เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 10 สิงหาคม 2026 at 16:33.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,838
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,207
    ค่าพลัง:
    +26,985
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,838
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,207
    ค่าพลัง:
    +26,985
    วันนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ ๑๐ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ กระผม/อาตมภาพมีงานสำคัญก็คือ ไปรับทักษิณานุประทาน ในพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อุปเสณมหาเถร, ป.ธ. ๙) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ซึ่งท่านได้มรณภาพมาครบ ๑๓ ปีแล้ว ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าจากที่รู้สึกว่าท่านเพิ่งจะจากไป กลายเป็นว่าผ่าน ๑๓ ปีไปโดยไม่รู้ตัว..!

    จากที่ได้พบกับหลวงพ่อสมเด็จฯ ท่านตั้งแต่สมัยแรก ๆ ที่ท่านยังเป็นเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์ ไปงานวัดท่าซุงเป็นประจำ ซึ่งถ้าจำไม่ผิด ปีแรกที่ท่านไปก็คืองานประจำปีวัดท่าซุง กระผม/อาตมภาพมีหน้าที่ต้อนรับพระเถระ ได้รับคำสั่งจากหลวงพ่อฤๅษีฯ ว่า "ให้นำหลวงพ่อวัดสระเกศไปพักที่ห้องพักของข้า ที่ตึกนนทา อนันตวงษ์โน่น"

    เมื่อได้รับคำสั่งจึงได้นำท่านไป ไปถึงพระเดชพระคุณหลวงพ่อก็ยังโทรศัพท์สำทับมาว่า "ให้ท่านนอนบนเตียงข้าเลย" แต่เมื่อเรียนถวายพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านแล้ว ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ บอกว่า "การไปนอนทับนั่งทับที่ของครูบาอาจารย์ไม่ใช่เรื่องดี" แล้วท่านก็ดึงเอาผ้าห่มกับหมอนลงไปปูที่พื้น แล้วก็นอนสีหไสยาสน์ลักษณะภาวนา กระผม/อาตมภาพกราบท่านแล้วถอยออกมาปิดประตู คอยเฝ้าอยู่ทางด้านนอก ประมาณ ๒๐ กว่านาทีไปชะโงกดูใหม่ ปรากฏว่าท่านลุกมานั่งขัดสมาธิเจริญพระกรรมฐานไปแล้ว..!

    เรื่องนี้ต้องยอมรับว่าพระเดชพระคุณท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ วัดสระเกศนั้น ท่านมีความคล่องตัวและชำนาญในเรื่องของกรรมฐานเป็นอย่างยิ่ง มีหลายเรื่องซึ่งไม่สามารถจะเล่าได้ ท่านก็สามารถจะชี้แจงแถลงไขให้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะท่านบอกว่า "การถวายการรับใช้ครูบาอาจารย์เป็นบุญใหญ่มากนะ ต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด" กระผม/อาตมภาพก็รับใส่เกล้าและปฏิบัติอย่างเต็มที่ตลอดมา

    แม้กระทั่งหลังจากออกจากวัดท่าซุง ไปสร้างที่พักสงฆ์เกาะพระฤๅษี ท่านขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่สมเด็จพระพุฒาจารย์แล้ว ก็ยังเมตตาห่วงใยถามไถ่ถึง และมีคำสั่งให้เข้าไปหาท่านอย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง ซึ่งกระผม/อาตมภาพเข้าใจดีว่า สิ่งที่ท่านสั่งให้ทำนั้นก็เพื่อประโยชน์ของตัว
    กระผม/อาตมภาพเองทั้งสิ้น

