยังไม่จบ และ bond vigilante ยังควบคุมเกมอยู่

    https://www.facebook.com/share/p/1JPeFPgKkX/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,029
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงอาการทางจิตขั้นสุดบนโซเชียลมีเดียแล้ว

    ในโพสต์หนึ่ง เขาโทษโอบามา อ้างว่าอิหร่าน "ไม่ต้องการอาวุธนิวเคลียร์อีกต่อไป" ซึ่งเป็นสิ่งที่อิหร่านพูดมานานหลายทศวรรษแล้ว และนำเสนอการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งว่าเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ โดยมองข้ามข้อเท็จจริงที่ว่าช่องแคบปิดลงเพราะสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดอิหร่านตั้งแต่แรก

    จากนั้นในเวลาเดียวกัน เขาก็บอกว่าเขารอคอยที่จะร่วมมือกับอิหร่าน ก่อนที่จะขู่ว่าจะทำลายอิหร่านหากอิหร่านไม่ตกลง

    ข้อความ..ปธน..โรคจิต

    ข้อตกลง JCPOA ของบารัค ฮุสเซน โอบามากับอิหร่าน เป็นเส้นทางด่วนสู่การมีอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งอิหร่านจะมีเมื่อ 6 ปีก่อน และหากสำเร็จก็คงนำมาใช้ไปแล้ว ข้อตกลงของผมกับอิหร่านตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง มันคือกำแพงขนาดยักษ์ที่ปิดทางสู่อาวุธนิวเคลียร์โดยสิ้นเชิง!

    อันที่จริง วันนี้อิหร่านไม่ต้องการอาวุธนิวเคลียร์อีกต่อไป และจะไม่มีวันได้มันมา ไม่ว่าจะด้วยการซื้อ การพัฒนา หรือวิธีใดก็ตาม

    ข้อตกลงนี้มีกำหนดจะลงนามในวันพรุ่งนี้ และทันทีหลังจากลงนาม ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดให้ทุกประเทศใช้งานได้อย่างเสรี

    ความสัมพันธ์ของเรากับอิหร่านในวันนี้ แตกต่างจากรัฐบาลก่อน ๆ อย่างสิ้นเชิงและดีกว่ามาก

    ต่างจากยุคโอบามาที่ส่งเงินให้อิหร่านเป็น หลายแสนล้านดอลลาร์ รวมถึงเงินสดก้อนโต 1.7 พันล้านดอลลาร์ที่ขนส่งกันเป็นเงินสดจริง ๆ ข้อตกลงของเราไม่มีการจ่ายเงินแม้แต่ดอลลาร์เดียว!

    เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม และทุกอย่างสงบเรียบร้อย เราจะเข้าไปนำ “Nuclear Dust” หรือวัสดุนิวเคลียร์ที่ถูกฝังลึกอยู่ใต้ภูเขาหินแกรนิตมหึมา ซึ่งพังถล่มลงมาจากพลังอันมหาศาลของ เครื่องบิน B-2 ของเราและนักบินผู้ยอดเยี่ยมของเราออกมา แล้วทำการลดความเข้มข้นและทำลายทิ้ง ไม่ว่าจะในอิหร่านหรือในสหรัฐ

    เราหวังที่จะร่วมมือกับอิหร่านและตะวันออกกลาง ไปอีกยาวนานในอนาคต โดยหวังว่ากระบวนการทั้งหมดนี้จะดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ง่ายดาย และราบรื่น

    หากไม่เป็นเช่นนั้น เราก็มีทางเลือกสุดท้าย ซึ่งหวังว่าจะไม่จำเป็นต้องใช้อีกต่อไป!

    ขอขอบคุณที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้!!! ประธานาธิบดี

     

แชร์หน้านี้

Loading...