ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,611
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ไว้ที่ 2.0% โดยทิศทางในครึ่งปีหลังคาดว่าชะลอลงตามการส่งออกและการใช้จ่ายครัวเรือน

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังคงประมาณการ GDP ไทยปี 2569 ที่ 2.0% แม้สถานการณ์อิหร่านปะทุแต่ยังอยู่ในกรณีฐาน มองเศรษฐกิจครึ่งปีหลังชะลอลง จากส่งออกที่แผ่วลง การลงทุนภาคเอกชนคาดว่า ยังขยายตัวในระดับสูงจาก FDI แต่การนำเข้าสินค้าทุนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล ด้านความเสี่ยง จะอยู่ที่ความผันผวนของราคาพลังงาน รวมถึงจากเอลนีโญ่ และมาตรการการค้าของสหรัฐฯ

    แนวโน้มสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศ คาดว่าสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่จะประคองแรงส่งเหนือ 5.0% YoY ได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ยังคงประมาณการตัวเลขสินเชื่อในภาพรวมของปี 2569 ไว้ที่ 0.5% YoY เนื่องจากภาพบวกยังไม่ได้กระจายถึงเอสเอ็มอีเช่นเดียวกับสินเชื่อรายย่อยที่ยังอยู่ในกระบวนการปรับลดสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP (Debt Deleveraging)

    ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของไทยคาดว่าจะทรงตัวที่ระดับ 1.00% จนถึงสิ้นปี 2569 อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการกู้ยืมของภาคเอกชนในตลาดตราสารหนี้อาจปรับสูงขึ้นตามทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย
    .
    อ่านบทวิเคราะห์เพิ่มเติม : https://kresearch.co/4gVfkdM
    .
    #ศูนย์วิจัยกสิกรไทย #KResearch #เศรษฐกิจไทย #สินเชื่อ #ดอกเบี้ยนโยบาย #G74265

    https://www.facebook.com/share/p/1HfDfu4hGM/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,611
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ยุคแห่งคนโกหก — เมื่อนักการเมืองเยอรมันตัวจริงถูกแฉ

    จากการที่นักการเมืองที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ที่สุดของเยอรมนีต่างพากันโผล่ออกมาจากทุกซอกทุกมุม ดูเหมือนว่าผลการเลือกตั้งในรัฐสหพันธ์เพียงรัฐเดียวเมื่อไม่นานมานี้ได้กลายเป็นแผ่นดินไหวที่ทำให้แมลงสาบทุกตัวในบ้านตื่นตระหนกวิ่งหนี และทุกคนที่มีส่วนในการสร้างหายนะครั้งนี้ต่างรู้สึกถึงความจำเป็นอย่างที่สุดที่จะต้องออกมาอธิบายต่อสาธารณชน เริ่มตั้งแต่โยชกา ฟิชเชอร์ (Joschka Fischer) ผู้เปรียบเสมือนปู่ของพรรคกรีน (Die Grünen) ในปัจจุบัน ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยวิ่งพร้อม "ระเบิดขวดโมโลตอฟ" อยู่บนสิ่งกีดขวางบนถนนเพื่อสันติภาพ แต่วันนี้กลับสนับสนุนสงครามกับรัสเซียอย่างเต็มที่สุดกำลัง แล้วก็แน่นอนอยู่ๆคุณป้าแมร์เคิลที่น่ารักก็ปรากฏตัวขึ้นมาด้วย

    เพื่อฟอกภาพลักษณ์ที่เสื่อมเสียไปของตัวเอง อังเกลา แมร์เคิล (Angela Merkel) เลือกเวทีงานนิทรรศการ Digital X ที่เมืองโคโลญ (Cologne) และท่ามกลางการถกเถียงเรื่องคอมพิวเตอร์ควอนตัมแห่งอนาคต เธอกลับตัดสินใจเขียนบิดเบือนอดีตอันใกล้ขึ้นมาใหม่