    เนื่องเพราะว่าในส่วนของการเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดพระผู้ใหญ่ หรือว่าเป็นพระที่ได้เข้าหาพระผู้ใหญ่นั้น เป็นเรื่องที่คนอื่นรู้เข้าแล้วก็ต้องให้ความเกรงใจ แต่กระผม/อาตมภาพไม่เคยลืมตัว และไม่เคยเอ่ยอ้างกับผู้ใดทั้งสิ้น มีแต่ไปถึงแล้ว ถ้าตรงกับวันพระ พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านก็ให้ไปลงอุโบสถฟังพระปาฏิโมกข์ด้วยกัน และแนะนำให้กับพระวัดสระเกศทั้งหลายทั้งปวงว่ากระผม/อาตมภาพเป็นใคร ? มาจากไหน ? มีวัตรปฏิบัติลักษณะอย่างไร ? ซึ่งท่านชื่นชมเสียจนเลิศลอย กระผม/อาตมภาพเองยังรู้สึกว่า ค่อนข้างจะอายบรรดาพระวัดสระเกศทั้งหลายเหล่านั้น..!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,838
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,207
    ค่าพลัง:
    +26,985
    ตอนนั้นท่านเจ้าคุณเสนาะ (อดีตพระพรหมสุธี) ยังเป็นเจ้าคุณชั้นธรรมอยู่ แล้วท่านเจ้าคุณธงชัย ปัจจุบันก็คือสมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ยังเป็นเจ้าคุณพระราชธรรมสาร กระผม/อาตมภาพเองรู้สึกว่าตัวเองเป็นเด็กบ้านนอก ตัวเล็กนิดเดียว เข้าไปอยู่ท่ามกลางพระผู้ใหญ่ในกรุงเทพฯ แต่ว่าได้รับคำแนะนำในลักษณะที่รู้สึกว่า เหมือนกับตั้งใจโฆษณาคุณสมบัติแบบนั้น บางทีก็รู้สึกเหนียม ๆ อยู่เหมือนกัน..!

    แต่เมื่อพระเดชพระคุณท่านเจ็บไข้ได้ป่วยเข้าโรงพยาบาล ครั้นออกจากโรงพยาบาลมา ก็ได้แวะไปกราบท่านแค่ ๒ ครั้งก่อนที่ท่านจะมรณภาพ เนื่องเพราะมีนิสัยไม่ชอบรบกวนพระป่วย เหตุเพราะรู้ดีว่าพระที่ท่านเจ็บไข้ได้ป่วยนั้น ต้องใช้กำลังใจในการกดข่มเวทนาอย่างไร แล้วถ้าต้องมาคอยต้อนรับผู้ที่มาเยี่ยมอยู่ ก็อาจทำให้เวทนาของท่านกำเริบได้ จึงได้แต่คอยดูอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ ทางวงนอก ไม่คิดว่าหลวงพ่อท่านจะ "ไป" เร็วขนาดนั้นเหมือนกัน รู้สึกว่าแค่ไม่นาน เพราะเหมือนกับหลวงพ่อท่านอยู่ด้วยตลอดเวลา แต่ปรากฏว่าในฎีกาแจ้งว่าเป็นการบำเพ็ญกุศลปีที่ ๑๓ เข้าไปแล้ว..!

    ครั้นไปถึงก็ได้รับการต้อนรับอย่างดียิ่ง จากท่านพระครูปลัดสุวัฒนสิทธิคุณ อดีตพระครูสิทธิสรกิจ และอดีตพระมหาพิศุทธิ์ วิสุทฺโธ ซึ่งทำหน้าที่ต้อนรับพระเถระอยู่ในนั้น เข้าไปก็เจอเพื่อนพระสังฆาธิการ ตลอดจนกระทั่งเพื่อนฝูงและรุ่นน้องอยู่เป็นจำนวนมาก กราบไหว้ทักทายกันตามลำดับแล้ว ก็ได้รับนิมนต์ให้ไปทอดผ้าบังสุกุลถวายหลวงพ่อสมเด็จ เพื่อที่จะอุทิศเป็นกุศลให้กับท่าน จากนั้นถึงได้ขึ้นพิจารณาผ้าไตรด้วยตนเอง

    เนื่องจากว่าผู้ที่ได้รับฎีกาวันนี้แบ่งเป็น ๒ ชุด ก็คือฎีกาหลวงที่ต้องใช้พัดยศ และฎีกาวัดที่ออกให้เป็นการส่วนตัว กระผม/อาตมภาพรับฎีกาวัด แต่ว่าเขาต้องการให้ใช้พัดยศ สอบถามไปจนทั่วแล้ว ไม่มีใครที่มีพัดยศเทียบเจ้าคณะอำเภอชั้นพิเศษฝ่ายวิปัสสนาธุระ ทางวัดสระเกศจึงได้จัดให้กระผม/อาตมภาพใช้พัดรองขึ้นพิจารณาผ้าไตรบังกุสุลอยู่คนเดียวโด่เด่ ต้องบอกว่าดังโดยไม่ได้เจตนา..!
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,838
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,207
    ค่าพลัง:
    +26,985
    ครั้นเมื่อรับทักษิณานุปทานเรียบร้อยแล้ว ก็ได้ขอตัวเดินทางกลับ แม้ว่าจะใช้ทางด่วนพิเศษ M๘๑ ก็ตาม แต่ว่าฝนที่ตกกระหน่ำลงมา ก็ทำให้ต้องไปด้วยความเร็วที่ไม่มากนัก ไม่เช่นนั้นแล้วก็อาจจะเกิดอันตรายขึ้นมาได้..!

