ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,872
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ปีนี้เป็นปีแรกที่กัมพูชาให้ความสำคัญกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย

    วันนี้วันแรกของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย (10สิงหาคม 2026) การสอบวัดระดับมัธยมปลาย (การสอบเข้ามหาวิทยาลัย) ของกัมพูชาประจำปี 2026 ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ รายงานเบื้องต้นจากกระทรวงศึกษาธิการกัมพูชาระบุว่า "การสอบวันแรกดำเนินไปอย่างราบรื่นทั่วประเทศ โดยไม่มีการละเมิดหรือความผิดปกติร้ายแรงใด ๆ เกิดขึ้น และนักศึกษาเขมรทุกคนมีความพยายาม ไม่ว่าจะป่วยแค่ไหนก็ยังเดินทางมาสอบโดยมีสายน้ำเกลือ"

    จากข้อมูลอย่างเป็นทางการของกัมพูชา มีนักเรียนมากกว่า 151,000 คน ลงทะเบียนเข้าสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปีนี้ ในจำนวนนี้ มีนักเรียนสายสังคมศาสตร์คิดเป็นมากกว่า 70% (ประมาณ 75.2%) รวมกว่า 113,000 คน ส่วนนักเรียนสายวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์คิดเป็นมากกว่า 37,000 คน หรือ 24.76% ซึ่งมีจำนวนที่น้อยมาก และสายแพทศาสตร์ที่ยังขาดตลาดตามเดิม จนแทบไม่มีใครสอบเข้า ทางการกัมพูชาอาจคัดเลือกให้ผู้ที่มีคะแนนสอบสูงสุดปัดเข้าไปเรียนในคณะแพทย์ศาสตร์

    ในวันแรกของการสอบข้อเขียน (10 สิงหาคม 2026) มีผู้ขาดสอบ 1,294 คน คิดเป็นอัตราการขาดสอบ 0.85% (ในจำนวนนี้ 1,100 คนเป็นผู้เข้าสอบที่ไม่ใช่นักศึกษา) นอกจากนี้ยังพบผู้เข้าสอบ 3 รายที่พกพาสมาร์ทวอทช์โดยฝ่าฝืนกฎระเบียบ และได้ทำการยึดสมาร์ทวอทช์ดังกล่าวที่ศูนย์สอบในนครเสียมราฐ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ของกัมพูชาที่มีนักเรียนเข้ามาสอบเยอะ

    ทั้งที่มีผู้เข้าสอบทั้งหมด 96 คน และผู้คุมสอบ 19 คน ทั่วประเทศกัมพูชาประสบปัญหาด้านสุขภาพ ในจำนวนนี้มีผู้เข้าสอบ 27 คนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นไข้เลือดออก 2 คน, ประสบอุบัติเหตุทางจราจร 11 คน จึงถอนตัวจากการสอบเนื่องจากเจ็บป่วย และผู้เข้าสอบที่เหลืออีก 24 คนที่ป่วยได้รับการจัดให้สอบต่อในห้องสอบแยกต่างหาก

    จากภาพบางส่วน ในวันแรกของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ผู้ปกครองของผู้สมัครสอบจำนวนมากต่างรออยู่ใต้ชายคาและใต้ร่มเงาของต้นไม้ใกล้สถานที่สอบ ขณะที่บางส่วนนั่งอยู่บนพื้นหญ้าใกล้ ๆ รอฟังข่าวผลการสอบของบุตรหลาน ถือเป็นเรื่องราวดี ๆ ในกัมพูชาในขณะนี้

    สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งกัมพูชา (ACU) สหพันธ์เยาวชน และตำรวจ ร่วมกันกำกับดูแลกระบวนการตรวจสอบทั้งหมด เพื่อให้มั่นใจได้ถึงความเปิดเผยและโปร่งใส มีรายงานว่าผลการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของกัมพูชาประจำปี 2026 คาดว่าจะประกาศผลในวันที่ 2 กันยายน 2026 และไม่ใช่ทุกคนจะสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ แต่จะมีเพียงบางส่วนที่จะได้เรียนต่อมหาวิทยาลัยเท่านั้น คนที่ตกรอบอาจต้องออกไปทำงาน หรือปวส.สายวิชาชีพ หรืออย่างมากเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเอกชน ซึ่งจะมีค่าเทอมที่แพงมหาศาล

    แต่ถึงอย่างไรก็ตามยังไม่มีมหาวิทยาลัยใดในกัมพูชาที่ติดอันดับโลก ยกเว้นในฐานข้อมูลการจัดอันดับสากล (เช่น EduRank, Webometrics) แต่จะอยู่ในกลุ่มอันดับที่ค่อนข้างไกล (นอก 4,000 อันดับแรกของโลก) นั่นหมายความว่ามหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในกัมพูชายังไม่ติด 4,000 มหาวิทลัยโลก แต่จะติดนอกเหนือจากนี้ เช่น สถาบันเทคโนโลยีกัมพูชา (ITC) จัดเป็นอันดับ 1 หรืออันดับต้น ๆ ของสถาบันการศึกษาในประเทศกัมพูชา อยู่ในอันดับราว ๆ 4,500 - 4,700 ของโลก และมหาวิทยาลัยภูมินทร์กรุงพนมเปญ (RUPP) มหาวิทยาลัยรัฐบาลเก่าแก่และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของกัมพูชา อยู่ในอันดับราว ๆ 4,100 - 5,400 ของโลก
    FB_IMG_1786406583999.jpg FB_IMG_1786406586695.jpg FB_IMG_1786406589547.jpg FB_IMG_1786406592398.jpg
    #การศึกษา #มหาวิทยาลัย #กัมพูชา #นักเรียน #นักศึกษา

    https://m.facebook.com/story.php?st...G67SW94NNl&id=100039677396371&mibextid=ZbWKwL
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,872
    ค่าพลัง:
    +97,153
    หลังจากปิดด่านพรมแดนถาวรไทย-กัมพูชา ครบรอบ 1 ปี ซึ่งจังหวัดเสียมราฐของกัมพูชาอยู่ใกล้ชายแดนไทยมากที่สุดจึงได้รับผลกระทบ

    ล่าสุดกัมพูชาได้ลงข้อมูลว่า "จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่นครวัดได้กลับมาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ถึงแม้ว่านักท่องเที่ยวจากไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางผ่านประเทศไทยมากัมพูชาจะสูญหายถาวร 100%"

    หลังจากที่กัมพูชาประสบปัญหากับการลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่แล้ว (2025) หลังการปิดด่านพรมแดนถาวรไทย-กัมพูชา และเกิดการปะทะขึ้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ตลอดแนว 2 ครั้งใหญ่ ซึ่งจังหวัดเสียมราฐอยู่ไม่ไกลจากชายแดนมากนักจึงได้รับผลกระทบทางการท่องเที่ยวอย่างใหญ่หลวง จากการกระทำของไทยที่ปั่นป่วนชายแดน และพยายามละเมิดอธิปไตยกัมพูชา ทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกไม่กล้ามาเที่ยวกัมพูชา แต่ในขณะเดียวกันจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในปี 2026 ที่เดินทางมายังเขตโบราณสถานอังกอร์ ในจังหวัดเสียมราฐ ได้เริ่มเพิ่มขึ้นเล็กน้อยแล้วเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปี 2025

    รายงานของเดือนกรกฎาคม 2026 โบราณสถานอังกอร์ (นครวัด-นครธม-บันทายสรี) ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวน 5,751 คน เมื่อเทียบกับปีก่อน (2025) เพิ่มขึ้น +0.54% ทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนกลับมาเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติรายใหญ่ที่สุดในเดือนนี้ของกัมพูชา แต่ในทางกลับกัน ผลงาน 7 เดือนแรกของปี 2026 กลุ่มโบราณสถานอังกอร์สามารถต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวจีนสะสมได้ 39,742 คน เมื่อเทียบกับปีก่อนยังคงลดลงถึง -25.4% ถึงแม้ว่านักท่องเที่ยวชาวจีนจะเป็นชาวต่างชาติรายใหญ่ที่สุดของประเทศกัมพูชาแล้วก็ตาม ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติอื่น ๆ ในภาคพื้นอากาศ (ทางสนามบิน) ได้ลงอย่างต่อเนื่องมานานหลายเดือนแล้ว

    และนักท่องเที่ยวโบราณสถานอังกอร์ที่สูญหายไปถาวร 100% คือนักท่องเที่ยวจากประเทศไทย ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติที่เดินทางภาคพื้นดินผ่านด่านพรมแดนถาวร ไทย-กัมพูชา ส่วนนักท่องเที่ยวจาก สปป.ลาว และเวียดนาม มีจำนวนไม่มากนัก และไม่ใช่ส่วนหลักที่เข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวของกัมพูชา

    #นครวัด #นครธม #การท่องเที่ยว
    #ชายแดน #ชายแดนไทยกัมพูชา

    https://www.facebook.com/share/p/19BGVQwNf8/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,872
    ค่าพลัง:
    +97,153
    หุ่นขี้ผึ้งนางอัปสรานุ่งผ้าสีแดง (2 ภาพแรก) จัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา เมื่อราว 20 ปีที่แล้ว ภาพถ่ายล่าสุดปี 2009 ก็ยังจัดแสดงนางอัปสราแบบดั้งเดิมอยู่ (เปิดอก)

    แต่ในปัจจุบัน แม้แต่เว็บไซต์ของรัฐบาลกัมพูชาเองก็ลบรูปนี้ทิ้ง เหลือปรากฏในเว็บต่างชาติแทน แทบไม่เหลือหลักฐานอะไรเก็บไว้เลยในความเป็นดั้งเดิม

    (2 ภาพหลัง) - กัมพูชาพยายามลบหลักฐานเดิม เพื่อ “เคลมวัฒนธรรมไทย” ด้วยการให้หุ่นขี้ผึ้งนางอัปสราในพิพิธภัณฑ์แต่งกายใหม่ (หุ่นตัวเดิม) ให้นางอัปสรานุ่งผ้าจีบหน้านางแบบสยาม มีชายพก ภาพวาดบนฝาผนังแก้ให้นางอัปสราห่มสไบ