    เพียงแค่ก้าวขึ้นเวที เธอก็แยกตัวออกจาก "กำแพงกั้น" ทางการเมือง ซึ่งเธอเองเป็นผู้สร้างขึ้นมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ได้อย่างง่ายดายเหลือเชื่อ "ฉันไม่ได้เป็นคนคิดเรื่องนี้ขึ้นมา ฉันเองก็ไม่ชอบมันเหมือนกัน" เธอกล่าว ราวกับว่าเธอเป็นเพียงแค่คนนอกที่บังเอิญผ่านมาเห็นประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของเยอรมนีเท่านั้น ทำนองว่าแค่เดินผ่านมาเฉยๆ ขอย้ำว่า "กำแพงกั้น" คือสิ่งประดิษฐ์ของฝ่ายการเมืองที่กำลังสูญเสียอำนาจนำมาใช้เพื่อสกัดกั้นพรรคการเมืองที่ตนไม่ชอบขี้หน้า มันรวมไปถึงการสั่งห้ามการพูดคุย ห้ามความร่วมมือ ห้ามการทำงานร่วมกัน ซึ่งทั้งหมดนี้คือสิ่งที่สมาชิกสภาที่ได้รับเลือกตั้งในทุกระดับของรัฐสภาควรทำร่วมกัน เพราะพวกเขาทั้งหมดล้วนได้รับเลือกจากประชาชนผ่านการลงคะแนนเสียงตามระบอบประชาธิปไตย

    แต่พวกเขาก็เคยถูกเตือนแล้วว่า เมื่อคุณกีดกันผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 10-15% ออกจากกระบวนการ ไม่ช้าก็เร็วคุณจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ต้องแบน 40% แล้วเมื่อตัวเลขนั้นเพิ่มขึ้นเป็น 45-50% คนที่จะถูกกีดกันออกไปก็คือพวกคุณเอง ซึ่งคำตอบที่ได้รับกลับมาคือ "เราจะทำทุกอย่างเพื่อให้พรรคนี้ [ในกรณีนี้คือ AfD] ถูกทำลายและถูกสั่งห้ามดำเนินกิจกรรม" ช่างเป็นคำตอบที่สมกับเป็นนักประชาธิปไตยขนานแท้เสียจริง จะว่าอะไรได้ แต่ความหยิ่งผยองและความโง่กลับเล่นตลกร้ายกับพรรคการเมือง "กระแสหลัก" เหล่านี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี่เอง เพราะผลปรากฏว่าคะแนนเสียงถึง 43% ได้เทไปให้กับพรรคที่ถูกมองว่า "ผิดฝาผิดตัว" พรรคนั้นเสียแล้ว

    แต่พวกเขาก็เพียงแค่ยึดตามแบบแผนที่คุณแมร์เคิลเป็นผู้วางไว้เท่านั้นเอง เธอคือคนที่ใช้โทรศัพท์สั่งล้มผลการเลือกตั้งของสภาท้องถิ่น (Landtag) ที่เลือกโธมัส เคมเมอริช (Thomas Kemmerich) เป็นผู้นำรัฐทูริงเกีย (Thuringia) โดยโทรมาระหว่างที่เธอกำลังเดินทางเยือนอียิปต์อยู่โดยตรง ไม่ใช่เพราะเขามาจากพรรค AfD หรอกนะ อันที่จริงเขาเป็นนักการเมืองที่มีจุดยืนถูกต้องเหมาะสมตามครรลองทุกประการจากพรรคเสรีประชาธิปไตย (FDP) ต่างหาก แต่สิ่งที่น่าสยดสยองคือมีสมาชิกรัฐสภาจาก AfD ร่วมโหวตให้เขาด้วย แมร์เคิลจึงก่อกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจนเคมเมอริชต้องนั่งอยู่เพียงลำพังในรัฐบาลที่ไม่มีใครเหลืออยู่เลยนอกจากตัวเขาเองเป็นเวลาสี่สัปดาห์ ก่อนจะลาออกไปในที่สุด เขาถูกสร้าง "กำแพงกั้น" รอบด้านโดยสมบูรณ์ และผู้อยู่เบื้องหลังการปิดกั้นครั้งนี้ก็คือนายกรัฐมนตรีแมร์เคิลเอง ซึ่งขณะนั้นเป็นหัวหน้าพรรค CDU ที่ปัจจุบันคะแนนนิยมตกต่ำจนแทบไม่เหลืออะไร แล้วการเลือกตั้งที่ชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตยล่ะ? ใครจะไปสนใจ "การเลือกตั้ง" ของพวกคุณ ในเมื่อนายกรัฐมนตรีโทรศัพท์มาสั่งการแล้ว? และตอนนี้เธอก็ยังโกหกอีกครั้งว่าเธอไม่ได้เป็นผู้ให้ความชอบธรรมกับ "กำแพงกั้น" นี้ ถ้าเธอไม่ใช่คนสร้างมันขึ้นมาเอง