    ในเรื่องของอุบัติเหตุอันตรายนั้น มักจะมาถึงแบบไม่รู้ตัว เนื่องเพราะว่าต้องมีส่วนของกรรมเก่าเข้ามาด้วย ในชีวิตกระผม/อาตมภาพเจออุบัติเหตุทางรถยนต์หนัก ๆ หลายครั้ง แต่ไม่เคยมีร่องรอยอะไรมาแผ้วพานเลย แม้ว่าบางครั้งถึงขนาดต้องรอกู้ภัยเขามางัดออกจากรถก็ตาม..! เหตุก็เพราะว่าเมื่อขึ้นรถก็จะภาวนาบท "กรณียเมตตสูตร" ตามที่ครูบาอาจารย์ท่านหนึ่ง ก็คือหลวงปู่ดู่ พฺรหฺมปญฺโญ วัดสะแก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ท่านบอกว่า ถ้าเราภาวนาไว้เป็นประจำ จะมีเทวดาคอยรักษา

    อีกประการหนึ่งก็คืออาราธนาวัตถุมงคลของครูบาอาจารย์ให้ช่วยอนุเคราะห์สงเคราะห์อยู่แล้ว ประกอบกับยังมีท่านผู้มีพระคุณบางท่าน ที่ช่วยดูแลให้เป็นการพิเศษอีกต่างหาก แต่ก็ไม่เคยประมาท ขึ้นรถเมื่อไรก็ต้องภาวนาเอาไว้ก่อน

    ในเรื่องของความประมาทนั้น ต้องบอกว่าเป็นข้อห้ามของนักปฏิบัติภาวนา เราประมาทเมื่อไร เกิดอุบัติเหตุทางโลก ๆ ยังไม่กระไรนัก แต่ถ้าหากว่าโดนกิเลสตีร่วงไป กว่าที่จะคืนมาได้นี่เป็นเรื่องอะไรที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง..!

    แต่เห็นนักปฏิบัติธรรมส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ก็มักจะมีความประมาทเป็นปกติ ทำแล้วไม่รู้จักรักษาอารมณ์ให้ต่อเนื่องเอาไว้ ถ้าในลักษณะอย่างนั้นก็จะเป็นการ "เลี้ยงโจรเอาไว้ปล้นตัวเอง" เนื่องเพราะว่ากิเลสจะเอากำลังในการภาวนาของเรา ไปใช้ในการฟุ้งซ่าน แล้วก็ทำให้เราเตลิดเปิดเปิง จนหาทางกลับไม่เจอ..!

    เรื่องพวกนี้ต้องเจอกันจนเข็ดไปข้างหนึ่ง เราท่านทั้งหลายจึงจะรู้จักระมัดระวัง ไม่เช่นนั้นแล้ว ต่อให้ครูบาอาจารย์ย้ำเตือนเท่าไร ก็ฟังแล้วปล่อยผ่านหูไปเฉย ๆ ต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย จนกว่าจะได้รับบทเรียนครั้งแล้วครั้งเล่า รู้สึกเข็ดเมื่อไร ก็จะรู้จักรักษาใจของตนเอง

    สำหรับวันนี้อย่างไรเสียก็ต้องเดินทางกลับให้ถึงวัดท่าขนุน เนื่องเพราะว่ายังมีงานปฏิบัติธรรมของพระนวกะในเขตปกครองคณะสงฆ์อำเภอทองผาภูมิรออยู่ ซึ่งพระครูวรกาญจนโชติ, ดร. เจ้าคณะอำเภอทองผาภูมินั้น ได้ขอร้องเอาไว้ว่า "ในเมื่อหลวงพ่อไม่ได้ไปในพิธีเปิด ก็ขอให้ไปเป็นประธานในพิธีปิดให้ด้วย" จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเดินทางไปดูแล ถึงแม้ว่าจะฝากฝังเหล่าพระวิปัสสนาจารย์ ตลอดจนกระทั่งกองงานเลขานุการเอาไว้แล้ว แต่ถ้าได้ไปปรากฏตัวเอง อย่างน้อยก็เป็นกำลังใจแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาได้ เพียงแต่ว่าฝนฟ้าแบบนี้ กว่าจะเดินทางกลับถึงก็น่าจะค่ำมืดแล้ว คงจะเป็นพรุ่งนี้ถึงจะได้เข้าไปดูการปฏิบัติธรรมของพระนวกะกัน

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันจันทร์ที่ ๑๐ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...