    นอกจากการกระทำอันโฉ่งฉ่างอย่างชัดเจนแล้ว ล่าสุด “ชุดซัมปอต” ที่เคยใส่ในหุ่นขี้ผึ้งก็ถอดเอาไปทิ้งหมด หายเกลี้ยงทั้งพิพิธภัณฑ์ในกัมพูชา เปลี่ยนไปใส่เป็นชุดไทยแทน ห่มผ้าสไบกันทุกตัว และที่ลืมไม่ได้คือการ “นุ่งผ้าจีบหน้านาง” เคลมหนักกว่าห่มสไบอีก
    FB_IMG_1786406787819.jpg FB_IMG_1786406788892.jpg FB_IMG_1786406795304.jpg FB_IMG_1786406798250.jpg
    #ชุดไทย #chudthai
    #ThaiNationalCostume
    #นางอัปสรา #ขอม #นครวัด

    https://www.facebook.com/share/p/1VWMqeA99Q/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,872
    ค่าพลัง:
    +97,153
    แม่น้ำ ‘ยุโรป’ แห้งขอด ฉุดเศรษฐกิจตกต่ำ ผลิตไฟฟ้าไม่ได้ ขนส่งสินค้าอัมพาต ผลพวงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
    .
    “ยุโรป” กำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญ จาก “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ที่รุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดย “คลื่นความร้อน” และ “ภัยแล้ง” ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายใหญ่ของทวีปอย่าง แม่น้ำไรน์ และแม่น้ำดานูบลดต่ำเป็นประวัติการณ์ ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ทั้งภาคอุตสาหกรรม ลามไปถึงการผลิตไฟฟ้าเพื่อการอุปโภคบริโภค
    .
    “โรงไฟฟ้านิวเคลียร์” ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานคาร์บอนต่ำที่ผลิตไฟฟ้าถึง 25% ของความต้องการทั้งหมดในสหภาพยุโรปกำลังได้รับความเสียหายอย่างหนัก “ความร้อนสุดขั้ว” ทำให้แม่น้ำหลายสายมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอที่จะใช้ในระบบหล่อเย็นของเตาปฏิกรณ์ ส่งผลให้ฝรั่งเศส สั่งปิดเตาปฏิกรณ์ชั่วคราวถึง 3 แห่ง เพื่อป้องกันความเสียหายจากระบบที่ร้อนจัดและรักษาสมดุลทางนิเวศวิทยาของแม่น้ำ
    .
    ส่วนฮังการีเจอวิกฤติพลังงานรุนแรง ถึงขั้นที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์พากส์ ซึ่งจ่ายไฟฟ้าเป็นสัดส่วนถึงหนึ่งในสามของการบริโภคในประเทศ ต้องลดกำลังการผลิตลงเหลือเพียง 12% ขณะที่ กองทัพเรือโรมาเนีย ดำเนินภารกิจระเบิดใต้น้ำ ทำลายแนวหินและขุดลอกร่องน้ำในแม่น้ำดานูบ เพื่อเบี่ยงทิศทางน้ำให้ไหลเข้าสู่ระบบหล่อเย็นของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์นาโวดามากขึ้น หลังจากที่ต้องปิดเตาปฏิกรณ์ไปแล้วหนึ่งเครื่อง
    .
    ทางด้าน “แม่น้ำไรน์” ซึ่งเป็นเส้นทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของประเทศเยอรมนี กำลังอยู่ในภาวะอัมพาตบางส่วน ที่จุดวัดเคาบ์ระดับน้ำลดลงเหลือเพียง 24 เซนติเมตร นับเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบเกือบ 150 ปี จนไม่สามารถเดินเรือได้ จนเรือบรรทุกสินค้าต้องลดน้ำหนักบรรทุกเพื่อป้องกันการเกยตื้น ทำให้ต้นทุนการขนส่งพุ่งสูงขึ้นและกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมหนัก
    .
    ระดับน้ำที่ต่ำในแม่น้ำไรน์เพียงอย่างเดียวอาจฉุด GDP ของเยอรมนีลงได้ถึง 0.2% ในไตรมาสที่สาม โดยมูลค่าความสูญเสียอาจสูงถึง 2,000 ล้านยูโร จากความล่าช้าในภาคการผลิตและการเปลี่ยนไปใช้การขนส่งทางรางหรือถนนที่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า ซึ่งเป็นปัจจัยซ้ำเติมภาวะเงินเฟ้อที่ยุโรปกำลังเผชิญอยู่
    .
    เช่นเดียวกับภาคอุตสาหกรรมหลายแห่ง เริ่มเข้าสู่ภาวะถดถอย โดยบริษัทผลิตรถยนต์อย่าง Audi และ Ford ประกาศลดกำลังการผลิตลง เนื่องจากขาดแคลนไฟฟ้าและต้นทุนพลังงานสูงขึ้น
    .
    อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/1246740
    .
    .
    #กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจSustain
    https://www.facebook.com/1000646678...rRt3mB7wLsFzy9wEoqadHVii9xYl/?mibextid=NOb6eG
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,872
    ค่าพลัง:
    +97,153
    บทสนทนาโต้ตอบสั้นๆ แต่สะท้อนทิศทางนโยบาย ระหว่าง ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์และผู้สื่อข่าว เกี่ยวกับประเด็นการจัดส่งระบบสกัดกั้นขีปนาวุธ Patriot ให้แก่ยูเครน

    ผู้สื่อข่าว: "เซเลนสกีบอกว่าประเทศของเขากำลังต้องการขีปนาวุธ Patriot อย่างเร่งด่วนที่สุด"

    ทรัมป์: "เราเองก็ต้องการพวกมันเหมือนกัน ไบเดนยส่งให้เขาไปเยอะมากแล้ว"

    #ข่าวต่างประเทศ #สหรัฐอเมริกา #ทรัมป์ #ยูเครน #เซเลนสกี #Patriot #Orbitwire

    https://www.facebook.com/share/14swRrrQ4Q5/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,872
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ภาพสุดสะพรึง! วินาทีแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.4 เขย่าโคลอมเบีย

    เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.4 ริกเตอร์ทางตะวันตกของประเทศโคลอมเบีย มีศูนย์กลางใกล้เมืองซานโฮเซ เดล ปัลมาร์ (San José del Palmar) ในจังหวัดโชโก (Chocó) ความลึกประมาณ 96–107 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ทั่วหลายพื้นที่ของประเทศ รวมถึงโบโกตา กาลี และเปเรย์รา และยังรู้สึกได้ถึงเอกวาดอร์ เวเนซุเอลา และปานามา



    https://www.facebook.com/share/p/1KWMU4VzGm/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 1.mp4
      ขนาดไฟล์:
      1.6 MB
      เปิดดู:
      41
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,872
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ประกาศเทคโนโลยีขีปนาวุธปรับวิถีกลางอากาศแบบใหม่

    นายฮอสเซน โมเฮบบี โฆษกของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ประกาศว่าอิหร่านได้พัฒนาขีดความสามารถด้านขีปนาวุธขั้นสูงที่ช่วยให้กระสุนสามารถเปลี่ยนวิถีการบินกลางอากาศเพื่อหลีกเลี่ยงระบบป้องกันภัยทางอากาศของฝ่ายตรงข้าม

    โมเฮบบีกล่าวในพิธีวันนักข่าวที่เมืองกัซวินทางตอนเหนือของอิหร่านว่า เทคโนโลยีทางทหารภายในประเทศได้พัฒนาไปไกลกว่าการยิงแบบวิถีคงที่แล้ว

    ตามรายงานของสำนักข่าว IRNA โฆษกเน้นย้ำว่าระบบนำทางที่ได้รับการอัพเกรดเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในการสู้รบครั้งล่าสุดเพื่อโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญ

    โมเฮบบีกล่าวถึงการพัฒนาเหล่านี้ในบริบทของสงครามทางเทคโนโลยีที่กำลังดำเนินอยู่ โดยยืนยันว่าเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ขยายไปไกลกว่าการทำลายทางกายภาพเพื่อขัดขวางการตัดสินใจและกรอบการป้องกันของฝ่ายตรงข้ามอย่างเป็นระบบ

    https://www.facebook.com/share/p/1KLZHChYXc/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,872
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ⚠️ จีนคุมตัวชาวญี่ปุ่นหลายคน ปมแร่หายาก บริษัทญี่ปุ่นถูกตรวจเข้มหนักขึ้น

    มีรายงานว่า ชาวญี่ปุ่นหลายคนที่ทำงานอยู่กับบริษัทญี่ปุ่นในจีนถูกทางการจีนควบคุมตัว โดยเกี่ยวข้องกับมาตรการควบคุมการส่งออกสินค้าที่สามารถนำไปใช้ได้ทั้งทางทหารและพลเรือน หรือที่เรียกว่า “สินค้าสองทาง” (Dual-use) รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ แร่หายาก หรือ Rare Earth

    รายงานระบุว่า ในกลุ่มผู้ถูกควบคุมตัวมีทั้งผู้บริหารบริษัทญี่ปุ่นในจีน และบุคลากรของบริษัทญี่ปุ่นหลายราย

    ที่น่ากังวลคือ มีกรณีที่ชาวญี่ปุ่นเดินทางจากญี่ปุ่นเข้าไปในจีนเพื่อเข้าพบและให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่จีน ก่อนจะถูกควบคุมตัวหลังจากเดินทางถึงจีน

    เรื่องนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการตรวจสอบบริษัทญี่ปุ่นในจีนที่เข้มงวดขึ้น โดยมีทั้งการเข้าตรวจสถานประกอบการของบริษัทญี่ปุ่น และการเรียกผู้เกี่ยวข้องกับบริษัทไปสอบถามข้อมูลเกิดขึ้นบ่อยครั้งมากขึ้น

    ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ชาวญี่ปุ่น 2 คนซึ่งทำงานให้กับบริษัทไฟฟ้ารายใหญ่ของญี่ปุ่นในเมืองต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิง ก็ถูกทางการจีนควบคุมตัวเช่นกัน

    รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยว่า คนหนึ่งถูกควบคุมตัววันที่ 18 พฤษภาคม และอีกคนวันที่ 25 พฤษภาคม โดยทางการจีนแจ้งว่าทั้งสองถูกควบคุมตัวในข้อสงสัยเกี่ยวกับ การลักลอบนำเข้าส่งออกสินค้าต้องห้ามของประเทศ

    ฝ่ายญี่ปุ่นได้รับแจ้งจากหน่วยงานศุลกากรของจีน และระบุว่า ขณะนี้ทั้งสองยังอยู่ระหว่างกระบวนการสอบสวน โดยสุขภาพไม่มีปัญหาที่น่าเป็นห่วง

    ภายหลังมีข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องว่า กรณีดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับ แม่เหล็กแร่หายาก ที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ ซึ่งจีนควบคุมการส่งออกอย่างเข้มงวด โดยมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการนำผลิตภัณฑ์ออกจากจีนไปยังญี่ปุ่น ก่อนถอดแม่เหล็กแร่หายากออกภายหลังเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดในการส่งออก

    อย่างไรก็ตาม รายละเอียดดังกล่าวเป็นข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้อง ขณะที่ทางการจีนระบุเพียงว่า ชาวญี่ปุ่นทั้งสองคนถูกควบคุมตัวเนื่องจากสงสัยว่าละเมิดกฎหมายของจีน

    ทำไมจีนถึงเข้มงวดเรื่องนี้มากขึ้น?