    ทำไมถึงบอกว่า "อีกครั้ง"? ก็เพราะเธอโกหกเรื่องข้อตกลงมินสก์ (Minsk Agreements) มาแล้วถึงสองครั้ง ครั้งแรกคือตอนที่เธอแสดงตัวเป็นผู้ร่างและผู้ค้ำประกันข้อตกลงนี้ ทั้งที่ในใจไม่ได้หมายถึงสิ่งที่ตกลงกันไว้เลยแม้แต่น้อย ก่อนที่ภายหลังเธอจะยอมรับเองว่าฝ่ายตะวันตกต้องการเวลาในการติดอาวุธให้ยูเครน และเมื่อเจอกระแสตอบรับเชิงลบ เธอก็เริ่มโกหกว่าตัวเองถูกเข้าใจผิดและคำพูดของเธอถูก "นำไปตีความผิดบริบท" จากนั้นก็ถึงคิวของโอลาฟ ชอลซ์ (Olaf Scholz) แล้วก็ฟรีดริช เมิร์ซ (Friedrich Merz) ซึ่งแต่ละคนก็แสบใช่ย่อย ลองมองเข้าไปในดวงตาใสแจ๋วไร้ความอายของเมิร์ซ ตอนที่เขาเล่านิทานพี่น้องตระกูลกริมม์เกี่ยวกับ "โดรนรัสเซียในเมืองไลพ์ซิก" (Leipzig) ดูสิ พวกเขาทุกคนเป็นแบบนี้กันหมด คือคนที่ไม่อาจเชื่อใจได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว ยกเว้นตอนที่พวกเขายืนต่อแถวรอรับซุปจากโรงครัวสนามของรัสเซียท่ามกลางซากปรักหักพังของกรุงเบอร์ลิน แล้วกระซิบว่า "Bitte, ich bin hungrig" (ได้โปรดเถอะ ฉันหิวเหลือเกิน)

    11/09/2026

    #ZFrontier #Germany #Merkel #Merz #Scholz #AfD #CDU #Thuringia #Brandmauer #MinskAgreements #Kemmerich

    https://www.facebook.com/share/p/1JYpQe5i2z/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,611
    ค่าพลัง:
    +97,153
    UPDATE: เข้มขึ้นเรื่อยๆ! อัลจีเรียประกาศปิดน่านน้ำ-น่านฟ้าทั้งหมด ห้ามเครื่องบินจาก 'เอมิเรตส์' บินผ่าน หลังตัดสัมพันธ์ทูต
    .
    อัลเจียร์ส 11 กันยายน 2569 - กระทรวงกลาโหมและกระทรวงการต่างประเทศของอัลจีเรีย ยกระดับมาตรการตอบโต้ขั้นสูงสุดด้วยการประกาศปิดน่านฟ้า ห้ามเครื่องบินพลเรือนและเครื่องบินทางการทหารทั้งหมดที่จดทะเบียนในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) บินผ่านหรือลงจอดโดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เที่ยงคืนวันศุกร์นี้เป็นต้นไป

    โดยยกเว้นเฉพาะเที่ยวบินพาณิชย์ประจำทางเข้า-ออกท่าอากาศยานนานาชาติฮูอารี บูเมเดียน ในกรุงอัลเจียร์ส เท่านั้น ซึ่งจะได้รับอนุญาตให้ทำการบินได้จนถึงสิ้นปี 2026 ตามสัญญาข้อตกลงการบินเดิม

    พร้อมทั้งออกคำสั่งยื่นเวลา 48 ชั่วโมงให้เอกอัครราชทูตเอมิเรตส์เดินทางออกจากประเทศทันที หลังประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการเมื่อวานนี้

    ทางการอัลจีเรีย ระบุว่า มาตรการดังกล่าวจำเป็นต้องนำมาใช้เนื่องจากรัฐบาลอาบูดาบียังคงดำเนินพฤติกรรมก้าวร้าว แซงแซง และแทรกซึมเพื่อสร้างความง่อนแง่นในเสถียรภาพของกลุ่มประเทศแอฟริกาเหนือและภูมิภาคซาเฮล เช่น ลิเบีย มาลี และซูดาน อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเข้าข่ายเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของอัลจีเรียโดยตรง

    ด้านกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการตัดสินใจของอัลจีเรีย พร้อมหวังว่า มาตรการนี้จะเป็นเพียงเรื่องชั่วคราวเพื่อรักษาความสัมพันธ์ฉันพี่น้องระหว่างสองชาติอาหรับไว้

    ขณะที่ประธานาธิบดี อับเดลหมัดจิด เตบบูน (Abdelmadjid Tebboune) ของอัลจีเรีย เคยกล่าวย้ำผ่านสื่ออย่างดุเดือดก่อนหน้านี้ว่า นโยบายแทรกแซงของเอมิเรตส์สร้างแต่ความสูญเสียและ