    จีนเริ่มเพิ่มมาตรการควบคุมการส่งออกสินค้าที่สามารถนำไปใช้ได้ทั้งทางทหารและพลเรือน โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับแร่หายาก

    ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา จีนประกาศมาตรการควบคุมการส่งออกสินค้าประเภทดังกล่าวไปยังญี่ปุ่น และในเดือนมิถุนายนก็เพิ่มจำนวนบริษัทและองค์กรที่อยู่ในข่ายมาตรการเป็น 2 เท่า

    จากนั้นในเดือนกรกฎาคม จีนยังเปิดช่องทางให้ประชาชนแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการส่งออกสินค้าสองทางอย่างผิดกฎหมาย พร้อมส่งเสริมให้มีการแจ้งข้อมูลต่อทางการ

    รัฐบาลญี่ปุ่นมองว่า การตรวจสอบและการบังคับใช้กฎหมายของจีนกำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ

    ทางสถานทูตญี่ปุ่นในจีนจึงออกคำเตือนถึงผู้ที่ทำงานให้กับบริษัทญี่ปุ่นในจีนว่า การฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการส่งออกอาจมีทั้ง โทษปรับและโทษทางอาญา และขณะนี้ก็มีกรณีชาวญี่ปุ่นถูกควบคุมตัวเกิดขึ้นจริงแล้ว

    เจ้าหน้าที่รัฐบาลญี่ปุ่นยังเตือนอย่างชัดเจนว่า

    หากกำลังถูกสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการละเมิดกฎหมาย การเดินทางเข้าไปในจีนเพื่อเข้าพบเจ้าหน้าที่ในช่วงเวลานั้นมีความเสี่ยงสูง

    จึงแนะนำว่า หากบริษัทหรือคนญี่ปุ่นได้รับการติดต่อจากทางการจีน ควร ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น หรือสถานทูตญี่ปุ่นในจีนก่อน แทนที่จะเดินทางเข้าไปพบเจ้าหน้าที่ด้วยตัวเองทันที

    เรื่องนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงปัญหาของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่บริษัทญี่ปุ่นซึ่งยังทำธุรกิจอยู่ในจีนต้องระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่อง การส่งออกสินค้า เทคโนโลยี และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับแร่หายาก

    ที่มา: Mainichi Shimbun / Yahoo!ニュース และข้อมูลจากรัฐบาลญี่ปุ่นเกี่ยวกับกรณีชาวญี่ปุ่นถูกควบคุมตัวในเมืองต้าเหลียน

    วันที่ข่าว: 11 สิงหาคม 2026
    ⏰ เวลา: 00:00 น. (เวลาญี่ปุ่น)

    #ข่าวญี่ปุ่น #ข่าวจีน #ญี่ปุ่นจีน #ชาวญี่ปุ่นในจีน #บริษัทญี่ปุ่น #แร่หายาก #RareEarth #เรอาเอิร์ธ #การส่งออก #ข่าวต่างประเทศ #จีน #ญี่ปุ่น #MatsushitaNAMAjapan
    https://www.facebook.com/share/19XJt7io8e/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,872
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เตี้ยอุ้มค่อม?

    สหรัฐอเมริกามีหนี้สาธารณะใกล้ 39.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และกำลังเข้าใกล้ 40 ล้านล้านเหรียญสหรัฐออย่างรวดเร็ว มีหนี้สาธารณะเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) สูงถึง 140% ซึ่งสูงยิ่งกว่าจุดสูงสุดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ 119% แต่ยังไม่หนักเท่าญี่ปุ่น ซึ่งหนี้สาธารณะเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) พุ่งถึง 264%

    ปัญหาสำคัญคือการที่สหรัฐอเมริกาต้องนำเงินไปช่วยอุ้มค่าเงินเยน เพื่อไม่ให้ญี่ปุ่นเทขายพันธบัตรสหรัฐอเมริกา หรือเพื่อไม่ให้ญี่ปุ่นขึ้นอัตราดอกเบี้ยให้ทุนไหลกลับมาซื้อเงินเยนเพื่ออุ้มเงินสกุลเยนที่กำลังอ่อนค่าลงให้เยนกลับมาแข็งค่าขึ้น ไม่เช่นนั้นเงินดอลลาร์และราคาพันธบัตรสหรัฐอเมริกาอาจถูกเทขายครั้งใหญ่

    โจทก์สำคัญคือการที่สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นมีหนี้สาธารณะท่วมทั้งคู่ อเมริกาจะแบกญี่ปุ่นได้อีกนานเท่าไหร่

    https://www.facebook.com/share/1HsXhQKtmN/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,872
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จี้รัฐบอกความจริงกับประชาชน-เกษตรกรแม่อายเผยเลิกปลูกพืชผักขายหลังพบสารปนเปื้อนในห่วงโซ่อาหาร-สภาเกษตรกรรวบรวมข้อมูลเสนอ กก.ชาติ

    --------

    เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากมีการเผยแพร่ผลตรวจพืชผักผลไม้ของสำนักงานเกษตรอำเภอแม่อายร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเชียงใหม่ ในพื้นที่ลุ่มน้ำกก อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ซึ่งพบสารโลหะหนักปนเปื้อนเกินมาตรฐานหลากหลายชนิดได้ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เนื่องจากไม่มีการแจ้งเตือนประชาชนเพื่อให้รับมือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

    นายวรชิต ดำรงวรากุล เกษตรกรบ้านสบงาม ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ปัจจุบันชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำกกมีความกังวลเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพและการปนเปื้อนของสารหนูในแม่น้ำมากขึ้น แม้ในช่วงแรกชาวบ้านจะมีความกังวลในระดับสูง แต่ปัจจุบันหลายคนเริ่มปรับตัว โดยเฉพาะการหลีกเลี่ยงการใช้น้ำจากแม่น้ำกกในการปลูกพืชผักเพื่อบริโภค เมื่อก่อนชาวบ้านกังวลมาก แต่ว่าตอนนี้ชาวบ้านรู้แล้วว่าต้องดูแลตัวเองยังไง เรื่องผักเรื่องอะไรที่เราปลูกไว้กินเองพยายามจะไม่ใช้แม่น้ำกกแล้ว ยิ่งช่วงนี้เป็นหน้าฝน แล้วเรามีแหล่งน้ำลำห้วยบนดอยที่ไหลจากบนดอยมา เราใช้ท่อต่อมาเอง ใช้ทดแทนน้ำกกเมื่อก่อน

    นายวรชิตกล่าวว่า ผลกระทบที่เห็นชัดคือเกษตรกรที่อยู่ติดกับแม่น้ำกกเริ่มลดหรือหยุดการเพาะปลูก เนื่องจากกังวลว่าสารหนูจะปนเปื้อนในผลผลิต โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่ชาวบ้านเกรงว่าปริมาณสารปนเปื้อนจะเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันยังมีความกังวลจากกรณีที่ผ่านมา ซึ่งผลผลิตทางการเกษตรบางชนิด เช่น ข้าวโพดหวานและกระเจี๊ยบ ถูกปฏิเสธหรือไม่สามารถจำหน่ายได้ หลังมีการตรวจพบความกังวลเรื่องสารปนเปื้อน

    “เกษตรกรที่อยู่ริมแม่น้ำกกจริงๆ ช่วงนี้เขาเลิกปลูกกันแล้ว เลิกปลูกผลผลิตเยอะแล้ว เพราะกังวล หน้าฝนกลัวว่าสารหนูมันจะเยอะ อย่างข่าวครั้งที่แล้วที่ว่าปลูกข้าวโพดหวาน ปลูกกระเจี๊ยบ อะไรขายไม่ออก โดนแบน” นายวรชิตกล่าว

    เกษตรกรท่าตอนรายนี้ กล่าวว่า ที่ปัญหาสำคัญที่ทำให้ชาวบ้านสับสนในขณะนี้คือข้อมูลจากมหาวิทยาลัยและข้อมูลจากหน่วยงานรัฐไม่ตรงกัน โดยบางมหาวิทยาลัยหรือสถาบันที่ลงพื้นที่ตรวจสอบพบการปนเปื้อนของสารหนูในระดับสูง ขณะที่ภาครัฐยังยืนยันว่าค่าที่ตรวจพบอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและยังไม่ถึงระดับที่เป็นอันตราย ทำให้ชาวบ้านไม่รู้ว่าควรเชื่อข้อมูลชุดใด และควรดำเนินชีวิตหรือประกอบอาชีพต่อไปอย่างไร

    “สำหรับพื้นที่บ้านผม บ้านสบงามนี่ ยังถือว่ามีทางเลือก เพราะสามารถหาแหล่งน้ำจากลำห้วยบนพื้นที่สูงมาใช้ทดแทนน้ำกกได้ แต่หมู่บ้านที่อยู่ถัดลงไปอีกประมาณ 4-5 หมู่บ้าน และได้รับผลกระทบจากแม่น้ำกกโดยตรง อาจมีข้อจำกัดมากกว่า เพราะหากไม่มีแหล่งน้ำอื่นมาทดแทน การทำเกษตรโดยใช้น้ำกกก็อาจต้องหยุดลง แต่คนที่ดื้อยังทำก็มี คนจะเลิกทำเยอะอยู่ช่วงนี้ ส่วนคนที่ยังทำอยู่ ส่วนมากคนที่เขาทำอยู่เขาจะมีแหล่งน้ำอื่นมาทดแทนน้ำกก” นายวรชิตกล่าว

    ผู้สื่อข่าวถามว่าปัญหากระทบต่อการซื้อขายในตลาดชุมชนไหม นายวรชิตกล่าวว่า ปัญหายังส่งผลต่อระบบตลาดในชุมชน เนื่องจากชาวบ้านเริ่มไม่กล้าซื้อผักที่ปลูกในพื้นที่ริมแม่น้ำกก ขณะที่เกษตรกรเองก็ไม่สามารถนำผลผลิตมาจำหน่ายได้เหมือนเดิม ทำให้ผู้ค้าต้องเดินทางไปซื้อผักจากพื้นที่อื่น ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้ชุมชนสามารถปลูกและจำหน่ายผลผลิตกันเองได้

    นายวรชิตกล่าวว่า รัฐบาลควรลงพื้นที่ตรวจสอบการปนเปื้อนเป็นรายจุดอย่างละเอียด เพื่อให้เห็นสถานการณ์จริงของแต่ละพื้นที่ ไม่ควรใช้ผลตรวจหรือมาตรฐานเดียวมาครอบคลุมชุมชนทั้งหมด พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนรับรู้และสามารถประเมินความเสี่ยงด้วยตัวเอง

    “อยากให้ทางรัฐบาลช่วยเหลือชาวบ้าน 3-4 หมู่บ้านที่โดนหนักๆ ควรชดเชยเขาอย่างไร อย่าให้ข้อมูลเท็จ แล้วถ้าโซนไหนที่มาตรวจแล้วเจอสารพิษปนเยอะ เราก็ต้องหามาตรฐานว่า ต้องหางบตัวไหน หาอะไรมาทดแทนให้ชาวบ้านทำ” เกษตรกรบ้านสบงาม กล่าว

    ในวันเดียวกัน ที่สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดเชียงราย นายอุดม จันทร์ต๊ะวงศ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดเชียงราย ได้ประชุมหารือร่วมกับผู้แทนสภาเกษตรกรจากจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ และลำพูน พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายเกษตรกรและหน่วยงานวิชาการ เพื่อแสดงท่าทีถึงวิกฤตการณ์สารเคมีปนเปื้อนในแม่น้ำสายหลัก ได้แก่ แม่น้ำกก แม่น้ำรวก แม่น้ำสาย และแม่น้ำโขง ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคการเกษตร ปศุสัตว์ ประมง รวมถึงสุขอนามัยของประชาชนในวงกว้าง

    ทั้งที่ประชุมตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าในการเปิดเผยผลตรวจสารปนเปื้อน เช่น กรณีอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในอาชีพและกลไกตลาดในพื้นที่ ซึ่งเห็นว่าควรมีการสนับสนุนให้จัดหาชุดตรวจสอบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (Test Kit) ให้แก่ชุมชนริมแม่น้ำกก เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามคุณภาพน้ำและแจ้งเหตุผิดปกติไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็ว และได้เสนอให้เร่งจัดหาแหล่งน้ำสำรองและวางระบบกักเก็บน้ำในระยะยาว เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งน้ำปนเปื้อนเพียงอย่างเดียว

    นายอุดม จันทร์ต๊ะวงศ์ ได้ย้ำว่าสถานการณ์นี้เป็นปัญหาระดับชาติที่กระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร โดยมีสาเหตุหลักจากการทำเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้าน สิ่งที่เกษตรกรต้องการคือความโปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูลจากภาครัฐ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ สภาเกษตรกรจะรวบรวมข้อสรุปทั้งหมดเสนอต่อสภาเกษตรกรแห่งชาติเพื่อกดดันให้รัฐบาลเร่งแก้ไขโดยด่วน