    "ที่ใดก็ตามที่พวกเขาเหยียบย่ำ ที่นั่นย่อมมีเลือดไหล"
    .
    เรื่องโลกกำลังเปลี่ยนเร็ว ติดตาม TheNEWSY ไว้ ไม่พลาดประเด็นสำคัญ

    #อัลจีเรีย #สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ #ข่าวต่างประเทศ #TheNewsyUpdate

    https://www.facebook.com/share/1Em86Cmxid/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,611
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ยังไม่ทันอ้าปากก็รู้แล้วว่า กำลังคิดอะไรอยู่
    911 รอบสองเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อล้มโต๊ะเบี้ยวหนี้ปิดแบงค์ ปิดบัญชีโบรกเก้อร์ เพื่อนำไปสู่การสร้างระบบการเงินใหม่

    https://www.facebook.com/share/1DTBdFWEeQ/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,611
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อิรักปลดผู้บัญชาการทหาร หลังเกิดเหตุโจมตีท่อส่งน้ำมันหลักของซาอุฯ
    ผลการสอบสวนยืนยันว่า การโจมตีท่อส่งน้ำมัน East-West มีต้นตอมาจากอิรัก — สำนักนายกรัฐมนตรี

    https://www.facebook.com/share/1DcLdxNMzN/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,611
    ค่าพลัง:
    +97,153
    น้ำมันโลกสะเทือน! กลุ่มติดอาวุธฮูตีคุมทะเลแดง ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซตีบ ซาอุฯ ส่งออกดิ่งต่ำสุดรอบ 13 ปี น้ำมันพุ่งทะลุ 108 ดอลลาร์

    New York Times รายงาน วิกฤติพลังงานตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น หลังกลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านขยายอำนาจควบคุมทะเลแดงและยึดเมืองท่าม็อคคาในเยเมน เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ส่งผลให้เส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลกถูกจำกัดหนัก ขณะที่การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังอยู่ในระดับต่ำกว่าก่อนสงครามอย่างมาก ทำให้ผู้ส่งออกน้ำมันอ่าวเปอร์เซียมีทางเลือกในการขนส่งเหลือน้อยลง

    ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายสำคัญของตะวันออกกลาง เผชิญผลกระทบหนักที่สุด โดยยอดส่งออกน้ำมันเดือน ส.ค. ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบอย่างน้อย 13 ปี ขณะที่กระทรวงพลังงานซาอุฯ ระบุว่า ท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ซึ่งใช้เป็นเส้นทางทดแทนช่องแคบฮอร์มุซ ถูกโจมตีหลายครั้งเมื่อวันที่ 10 ก.ย. และต้องปิดชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย

    ก่อนหน้านี้ หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. อิหร่านจำกัดการเข้าถึงช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ซึ่งเป็นทางเข้าสู่ทะเลแดงทางตอนใต้ กลายเป็นเส้นทางสำรองสำคัญสำหรับน้ำมันตะวันออกกลาง โดยเฉพาะน้ำมันจากซาอุฯ แต่ขณะนี้กลุ่มฮูตีสามารถกดดันเส้นทางดังกล่าวได้โดยตรง

    ข้อมูลบริษัท Kpler ระบุว่า ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีเรือบรรทุกสินค้าจากซาอุฯ เพียง 2 ลำที่ผ่านช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ขณะที่ทางเลือกอีกเส้นทางคือส่งน้ำมันขึ้นเหนือผ่านท่อใกล้คลองสุเอซ ก่อนออกทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งมีต้นทุนสูงกว่าและทำให้การเดินทางไปยังเอเชีย ซึ่งเป็นตลาดหลักของซาอุฯ ต้องใช้เวลาเพิ่มอีกหลายสัปดาห์

    สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซก็ยังตึงเครียด เรือที่ผ่านเส้นทางดังกล่าวเหลือเพียงส่วนน้อยจากช่วงก่อนสงครามที่มีราว 130 ลำต่อวัน เดือน ก.ย. มีเรือผ่านเฉลี่ยเพียง 19 ลำต่อวัน ลดจาก 20 ลำในเดือน ส.ค. และจุดสูงสุด 34 ลำต่อวันในเดือน มิ.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่สหรัฐฯ กับอิหร่านมีบันทึกความเข้าใจชั่วคราว ขณะที่วันที่ 10 ก.ย. Kpler ตรวจพบเรือผ่านเพียง 9 ลำ