    ขณะที่นายวิชิต กลิ่นทอง ประธานสภาเกษตรกร จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เป็นผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของภาคเกษตรกรและประชาชนทั่วไปที่ใช้น้ำอุปโภคบริโภค รวมถึงอันตรายต่อสุขภาพของเด็กและประชาชนหากไม่รีบแก้ไขในตอนนี้ อยากให้ทุกภาคส่วนบูรณาการการทำงานร่วมกันโดยด่วน

    https://www.facebook.com/share/1byEMB4Yxt/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,872
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ประกาศอย่างเป็นทางการ จาก OHCHR โดยจะอิงใช้จาก ข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ระหว่างไทยและกัมพูชา
    FB_IMG_1786413974729.jpg
    #ไม่รู้คนเซ็นไปดูย้อนหลังเอาละกัน (ลงประกาศย้อนหลัง)
    .
    โดยด้านน นาย tom andrews ได้มีการส่งรายงานไปให้ยัง UN เมื่อวันที่ 10.08.2569 ที่ผ่านมา พบเเล้วรายงานดังกล่าวเป็นที่ประจักษ์อย่างเห็นได้ชัดเจน ว่ามีการทำข้อตกลง ที่ "ประเทศไทย" ได้ยอมรับแล้วว่าจะยอมให้
    กับพูชากลับสู้ พื้นที่ภูมิลำเนาเดิมโดยมีการเซ็นร่วมเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ระหว่างไทยและกัมพูชา
    .
    ทั้งนี้นาย tom andrews ผู้รายงานยังได้ส่งต่ออีกถึงการแนบจนหมายปิด ผนึกอย่างไม่เป็นทางการถึงเจ้าหน้าที่ OHCHR ให้มีการรีบตรวจสอบพื้นที่ผู้อพยบตามรายงานของ UN เมื่อวันที่ 08.08.2569 ที่ผ่านมา ว่ารวมทั้งหมด มีผู้อพยบมากสูงถึง ประมาณ 650,000 คนต้องพลัดถิ่นในพื้นที่ชายแดน โดยกว่า 20,000 คนยังคงพลัดถิ่นอยู่ และมีผู้ตกงานสูงถึง 900,000 คนเดินทางกลับจากประเทศไทย ทักษะอาชีพของพวกเขาไม่ตรงกับความต้องการทางเศรษฐกิจในกัมพูชา และหลายคนยังคงว่างงาน การปิดด่านชายแดนส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจของกัมพูชาและชุมชนชายแดนที่พึ่งพาการค้าสินค้าเกษตรและสินค้าอื่นๆ การศึกษา การดูแลสุขภาพ และบริการอื่นๆ ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงตามแนวชายแดน
    .
    พร้อมทั้งนี้ มีการเรียกร้องให้รีบจัดการแรงงานที่ตกงานและเร่งเจรจาให้มีการประสานงานไปยังฝั่งไทยอีด้วย เพื่อด้านมนุษยธรรม ผ่อนปรนข้อตกลง การเข้าถึงการรักษาและสุขภาพอนามัยตลอดตามเเนวชายแดน

    สรุป

    ✅ เร่งให้ UN เข้ามาตรวจสอบ
    ✅ กดดันให้ไทยรับผู้ป่วยตามแนวชายแดนเข้าไปรักษา
    ✅ ให้ไทยยอมรับข้อตกลง ทีทำไว้เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568
    ✅ ให้เขมรกลับคืนสู้พื้นที่เดิมตาม ที่ คนไปเซ็นวันนั้น โดยในนามรัฐบาล
    ✅ อื่นๆย่อย

    ---------- Eng --------------------
    Official Announcement from OHCHR

    Based on the ceasefire agreement dated 27 December 2025 between Thailand and Cambodia.

    #If you don't know who signed it, go back and check.

    .

    Mr. Tom Andrews reportedly submitted a report to the UN on 10 August 2026. Upon reviewing the report, it is clearly evident that an agreement was made in which “Thailand” had already agreed to allow Cambodians to return to their original places of residence, with a joint signing on 27 December 2025 between Thailand and Cambodia.

    .

    In addition, Mr. Tom Andrews, the reporter, also forwarded the matter, including an unofficial sealed notice, to OHCHR officials, calling for an urgent inspection of the areas where displaced persons are located, according to the UN report dated 8 August 2026.

    The report stated that, in total, as many as approximately 650,000 displaced persons had been affected in the border areas, with more than 20,000 people still displaced. There were also as many as 900,000 unemployed people who had returned from Thailand. Their occupational skills do not correspond with the economic needs in Cambodia, and many of them remain unemployed.

    The closure of the border crossings has severely affected Cambodia's economy and border communities that depend on trade in agricultural products and other goods. Education, healthcare, and other services have also been severely affected along the border.

    .

    At the same time, there have been calls to urgently address the unemployed workers and accelerate negotiations to coordinate with the Thai side as well, for humanitarian purposes, to ease the agreement and ensure access to medical treatment and healthcare services throughout the border areas.

    Summary

    ✅ Urge the UN to urgently conduct an investigation.

    ✅ Pressure Thailand to accept patients from the border areas for medical treatment.

    ✅ Require Thailand to acknowledge the agreement made on 27 December 2025.

    ✅ Allow Cambodians to return to their original areas, according to what was signed that day on behalf of the government.

    ✅ Other related matters.

    ----------อ้างอิง----------
    https://www.ohchr.org/en/statements...al-rapporteur-situation-human-rights-cambodia

    ✅เพจหลัก https://www.facebook.com/beemnews
    ✅สำรอง https://www.facebook.com/beemnews.sub
    ✅ยูทูปเผื่อเฟสหายไป https://www.youtube.com/@beemnew

    #beemnews
    #Scambodia
    #ไทยไม่ใช่ผู้รุกราน

    https://www.facebook.com/share/1ArscLx7rz/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,872
    ค่าพลัง:
    +97,153
    นักวิจัยสหรัฐฯ ใช้ AI สร้าง "16 ไวรัสพันธุ์ใหม่" – แรงส่งทางชีววิทยา หรือชนวนวิกฤตชีวอนามัยโลก?

    รายงานข่าวจากสื่อระดับโลกอย่าง The New York Times และ CNN ได้เปิดเผยงานวิจัยที่สร้างทั้งความฮือฮาและความกังวลอย่างหนักในวงการวิทยาศาสตร์และการเมืองระหว่างประเทศ หลังทีมนักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) ร่วมกับ สถาบัน Arc Institute (คาลิฟอร์เนีย) ตีพิมพ์ผลงานลงในวารสารระดับโลกอย่าง Science ถึงการใช้ #ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ออกแบบและสังเคราะห์ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่ไม่เคยมีอยู่ตามธรรมชาติได้สำเร็จถึง 16 ชนิด

    1. เบื้องหลังเทคโนโลยี: จากชุดข้อมูล DNA สู่ "ไวรัสที่สร้างโดย AI"

    ความพิเศษและความน่าสะพรึงของงานวิจัยชิ้นนี้ ไม่ได้อยู่ที่ตัวเทคนิคการสังเคราะห์ไวรัสในห้องแล็บ (ซึ่งมนุษย์ทำได้นานแล้ว) แต่คือ "กระบวนการออกแบบโดย AI":

    -กระบวนการฝึกฝน (Training): นักวิจัยได้ฝึกฝน AI Generative Model โดยใช้ #รหัสพันธุกรรม (DNA Sequences) หลายล้านชุดจากธรรมชาติเป็นฐานข้อมูล เพื่อให้ AI เรียนรู้โครงสร้างและรูปแบบการสร้างชีวิต

    -การสั่งคัดสรร (Generation & Testing): AI ได้ประมวลผลและเสนอสายพันธุ์รหัสพันธุกรรมใหม่นับพันชุด จากนั้นทีมนักวิจัยได้คัดเลือกมา 300 ชุดเพื่อนำมาสังเคราะห์ทดสอบในห้องทดลองจริง และประสบความสำเร็จในการทำให้เกิด "ไวรัสที่มีชีวิตและออกฤทธิ์ได้จริง 16 ชนิด"

    2. ประโยชน์ทางการแพทย์ VS ช่องโหว่ความมั่นคงทางชีวภาพ (Biosecurity)

    แม้ทีมนักวิจัยจะออกมาตั้งโต๊ะแจงว่า ไวรัสทั้ง 16 ชนิดที่สร้างขึ้นเป็นประเภท "แบคทีริโอเฟจ" (Bacteriophage) หรือ #ไวรัสที่มุ่งทำลายเฉพาะแบคทีเรีย ไม่ส่งผลกระทบหรือก่อโรคในมนุษย์ และดำเนินการภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยชีวภาพขั้นสูง แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงกลับมองต่างออกไป:

    -การขาดแคลนกลไกกำกับดูแล (Governance Gap): นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ (Johns Hopkins University) เตือนผ่าน CNN ว่า เทคโนโลยีสร้างรหัสพันธุกรรมไวรัสด้วย AI ได้ก้าวไปไกลแล้ว แต่กฎหมายและสถาบันที่จะมาคุมความปลอดภัยกลับยังไม่เกิดขึ้นจริง

    -ความเสี่ยงหากตกอยู่ในมือผู้ไม่หวังดี: แม้ทีมวิจัยสแตนฟอร์ดจะระมัดระวัง แต่หากเทคโนโลยีหรือชุดแบบจำลอง AI นี้หลุดไปถึงมือผู้ก่อการร้ายหรือแล็บที่ไม่เคร่งครัดเรื่องจริยธรรม อาจถูกนำไปปรับแต่งเพื่อสร้าง "เชื้อโรคที่ติดเชื้อในเซลล์ยูคาริโอต" (Eukaryotes) ซึ่งสามารถทำลายมนุษย์ สัตว์ หรือพืชผลทางการเกษตร โดยที่มนุษยชาติไม่มีภูมิคุ้มกันหรือยารักษาเลยแม้แต่น้อย

    3. กระแสตื่นตระหนกในโลกออนไลน์: ความกลัวต่อ "ผู้ถือครองเทคโนโลยี"

    ประเด็นดังกล่าวกลายเป็นไวรัลทันทีในโซเชียลมีเดียต่างประเทศ โดยบางโพสต์มียอดเข้าชมสูงถึง 4.3 ล้านครั้ง พร้อมความคิดเห็นเชิงกังวลสะท้อนภาพยนตร์แนววันสิ้นโลก (Apocalyptic Movies):
    -เงาสะท้อนจากภาพยนตร์: ผู้ใช้รายหนึ่งได้คอมเมนต์ที่มีผู้กดไลก์เกือบ 3,000 ครั้งระบุว่า "เรื่องนี้เหมือนกับบันทึกการทดลองที่เรามักจะไปเจอในแล็บร้าง ของพวกเกมแนวเอาชีวิตรอดวันสิ้นโลกไม่มีผิด"

    -ความไม่ไว้วางใจในตัวมนุษย์: เสียงส่วนใหญ่ของชาวเน็ตเน้นย้ำว่า พวกเขาไม่ได้ปฏิเสธความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ แต่ปัญหาก็คือ "มนุษย์ไม่มีความน่าเชื่อถือพอที่จะถือครองเทคโนโลยีอันตรายเช่นนี้อย่างปลอดภัย"

    กรณีการสร้าง 16 ไวรัสใหม่ด้วย AI สะท้อนถึง "จุดตัดอันตราย" (Dangerous Intersection) ระหว่างความก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดของปัญญาประดิษฐ์ กับชีววิทยาเชิงสังเคราะห์ (Synthetic Biology)

    แม้นวัตกรรมนี้จะเปิดประตูสู่การรักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาในอนาคต แต่ในทางกลับกัน มันได้บีบให้ประชาคมโลกต้องรีบสร้าง "#ข้อตกลงและกฎหมายควบคุมAIทางชีวภาพ" (AI Biosecurity Framework) โดยด่วน ก่อนที่ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยในห้องทดลอง หรือเจตนาร้ายของใครบางคน จะเปลี่ยนนวัตกรรมเปลี่ยนโลก ให้กลายเป็นภัยพิบัติทางชีวภาพที่ไม่อาจควบคุมได้อีกต่อไป

    #ChinaFocus

    Ref.: NYT/CNN/BBC/FT

    https://www.facebook.com/share/p/1ESexR4Anw/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,872
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "ข้อตกลงป้องกันร่วมมักกะฮ์" – “Islamic NATO” กับจุดเปลี่ยนดุลอำนาจและการก่อตัวของความมั่นคงรูปแบบใหม่ในโลกอิสลาม?

    การลงนามในข้อตกลงป้องกันร่วมมักกะฮ์ (Mecca Joint Defense Agreement) เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ณ นครมักกะฮ์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยสามผู้นำ ได้แก่ เจ้าชายโมฮัมหมัด บิน ซัลมาน (มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย), ประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป แอร์โดอัน (ตุรกี) และ นายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ (ปากีสถาน) ถือเป็นหมุดหมายทางภูมิรัฐศาสตร์ครั้งสำคัญที่สั่นสะเทือนระเบียบความมั่นคงเดิมในภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชียใต้

    1. สาระสำคัญและโครงสร้าง "การป้องกันร่วม" (Collective Security)

    ประเด็นที่สร้างความตื่นตระหนกให้แก่แวดวงการทูตและหน่วยงานความมั่นคงทั่วโลก คือการระบุข้อความที่กำหนดว่า "การโจมตีด้วยกำลังอุปสรรคหรือกำลังทหารต่อประเทศใดประเทศหนึ่งในสามประเทศ ให้ถือเป็นการโจมตีต่อทั้งสามประเทศ" ซึ่งมีลักษณะโครงสร้างคล้ายคลึงกับ มาตรา 5 (Article 5) ของ #องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO)

    ข้อตกลงนี้นับเป็นการยกระดับจากความร่วมมือระดับทวิภาคีเดิม (เช่น ข้อตกลงตั้งฐานทัพและซ้อมรบทางอากาศระหว่างซาอุฯ-ปากีสถานเมื่อช่วงต้นปี) ไปสู่การสร้าง "กลไกความมั่นคงร่วมเชิงพหุภาคี" ที่มีสถาบันทางศาสนาและดินแดนศักดิ์สิทธิ์อย่างมักกะฮ์เป็นศูนย์กลางเชิงสัญลักษณ์

    2. สมการความมั่นคงสามประสาน: เงิน – นิวเคลียร์ – กำลังทหาร

    ความร่วมมือของทั้งสามประเทศเป็นการเติมเต็มช่องว่างด้านความมั่นคงที่โดดเด่นที่สุดในโลกอิสลาม:

    #ซาอุดีอาระเบีย (ขั้วทุน): ผู้สนับสนุนงบประมาณและเงินทุนมหาศาล พร้อมทั้งเป็นศูนย์กลางจิตวิญญาณของโลกซุนนี

    #ปากีสถาน (ขั้วป้องปรามนิวเคลียร์): ประเทศเดียวในโลกอิสลามที่มีอาวุธนิวเคลียร์ครอบครอง ซึ่งทำหน้าที่ขยาย "ร่มนิวเคลียร์" (Nuclear Umbrella) เชิงจิตวิทยามายังคาบสมุทรอาหรับ (แม้ในข้อตกลงจะระบุชัดเจนว่าไม่มีการแบ่งปันหรือย้ายกำลังนิวเคลียร์ออกนอกประเทศก็ตาม)

    #ตุรกี (ขั้วกำลังทหารและเทคโนโลยี): สมาชิก NATO ที่มีขนาดกองทัพใหญ่เป็นอันดับสอง รองจากสหรัฐฯ มีประสบการณ์จัดยุทโธปกรณ์ระดับมาตรฐาน NATO และเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีโดรน/สงครามสมัยใหม่

    3. ปัจจัยเร่ง: วิกฤตความเชื่อมั่นต่อ "ร่มคุ้มกันของสหรัฐฯ"

    ชนวนเหตุสำคัญที่บีบให้ประเทศเหล่านี้ต้องสร้างแกนความมั่นคงใหม่ มาจากการเปราะบางของนโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ โดยเฉพาะหลังจากเหตุปะทะทางทหารกับอิหร่านเมื่อช่วงต้นปี ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ ทำให้ซาอุดีอาระเบียตระหนักว่า "การพึ่งพาความคุ้มครองจากมหาอำนาจนอกภูมิภาคเพียงอย่างเดียวมีความเสี่ยงสูง"

    ยุทธศาสตร์ระยะยาวของข้อตกลงนี้จึงเป็นการส่งสัญญาณเปิดหน้าว่า กลุ่มประเทศอิสลามต้องการสร้าง "สถาปัตยกรรมความมั่นคงที่นำโดยชาติในภูมิภาคเอง" (Self-reliant Regional Security Architecture) เพื่อลดการพึ่งพาวอชิงตัน

    4. ผลกระทบสะเทือนวงกว้าง (Domino Effect)

    -อินเดีย (ตื่นตระหนกสูงสุด): มองว่าข้อตกลงนี้เป็นภัยคุกคามโดยตรง เนื่องจากปากีสถานได้พันธมิตรที่มีทั้งงบประมาณ (ซาอุฯ) และเทคโนโลยีโดรน (ตุรกี) เสริมทัพ อีกทั้งอาจโดนกดดันในเวที OIC ประเด็นแคชเมียร์

    -อิสราเอล (ดุลอำนาจเปลี่ยน): ความหวังในการผลักดันข้อตกลงอับราฮัม (Abraham Accords) เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์กับซาอุฯ ต้องหยุดชะงักลงทันที นอกจากนี้ยังเสียเปรียบเชิงจิตวิทยาจากการที่ปากีสถานขยายร่มป้องปรามครอบคลุมซาอุฯ

    -สหรัฐอเมริกา (วางตัวเงียบสงบ/ถูกมองข้าม): ยุทธศาสตร์การควบคุมตะวันออกกลางผ่านการจับคู่กดดันอิหร่านถูกสั่นคลอน อิทธิพลของสหรัฐฯ ในฐานะ "ผู้รับประกันความมั่นคงรายเดียว" (Sole Security Guarantor) ถูกลดบทบาทลง

    -รัสเซีย & จีน (มองเป็นโอกาส): รัสเซียมีท่าทีตอบรับเชิงบวกเพราะช่วยสลายการรวมตัวของกลุ่มพันธมิตรตะวันตก ขณะที่จีนสามารถใช้ประโยชน์จากเสถียรภาพใหม่นี้ในการขยายโครงการ Belt and Road (BRI)

    #ข้อตกลงป้องกันร่วมมักกะฮ์ ไม่ได้เป็นเพียงเอกสารความร่วมมือทางทหารธรรมดา แต่เป็น "ปฏิญญาทางการเมือง" ที่ประกาศให้โลกรับรู้ว่า มหาอำนาจในโลกอิสลามพร้อมจะกำหนดชะตากรรมความมั่นคงของตนเองโดยไม่รอความช่วยเหลือจากชาติตะวันตก

    แม้ในทางปฏิบัติ ความท้าทายเรื่องความขัดแย้งด้านผลประโยชน์เฉพาะตัวของแต่ละประเทศ (ซาอุฯ กังวลเรื่องอิหร่าน, ปากีสถาน กังวลเรื่องอินเดีย, ตุรกี กังวลเรื่องบทบาทในเมดิเตอร์เรเนียนและอิสราเอล) อาจเป็นบททดสอบความแน่นแฟ้นในระยะยาว แต่การเกิดขึ้นของ "พันธมิตรสามประสานมักกะฮ์" ได้เปลี่ยนฉากทัศน์ภูมิรัฐศาสตร์โลกไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว

    #ChinaFocus

    Ref.: Saudi Press Agency/ Reuters/ Al Jazeera/ Indian Express

    https://www.facebook.com/share/p/194jAUCSUQ/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,872
    ค่าพลัง:
    +97,153
    佛說大乘聖吉祥持世陀羅尼經
    พุทธภาษิตมหายานอารยศรีวสุธาราธารณีสูตร
    FB_IMG_1786414518880.jpg
    บทที่ ๑ นิทานปริวรรต
    อารัมภบทว่าด้วยที่มาของพระสูตรและข้อกังขาแห่งสุจันทรคหบดี

    如是我聞:

    ข้าพเจ้าได้สดับมาดังนี้

    一時,世尊在憍睒彌國大棘林中,與大比丘眾四百五十人俱,皆是眾所知識大阿羅漢,并諸菩薩摩訶薩。諸佛法眾悉來集會,恭敬圍遶聽佛說法。

    สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ กัณฏกมหาวัน ในแคว้นโกสัมพี พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่จำนวน ๔๕๐ รูป ซึ่งล้วนเป็นพระมหาอรหันต์ผู้เป็นที่รู้ทั่วกัน พร้อมทั้งบรรดาพระโพธิสัตว์มหาสัตว์ทั้งหลาย หมู่ชนในพุทธธรรมทั้งหลายต่างมาประชุมพร้อมกัน แวดล้อมพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยความเคารพ เพื่อสดับพระธรรมเทศนา

    是時,會中有一長者名曰妙月,於憍睒彌大城中住。如是長者有大智慧,方便善巧,男女眾多,奴婢僕從,眷屬圓滿,皆具善根,發大善心。是時妙月長者往覲世尊。到佛所已,恭敬合掌,頂禮佛足,而復旋遶,經百千匝,退坐一面。安詳坐已,妙月長者而白佛言:「世尊!我於今日欲問如來、應、正等覺。我今心中而有疑事,唯願世尊大慈無量,為我說法,開我疑結。」

    ในกาลนั้น ณ ท่ามกลางสมาคม มีคหบดีผู้หนึ่งนามว่า สุจันทระ อาศัยอยู่ภายในมหานครโกสัมพี คหบดีผู้นี้มีมหาปัญญาญาณ มากด้วยอุปายโกศล มีบุตรธิดามากมาย สมบูรณ์ด้วยทาสทาสีพรั่งพร้อมด้วยบริวารแวดล้อม ทั้งหมดนั้นล้วนเป็นผู้มีกุศลมูลแลบังเกิดกุศลจิตอันยิ่งใหญ่

    บัดนั้น สุจันทรคหบดีได้เดินทางไปเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นเดินทางมาถึงยังสำนักของพระพุทธองค์แล้ว ก็กระทำอัญชลีด้วยความเคารพยิ่ง กราบถวายบังคมแทบเบื้องพระบาทของพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยเศียรเกล้า กระทำประทักษิณจำนวนร้อยพันรอบ จึงถอยออกมานั่งลง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง

    ครั้นนั่งลงอย่างสงบเรียบร้อยแล้ว สุจันทรคหบดีจึงกราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า :

    “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ! ในวันนี้ข้าพระองค์มีความปรารถนาที่จะทูลถามพระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า บัดนี้ในใจของข้าพระองค์มีความกังขาอยู่ ขอพระผู้มีพระภาคผู้ทรงพระมหาเมตตาคุณอันหาประมาณมิได้ ได้โปรดแสดงพระธรรมเทศนาแก่ข้าพระองค์ เพื่อคลายปมแห่งวิจิกิจฉาของข้าพระองค์ให้สิ้นไปด้วยเถิด พระเจ้าข้า”

    爾時,釋迦牟尼世尊告妙月長者言:「我今恣汝所問心所疑事。如汝所疑,不應懷蘊於自心中。」

    ในเวลานั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าพระศากยมุนีตรัสแก่สุจันทรคหบดีว่า :

    “บัดนี้เราอนุญาตให้เธอถามในสิ่งที่เป็นข้อกังขาในใจได้ตามความปรารถนา สิ่งใดที่เธอสงสัย มิพึงเก็บงำไว้ในใจของตน”

    ----------------
    - กัณฏกมหาวัน (大棘林) หรือ ป่าใหญ่ซึ่งเป็นป่าหนาม ฉบับสันสกฤตว่า กณฺฏกสํชฺญเก มหาวนวเร แปลว่า ป่าใหญ่อันเป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า ป่าหนาม

    - สุจันทระ หรือ สุจันทรคหบดี (妙月長者: ส. สุจนฺทฺรคฤหปติ) เป็นนามของฆราวาสโพธิสัตว์ผู้มั่งคั่งท่านหนึ่งซึ่งปรากฎชื่อในพระสูตรมหายาน โดยชื่อแปลว่า ดวงจันทร์อันงดงาม ปรากฏในพระสูตรอื่นๆ อีก เช่น ในคัณฑวยุหสูตร เป็นผู้หนึ่งที่สุธนกุมารได้เข้าไปถามคำถามสำคัญเกี่ยวกับการเข้าถึงปัญญาญาณและการโปรดสรรพสัตว์ ท่านมีลักษณะเป็นผู้รู้ธรรมท่ามกลางการใช้ชีวิตทางโลก

    - บังเกิดกุศลจิตอันยิ่งใหญ่ นัยว่าเป็นฆราวาสผู้ปรารถนาพุทธภูมิ บำเพ็ญโพธิสัตวจริยากันทั้งสิ้น

    https://www.facebook.com/share/p/1DSqjGJufk/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,872
    ค่าพลัง:
    +97,153
    佛說大乘聖吉祥持世陀羅尼經
    พุทธภาษิตมหายานอารยศรีวสุธาราธารณีสูตร

    บทที่ ๒ สุจันทรปริปฤจฉาปริวรรต
    การปุจฉาของสุจันทรคหบดีว่าด้วยความยากจนและโรคภัย
    FB_IMG_1786414585794.jpg
    妙月長者聞佛所說,復白佛言:「世尊!若善男子、善女人多受貧窮,云何而得不受貧苦?多疾病人,云何而得不受病惱?」

    เมื่อสุจันทรคหบดีได้สดับพระพุทธพจน์เช่นนั้นแล้ว จึงกราบทูลต่อพระพุทธเจ้าว่า :

    “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ! หากกุลบุตรกุลธิดาใด ต้องเผชิญกับความยากจนขัดสน
    ทำอย่างไรหนอ พวกเขาจึงจักมิต้องเสวยทุกข์ จากความยากจนนั้น ? บุคคลผู้มากด้วยโรคภัย ทำอย่างไรหนอ จึงจักมิต้องเสวยทุกข์ จากความเจ็บไข้นั้น พระเจ้าข้า ?”

    爾時,世尊具一切智者,告妙月長者言:「汝今何故,唯為貧窮,心懷疑惑而作是問?」

    ครานั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงสัพพัญญู ตรัสแก่สุจันทรคหบดีว่า :

    “เหตุไฉนเธอจึงมีใจกังขา แลถามเจาะจงเฉพาะเรื่องความยากจนเล่า?”

    妙月長者白世尊言:「我今貧窮,世尊!我今貧窮,善逝!為多眷屬、男女、婢僕居家充滿。今為我說,世尊!依我所問而為說法:貧窮眾生,以何方便令離貧苦?多病眾生,以何方便令無病惱?資生、財寶、粟麥等物,云何而得倉庫充滿?云何而得見所愛樂金銀、摩尼、真珠、瑠璃、螺貝、璧玉、珊瑚、[1]硨磲、金剛寶等,庫藏盈溢,令我施之無有窮盡。云何而得居家眷屬、男女大小,尊貴自在?」妙月長者作如是言,白世尊已。
    สุจันทรคหบดีกราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า :

    “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า บัดนี้ข้าพระองค์ยากจนขัดสน พระเจ้าข้า ! ข้าแต่พระสุคตเจ้า บัดนี้ข้าพระองค์ยากจนขัดสน พระเจ้าข้า !

    ด้วยเหตุว่ามีทั้งบริวาร บุตรธิดา ทาสทาสีพำนักอยู่เต็มเรือน ขอโปรดตรัสแสดงแก่ข้าพระองค์ในบัดนี้ ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ! โปรดแสดงพระธรรมตามที่ข้าพระองค์ได้ถามเถิด

    สรรพสัตว์ผู้ยากจนขัดสน จักมีอุบายประการใดให้เขาหลุดพ้นจากทุกข์แห่งความยากจน?

    สรรพสัตว์ผู้มากด้วยโรคภัย จักมีอุบายประการใดให้เขาปราศจากทุกข์เพราะโรคภัย?

    อีกทั้งเครื่องดำรงชีพ ทรัพย์สมบัติ ธัญญาหารต่างๆ จักทำประการใดให้คลังสมบัติแลยุ้งฉางนั้นเต็มเปี่ยม ?

    จักทำประการใดให้ได้ประสบเห็นของอันเป็นที่รักที่พึงใจ ทั้งทองเงิน แก้วมณี มุกดา ไพฑูรย์ สังขศิลา ประพาฬ แลเพชรเป็นอาทิ มีเต็มคลังสมบัติจนล้นออกมา เพื่อให้ข้าพระองค์ได้บริจาคสิ่งเหล่านี้เป็นทานโดยไม่มีหมดสิ้น?

    จักทำประการใดให้ญาติวงศาแลบริวารในเรือน ทั้งชายหญิง ทั้งผู้ใหญ่ผู้น้อย มีเกียรติอันสูงส่งเป็นอิสระ พระเจ้าข้า?”

    ครั้นสุจันทรคหบดีกราบทูลเช่นนี้ แด่พระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วนั้น
    https://www.facebook.com/share/p/1D2A6g76vw/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,872
    ค่าพลัง:
    +97,153
    佛說大乘聖吉祥持世陀羅尼經
    พุทธภาษิตมหายานอารยศรีวสุธาราธารณีสูตร

    บทที่ ๓ ธารณีประภาวปริวรรต
    อดีตภาคและอานุภาพแห่งพระธารณี
    FB_IMG_1786414625303.jpg
    是時,佛復告妙月長者言:「往昔過去無數劫中,於彼世時,有佛出世,名持金剛海大音聲如來、應供、正遍知、明行足、善逝、世間解、無上士、調御丈夫、天人師、佛、世尊。我當於彼世尊之處,聞陀羅尼,名吉祥持世。聞是法已,我常受持、讀誦,至誠供養,而復為他廣說是陀羅尼。善男子!我今為汝說此陀羅尼擁護於汝,人不能為害、非人亦不能為害、藥叉不能為害、[2]囉剎娑不能為害、畢隷(二合)多不能為害、步多不能為害、比舍遮不能為害、矩伴拏不能為害、鄔娑多(二合)囉迦([3]去)不能為害、布單曩(引)不能為害、揭吒布單曩(引)不能為害、食大便者不能為害、食小便者不能為害、食種種淨不淨物者亦不能為害。妙月長者!此吉祥持世陀羅尼,若有善男子、善女人得此陀羅尼經,在於自己舍宅之中、或在手中恭敬供養,或心思惟是經法者,或得聽聞是經法者,便乃受持、讀誦、供養,或廣為他解說義趣,此善男子、善女人,晝夜常得衛護,安隱快樂,飲食豐足,獲大福德。此吉祥持世陀羅尼經,若能至心供養之者,則是供養過去、現在、未來之世一切如來、應、正等覺。若能依法,常於中夜課念此陀羅尼四遍,此人便得諸天而來衛護,歡喜愛樂。復為此人親自來下降,雨上妙甘美飲食。諸天眾等,於諸如來心懷歡喜,於諸佛法心懷歡喜,於佛無相智心懷歡喜,於和合眾心懷歡喜,於說法師心懷歡喜。」

    ในเวลานั้น พระพุทธเจ้าตรัสแก่สุจันทรคหบดีอีกว่า:

    “ในอดีตกาลอันล่วงมาแล้วนับกัลป์มิถ้วน ในสมัยนั้น มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลก
    ทรงพระนามว่า พระวัชรธรสาครนิรโฆษตถาคต ผู้เป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เสด็จไปดีแล้ว รู้แจ้งโลก เป็นบุรุษผู้ยอดเยี่ยมไม่มีใครยิ่งกว่า เป็นสารถีฝึกคนที่ควรฝึก เป็นครูของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้ตื่นแล้ว ทรงเป็น
    พระภาคเจ้า

    ในกาลนั้น ณ สำนักของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น เราได้สดับพระธารณีอันมีนามว่า ศรีวสุธารา

    ครั้นได้สดับพระธรรมนี้แล้ว เราได้น้อมรับปฏิบัติ ทรงจำ สาธยาย แลถวายสักการบูชาด้วยความจริงใจยิ่ง อยู่เป็นนิตย์ อีกทั้งยังได้ประกาศแสดงพระธารณีนี้แก่ชนเหล่าอื่นโดยกว้างขวาง

    ดูก่อนกุลบุตร ! บัดนี้เราจักแสดงพระธารณีนี้แก่เธอเพื่อคุ้มครองปกป้องเธอ อันมนุษย์
    มิอาจทำอันตรายได้ อมนุษย์ก็มิอาจทำอันตรายได้ ยักษ์มิอาจทำอันตรายได้ รากษสมิอาจ
    ทำอันตรายได้ เปรตมิอาจทำอันตรายได้ ภูตมิอาจทำอันตรายได้ ปีศาจมิอาจทำอันตรายได้ กุมภัณฑ์มิอาจทำอันตรายได้ โอสตารกะ มิอาจทำอันตรายได้ ปูตนา มิอาจทำอันตรายได้
    กฏปูตนา มิอาจทำอันตรายได้ ผู้กินอุจจาระมิอาจทำอันตรายได้ ผู้กินปัสสาวะมิอาจ
    ทำอันตรายได้ แม้ผู้กินสิ่งบริสุทธิ์และไม่บริสุทธิ์นานัปการ ก็มิอาจทำอันตรายได้เช่นกัน

    ดูก่อนสุจันทรคหบดี ! พระศรีวสุธาราธารณีนี้ หากมีกุลบุตรหรือกุลธิดาผู้ใดได้รับ
    พระธารณีสูตรนี้ไว้

    ภายในเคหสถานของตนเองก็ดี หรือประคองไว้ในมือก็ดี แล้วบูชาสักการะด้วย
    ความเคารพ หรือมีใจตรึกตรองในธรรมแห่งพระสูตรนี้ก็ดี หรือได้สดับฟังซึ่งธรรมแห่งพระสูตรนี้ก็ดี

    แล้วน้อมรับปฏิบัติ ทรงจำ สาธยาย แลบูชาสักการะ หรือแสดงอรรถแลนัยแห่งพระธารณีนี้แก่ผู้อื่นโดยพิสดารแล้วไซร้

    กุลบุตรกุลธิดานั้น ย่อมได้รับการคุ้มครองป้องกันอยู่เป็นนิตย์ทั้งกลางวันแลกลางคืน
    มีความผาสุกเกษมสำราญ มีอาหารแลเครื่องดื่มอุดมสมบูรณ์ แลย่อมได้รับบุญกุศลอันใหญ่หลวง

    อันพระสูตรศรีวสุธาราธารณีนี้ หากบุคคลผู้ใดสามารถถวายสักการบูชาด้วยความจริงใจยิ่งแล้วไซร้ ย่อมเป็นการถวายสักการบูชาแด่พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งปวงในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต

    หากผู้ใดสามารถปฏิบัติตามธรรมวิธี แลสวดสาธยายพระธารณีนี้ ๔ จบ ในยามเที่ยงคืนอยู่เป็นนิตย์ บุคคลผู้นั้นย่อมได้รับการปกปักรักษาจากหมู่เทพยดาอันเสด็จมาอารักขา แลเหล่าเทพยดาย่อมชื่นชมยินดีรักใคร่ในบุคคลผู้นั้น

    อีกทั้งเหล่าเทพยดาจักเสด็จลงมาหาบุคคลผู้นั้นด้วยองค์เอง แลบันดาลให้เกิดห่าฝนแห่งทิพยโภชนาหารอันประณีตโอชา

    เหล่าเทวบริษัททั้งหลาย ย่อมมีจิตโสมนัสในพระตถาคตเจ้าทั้งหลาย มีจิตโสมนัส
    ในพระพุทธธรรมทั้งหลาย มีจิตโสมนัสในพระปัญญาอันปราศจากลักษณะของพระพุทธเจ้า
    มีจิตโสมนัสในหมู่สงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกัน แลมีจิตโสมนัสในพระธรรมกถึกผู้แสดงพระธรรม

    --------
    - ศรีวสุธารา ต้นฉบับจีนใช้คำว่า 吉祥持世 ซึ่งเป็นการแปลเอาความ มิใช่การถอดเสียง หากแปลตามตัวอักษรจีนจะมีความหมายว่า ศรี หรือมงคลแห่งผู้ทรงโลก ใช้แทนนามภาษาสันสกฤตว่า ศรีวสุธารา

    - โอสตารกะ (鄔娑多(二合)囉迦 : ส. โอสฺตารก, อุษฺฏรก, อุสฺตา, โอษฺฏรก, อวสฺตารก) อมนุษย์ประเภทอสูรกายประเภทหนึ่ง รากศัพท์ของชื่อสันนิษฐานสองทาง คือเกี่ยวกับริมผีปาก หรือมาจาก อวสฺตฤ ที่แปลว่า คลุมไว้ ทับไว้ ในพระสูตรแปลทิเบตแปลว่า གནོན་པོ (gnon po) แปลว่า ผู้กดทับ ในฝ่ายสันสกฤตกล่าวว่า มักก่อกวนแก่สตรี เด็ก และโดยเฉพาะกับเด็กผู้หญิง ในทิเบตอธิบายว่าเป็น ผีร้ายชอบสิงสู่มนุษย์ ทำให้เกิดความเจ็บป่วย ทั้งทางร่างกาย และความฟั่นเฟือนทางจิตใจ อาจเปรียบเทียบได้ในบางลักษณะกับความเชื่อเรื่องผีปอบ หรืออาการผีอำในวัฒนธรรมไทยได้

    -ปูตนา อ่านว่า ปู-ตะ-นา (布單曩(引) : ส. ปูตนา) อมนุษย์เพศหญิง เป็นรากษสประเภทหนึ่ง มักเข้าสิง กลั่นแกล้ง หรือทำร้ายเด็กทารก และนำพาโรคในเด็ก

    - กฏปูตนา อ่านว่า กะ-ตะ-ปู-ตะ-นา (揭吒布單曩(引) : ส. กฏปูตนา) อสูรกายประเภทหนึ่ง มีกลิ่นตัวเหม็นเน่าเหมือนซากศพ คติในอินเดียเดิมหมายเอาพวกวรรณะกษัตริย์ (ข้าราชการ ทหาร เจ้าหน้าที่รัฐ นักปกครอง) เมื่อยังมีชีวิตอยู่ไม่กระทำหน้าที่ของตน ประพฤติตนไม่ดี ละเลยต่อหน้าที่ เมื่อตายแล้วจึงต้องมาเสวยวิบากกรรม เกิดเป็นอสูรกายชนิดนี้

    https://www.facebook.com/share/p/1Ecy9itwP9/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,872
    ค่าพลัง:
    +97,153
    EP:พิเศษ > คะแนนจริง “ไม่ผ่าน” แต่ถูกแก้ให้ “ผ่าน” จนได้บรรจุ…ศาลสูงสุดชี้ ความสุจริตเฉพาะตัวก็ช่วยคำสั่งบรรจุไว้ไม่ได้

    บทความโดย : นิติกรท้องถิ่น

    สวัสดีครับเพื่อนข้าราชการและพี่น้องท้องถิ่นทุกท่าน ผมยังคงรันวงการสอบท้องถิ่นอยู่อีกสักพัก เพราะช่วงนี้มีประโยคหนึ่งที่ได้ยินกันบ่อยในเรื่องสอบท้องถิ่นว่า #ถ้าเจ้าตัวไม่รู้ว่าคะแนนถูกแก้ ไม่ได้จ่ายเงิน และไม่ได้ร่วมทุจริต จะให้พ้นจากตำแหน่งได้อย่างไร? ฟังดูมีเหตุผล เพราะการจะกล่าวหาว่าใคร “ทุจริต” ต้องมีหลักฐานพิสูจน์ถึงตัวคนนั้น แต่ปัญหาคือ การพิสูจน์ว่าใครเป็นคนโกง กับการตรวจสอบว่า “คำสั่งบรรจุนั้นมีฐานทางกฎหมายให้ดำรงอยู่หรือไม่” อาจเป็นคนละคำถามกัน และคดีนี้ศาลปกครองสูงสุดตอบไว้แรงกว่าคดีทั่วไปเสียด้วย #สอบท้องถิ่น #คะแนนสอบ #คำสั่งบรรจุ #สุจริต

    คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อบ.๑๕๗/๒๕๖๖ เป็นคดีของผู้สอบรายหนึ่งซึ่งสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นพนักงานส่วนตำบล โดย อปท.แห่งหนึ่งมอบหมายให้มหาวิทยาลัยของรัฐเป็นหน่วยงานกลางออกข้อสอบ ตรวจข้อสอบ และประมวลผลคะแนนภาค ก และภาค ข ส่วน อปท.เป็นผู้ดำเนินการภาค ค ต่อมาเจ้าตัวมีชื่อเป็นผู้สอบแข่งขันได้ ได้รับความเห็นชอบให้บรรจุ มีคำสั่งบรรจุ และเข้ารับราชการจริง

    แต่ภายหลังมีการร้องเรียนเรื่องทุจริตการสอบของ อปท.หลายแห่ง จึงเกิดการตรวจสอบย้อนหลัง และนี่คือจุดที่ #หลักฐานเชิงประจักษ์ มีความสำคัญมาก เพราะคณะตรวจสอบไม่ได้ใช้เพียงคำกล่าวหาหรือข่าวลือ แต่ย้อนกลับไปหากระดาษคำตอบและข้อมูลที่หน่วยงานกลางจัดสอบเก็บรักษาไว้

    ผลที่พบคือ #คะแนนที่ถูกส่งไปใช้ประกาศผลกับคะแนนจริงไม่ตรงกัน

    ตามหลักฐานต้นทาง ผู้ฟ้องคดีได้คะแนน ภาค ก ๓๔ คะแนน และภาค ข ๔๘ คะแนน ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ร้อยละ ๖๐ ทั้งสองภาค แต่คะแนนที่ถูกนำไปใช้ในกระบวนการประกาศผลและบรรจุถูกแก้เป็น ภาค ก ๖๘ คะแนน และภาค ข ๖๘ คะแนน จนกลายจาก “สอบไม่ผ่าน” เป็น “สอบผ่าน” และมีชื่อเข้าสู่กระบวนการบรรจุแต่งตั้ง ศาลรับฟังด้วยว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดจากการแก้เอกสารผลคะแนนและจัดทำผลขึ้นใหม่ ไม่ใช่เพียงความคลาดเคลื่อนทางธุรการเล็กน้อย

    เมื่อผลตรวจออกมา หน่วยงานบริหารงานบุคคลจึงเพิกถอนมติเดิมที่เห็นชอบการบรรจุ และมีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีพ้นจากตำแหน่ง ผู้ฟ้องคดีจึงต่อสู้หลายประเด็น แต่มีอยู่สองข้อที่น่าสนใจมากสำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน

    #ข้อต่อสู้ ข้อแรกคือ ก่อนออกคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง เจ้าตัวไม่ได้รับโอกาสรู้ข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอ ไม่ได้ชี้แจง ไม่ได้เสนอพยานหลักฐาน จึงเห็นว่ากระบวนการไม่เป็นธรรม แต่ #สิ่งที่ศาลพบ คือ คำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งในกรณีนี้อยู่ในข้อยกเว้นตามมาตรา ๓๐ วรรคสอง (๖) แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ประกอบกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ.๒๕๔๐) ซึ่งกำหนดเรื่องการบรรจุ แต่งตั้ง และการให้พ้นจากตำแหน่งไว้ ศาลจึงไม่รับข้ออ้างว่าต้องเปิดโอกาสให้ชี้แจงก่อนออกคำสั่งในกรณีนี้

    แต่ #ข้อต่อสู้ ที่สำคัญกว่านั้นคือ ผู้ฟ้องคดียืนยันว่า #เข้าสอบโดยสุจริต ไม่ได้มีส่วนแก้ไขคะแนน และไม่ได้ร่วมกระทำความผิดใด ๆ อีกทั้งคำสั่งบรรจุออกมานานแล้ว หากจะเพิกถอนก็ควรติดข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาและความเชื่อโดยสุจริตในความคงอยู่ของคำสั่งทางปกครอง

    ตรงนี้เองที่คำพิพากษาเปลี่ยนจากคดี “คะแนนสอบผิด” ธรรมดา ไปเป็นคดีที่คนทำกฎหมายปกครองควรอ่านอย่างมาก

    ศาลเริ่มจากข้อเท็จจริงที่ฟังเป็นยุติก่อนว่า ผู้ฟ้องคดีไม่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๖๐ ในแต่ละภาค แต่คะแนนที่รายงานเพื่อใช้ประกอบการเห็นชอบบรรจุถูกแก้ให้แตกต่างจากคะแนนจริง และการแก้คะแนนดังกล่าวเป็นการกระทำโดยทุจริตเพื่อทำให้บุคคลที่ไม่ผ่านเกณฑ์กลายเป็นผู้สอบผ่าน

    จากนั้นศาลวินิจฉัยถึงสถานะของ “คำสั่งบรรจุ” โดยตรง

    ⚖️ #วรรคทอง ของคำพิพากษาในคดีนี้

    “…จึงเป็นคำสั่งทางปกครองที่มีลักษณะผิดพลาดอย่างชัดแจ้งและร้ายแรง โดยในทางกฎหมายถือเสมือนว่าไม่มีการออกคำสั่งทางปกครองนั้น ไม่ว่าการทุจริตโดยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จนั้น จะเกิดจากการกระทำของผู้ฟ้องคดีหรือบุคคลอื่นก็ตาม…”
    (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด หน้า ๔๘ )

    คำว่า “ไม่ว่าการทุจริต…จะเกิดจากการกระทำของผู้ฟ้องคดีหรือบุคคลอื่นก็ตาม” คือจุดที่ต้องอ่านให้ช้า

    ⚖️ ศาลไม่ได้กำลังวินิจฉัยว่า #ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ทุจริต แต่กำลังมองไปที่ #ฐานของคำสั่งบรรจุ ว่าคำสั่งนั้นเกิดขึ้นจากกระบวนการที่นำคะแนนซึ่งถูกแก้โดยทุจริตมาใช้เป็นเหตุให้บุคคลที่คะแนนจริงไม่ผ่านได้รับการบรรจุ เมื่อฐานของคำสั่งผิดพลาดอย่างชัดแจ้งและร้ายแรง ศาลจึงเห็นว่าในทางกฎหมายถือเสมือนว่าไม่มีการออกคำสั่งนั้น และไม่อยู่ภายใต้หลักเรื่องระยะเวลา ๙๐ วันกับความเชื่อโดยสุจริตในการเพิกถอนคำสั่งทางปกครองตามปกติ

    นี่จึงต่างจากการลงโทษทางวินัยอย่างสิ้นเชิง ถ้าจะกล่าวหาว่า “นาย ก. ทุจริต” ต้องพิสูจน์การกระทำและเจตนาของนาย ก. แต่ถ้าคำถามคือ นาย ก. มีสิทธิได้รับการบรรจุจากคะแนนชุดนี้หรือไม่ ศาลสามารถตรวจไปที่คะแนนจริงและความชอบด้วยกฎหมายของกระบวนการบรรจุได้โดยไม่จำเป็นต้องรอคำตอบก่อนว่าใครเป็นคนแก้คะแนน

    และศาลยังตอบตรง ๆ ต่อข้ออ้างว่า “ผมสุจริต ผมไม่รู้เรื่อง” อีกด้วย

    ⚖️ #วรรคทอง ของคำพิพากษาในคดีนี้

    “…ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากคำสั่งที่ไม่สุจริตดังกล่าว จึงไม่อาจอ้างความสุจริตเฉพาะส่วนตนมาเป็นข้อต่อสู้กระบวนการในการออกคำสั่งที่ไม่สุจริตและเป็นการให้ประโยชน์ต่อผู้ฟ้องคดี…”
    (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด หน้า ๔๘ )

    ประโยคนี้คมมาก เพราะมันแยก “ความสุจริตของคน” ออกจาก “ความสุจริตของกระบวนการ”

    เจ้าตัวอาจไม่ใช่คนแก้คะแนนก็ได้ อาจยังไม่มีหลักฐานว่าเป็นคนจ่ายเงินก็ได้ และอาจยังพิสูจน์ไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเขารู้เห็นกับใคร แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่าคะแนนจริงของเขาไม่ผ่าน และกระบวนการที่ทำให้เขากลายเป็นผู้สอบผ่านเกิดจากการแก้คะแนนโดยทุจริต #ความสุจริตเฉพาะตัว ไม่ได้ย้อนกลับไปทำให้กระบวนการที่ไม่สุจริตกลายเป็นกระบวนการที่ชอบด้วยกฎหมาย

    พูดให้สั้นที่สุดคือ “ไม่รู้ว่าใครแก้คะแนน” ไม่ได้ทำให้คะแนนที่ถูกแก้กลายเป็นคะแนนจริง และ “ไม่รู้ว่าคะแนนถูกแก้” ก็ไม่ได้สร้างสิทธิในตำแหน่งขึ้นมา หากคะแนนจริงไม่ผ่านเกณฑ์

    ตรงนี้จึงสำคัญมากกับการตรวจสอบการสอบแข่งขัน เพราะเราต้องไม่เอาทุกเรื่องมารวมกันเป็นคำว่า “ทุจริต” ก้อนเดียว ต้องแยกอย่างน้อยสองชั้น ชั้นแรก **สถานะ คะแนนจริงเท่าไร ผ่านเกณฑ์หรือไม่ มีสิทธิได้รับการบรรจุหรือไม่ ชั้นที่สอง **ความรับผิด ใครแก้คะแนน ใครสั่ง ใครจ่าย ใครรับ ใครรู้เห็น และใครต้องรับผิดทางวินัย อาญา หรือละเมิด #สถานะกับความผิดเป็นคนละเรื่อง

    ท้ายที่สุด ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่าคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีพ้นจากตำแหน่ง #ชอบด้วยกฎหมาย และเมื่อคำสั่งดังกล่าวชอบด้วยกฎหมาย หน่วยงานจึงไม่ได้กระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี ไม่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ศาลพิพากษายืนตามศาลปกครองชั้นต้นที่ยกฟ้อง

    #บทเรียนของคดีนี้ จึงอยู่ตรงคำถามที่ควรถามให้ถูกลำดับ อย่าเพิ่งเริ่มด้วยว่า “เจ้าตัวโกงหรือไม่” แล้วเอาคำตอบนั้นไปผูกทุกเรื่อง เพราะต่อให้ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าเจ้าตัวมีส่วนทุจริต ก็ยังต้องตรวจอีกเรื่องหนึ่งว่า คะแนนจริงทำให้เขามีสิทธิอยู่ในตำแหน่งนั้นหรือไม่

    และสำหรับคดี อบ.๑๕๗/๒๕๖๖ ศาลปกครองสูงสุดไปไกลถึงขั้นวินิจฉัยว่า เมื่อคำสั่งบรรจุเกิดจากคะแนนที่ถูกแก้โดยทุจริตจนคนที่สอบไม่ผ่านกลายเป็นผู้สอบผ่าน คำสั่งนั้นมีความผิดพลาดอย่างชัดแจ้งและร้ายแรงถึงระดับที่ “โดยในทางกฎหมายถือเสมือนว่าไม่มีการออกคำสั่งทางปกครองนั้น”

    ดังนั้น คนทำงานบุคคลอย่าหยุดตรวจแค่ว่า “มีชื่อในประกาศหรือไม่” “มีคำสั่งบรรจุแล้วหรือยัง” หรือ “ทำงานมานานกี่ปี”

    คำถามที่ต้องย้อนกลับไปให้ถึงต้นทางคือ

    “คะแนนจริงที่ออกจากกระดาษคำตอบ ทำให้บุคคลนั้นเป็นผู้สอบผ่านตามหลักเกณฑ์จริงหรือไม่?”

    เพราะหากต้นทางของสิทธิไม่มีอยู่จริง คำสั่งทางปกครองที่สร้างขึ้นบนคะแนนซึ่งถูกแก้โดยทุจริต อาจไม่เหลืออะไรให้ความสุจริตเฉพาะตัวเข้าไปคุ้มครองได้เลย นะจั๊ฟฟฟฟ
    FB_IMG_1786429628277.jpg FB_IMG_1786429632991.jpg FB_IMG_1786429635232.jpg FB_IMG_1786429638108.jpg
    https://www.facebook.com/share/p/1D2qWBfdbn/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,872
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ⚛️ เกิดอะไรขึ้นที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Ohi Unit 3 ประเทศญี่ปุ่น เวลา 23:56 น. วันที่ 8 สิงหาคม 2026?

    ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวจากญี่ปุ่นที่น่าสนใจสำหรับคนที่ติดตามเรื่อง ความปลอดภัยของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

    เวลา 23:56 น. วันที่ 8 สิงหาคม 2026 ขณะที่ Ohi Nuclear Power Station Unit 3 ของบริษัท The Kansai Electric Power Company, Incorporated (KEPCO) กำลังเดินเครื่องอยู่ที่กำลังคงที่ เกิดสัญญาณ “Loss of Field” ที่บริเวณ Exciter ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า

    Exciter มีหน้าที่จ่ายกระแสให้กับ Rotor เพื่อสร้างสนามแม่เหล็กของ Generator เมื่อเกิดความผิดปกติ ระบบจึงตรวจพบว่า Generator สูญเสียสนามแม่เหล็กที่จำเป็นต่อการผลิตไฟฟ้า

    เหตุการณ์จึงเป็นไปตามลำดับ

    Loss of Field
    ⬇️
    ⚡ Generator Trip
    ⬇️
    ⚛️ Automatic Reactor Shutdown

    หลายคนอาจสงสัยว่า

    “ปัญหาอยู่ที่ Generator แล้วทำไม Reactor ต้องหยุดด้วย?”

    เพราะโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นระบบที่ทำงานเชื่อมโยงกันตั้งแต่

    ⚛️ Reactor → Steam Generator → Turbine → ⚡ Generator

    เมื่อ Generator มีปัญหาและไม่สามารถเดินเครื่องตามปกติ ระบบป้องกันจึงสั่งให้ Reactor หยุดอัตโนมัติ

    ️ ตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญในเรื่อง Nuclear Safety

    การเกิด Reactor Trip ไม่ได้หมายความว่า Reactor เกิดอุบัติเหตุ

    ในหลายกรณี Reactor Trip คือสิ่งที่ระบบป้องกัน ตั้งใจให้เกิดขึ้น เมื่อพบสภาวะที่ไม่เหมาะสมต่อการเดินเครื่องต่อไป

    พูดง่าย ๆ คือ

    ตรวจพบความผิดปกติ → หยุด Reactor ก่อน → แล้วจึงจัดการกับปัญหา

    หลัง Reactor หยุด ปฏิกิริยาลูกโซ่ถูกหยุดลง แต่ Decay Heat ยังคงเกิดขึ้น จึงยังต้องมีระบบระบายความร้อนทำงานต่อไป

    นี่คือเหตุผลที่การประเมินความปลอดภัยของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไม่ได้ดูแค่ว่า

    “Reactor ปกติหรือไม่?”

    แต่ต้องดูทั้งระบบว่า เมื่อเกิดความผิดปกติแล้ว

    ระบบตรวจพบหรือไม่
    ️ ระบบป้องกันทำงานหรือไม่
    ⚛️ Reactor Shutdown ได้หรือไม่
    และหลัง Shutdown ยังสามารถระบายความร้อนได้หรือไม่

    สำหรับกรณี Ohi Unit 3 ทาง KEPCO ระบุว่า ไม่มีผลกระทบทางรังสีต่อสิ่งแวดล้อม และยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุของ Loss of Field

    เหตุการณ์นี้จึงเป็นตัวอย่างเล็ก ๆ แต่ดีมากสำหรับการทำความเข้าใจว่า

    ️ Nuclear Safety ไม่ใช่การทำให้ไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น แต่คือการทำให้เมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้นแล้ว ระบบสามารถควบคุมสถานการณ์ และไม่ให้พัฒนาไปเป็นอุบัติเหตุรุนแรงได้

    ที่มา:
    The Kansai Electric Power Company (KEPCO), Notice Regarding Automatic Reactor Shutdown at Ohi Nuclear Power Station Unit 3, 10 August 2026.
    KEPCO – Official Notice

    FB_IMG_1786430553495.jpg FB_IMG_1786430558663.jpg FB_IMG_1786430561383.jpg

    ️ รูปประกอบ: The Japan Times และ KEPCO

    https://www.facebook.com/share/19FzvZcETa/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,872
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กรมสถ. เตือน อปท. ห้ามจ้างเหมาบริการบุคคลที่สั่งให้ออกจากราชการ

    FB_IMG_1786451548143.jpg
     

แชร์หน้านี้

Loading...