    ความเสี่ยงต่อการเดินเรือเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. มีเรืออย่างน้อย 23 ลำถูกโจมตีในน่านน้ำใกล้โอมาน และนับตั้งแต่สงครามเริ่มปลายเดือน ก.พ. มีลูกเรือเสียชีวิตในตะวันออกกลางแล้วอย่างน้อย 22 ราย กองกำลังสหรัฐฯ ยังได้ทำลายหรือทำให้เรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านเสียหายอย่างน้อย 8 ลำในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนอิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีเรือที่แล่นผ่านช่องแคบใกล้โอมาน

    ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นทำให้เจ้าของเรือจำนวนมาก แม้แต่ผู้ประกอบการที่ยอมรับความเสี่ยงสูง ก็เริ่มชะลอการเดินเรือในพื้นที่ โดยนักวิเคราะห์ด้านข่าวกรองทางทะเลเตือนว่า “น่านน้ำเหล่านี้ไม่ปลอดภัย” และประเมินว่ายอดส่งออกน้ำมันดิบจากประเทศอ่าวเปอร์เซียที่ไม่รวมอิหร่านในเดือน ส.ค. เหลือประมาณสองในสามของระดับก่อนสงคราม

    ผลกระทบเริ่มสะท้อนถึงราคาพลังงานทั่วโลก เมื่อราคาน้ำมันดิบวันศุกร์พุ่งขึ้นชั่วคราวเหนือ 108 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงกว่าระดับก่อนสงครามราว 50% ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยในสหรัฐฯ ขยับเกิน 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอน สูงกว่าปีก่อนมากกว่า 1 ดอลลาร์ และราคาดีเซลเฉลี่ยทะลุ 6 ดอลลาร์ต่อแกลลอน กระทบภาคขนส่ง เกษตรกรรม และอุตสาหกรรม

    สถานการณ์ยิ่งซับซ้อน หลังกลุ่มฮูตีขับไล่กองกำลังฝ่ายรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุฯ และเข้าควบคุมเมืองท่าม็อคคา ซึ่งนักวิชาการด้านตะวันออกกลางมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพิ่มอำนาจต่อรองของฮูตีทั้งต่อซาอุฯ และระบบการค้าโลก ขณะที่เพียงไม่กี่วันก่อนหน้านั้น กลุ่มฮูตีทำให้พลเรือนบาดเจ็บ 73 ราย และโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทางตอนใต้ของซาอุฯ

    ด้านรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังเผชิญทางเลือกจำกัด หลังมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านที่เพิ่มความเข้มข้นเมื่อเดือนที่แล้ว ยังไม่สามารถทำให้รัฐบาลเตหะรานล่มสลายได้ ขณะที่ทรัมป์ระบุว่าสงครามอิหร่านอาจไม่ยุติจนกว่าจะผ่านการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ในเดือน พ.ย. พร้อมยืนยันว่าราคาน้ำมันและก๊าซจะลดลงอย่างมากหลังการเลือกตั้ง

    อิหร่านเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรืออิหร่าน และคืนทรัพย์สินที่ถูกอายัดในต่างประเทศ พร้อมยืนยันว่าจะยังคงควบคุมช่องแคบฮอร์มุซต่อไป ขณะที่นักวิเคราะห์ประเมินว่าสหรัฐฯ เหลือทางเลือกหลักคือเพิ่มการโจมตีหรือเปิดการเจรจา

    เมื่อเส้นทางฮอร์มุซถูกจำกัด ทะเลแดงถูกฮูตีกดดัน และท่อส่งน้ำมันทางเลือกของซาอุฯ ต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว เส้นทางส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางจึงถูกบีบพร้อมกันหลายด้าน ขณะที่สงครามเข้าสู่เดือนที่ 7 และยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าจะยุติ ทำให้ภูมิภาคศูนย์กลางการผลิตพลังงานของโลกเผชิญวิกฤติด้านอุปทานรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายทศวรรษ

    https://m.facebook.com/story.php?st...sz9BVhQcdl&id=100004281102701&mibextid=ZbWKwL
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,611
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สหรัฐฯ ยืนยันว่า ระบบท่อส่งน้ำมัน East-West ของซาอุดีอาระเบียได้รับความเสียหาย

    สถานีสูบน้ำถูกโจมตีด้วยกระสุนที่มาจากอิรักหรือเยเมน

    ส่งผลให้ ไม่สามารถลำเลียงน้ำมันได้ 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน

    ท่อส่งน้ำมันไม่ใช่ทางเลือกที่เป็นไปได้ในการใช้ทดแทนช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่า ช่องแคบฮอร์มุซไม่สามารถถูกทดแทนได้

    https://www.facebook.com/share/p/1FGN39rtcc/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,611
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เมื่อเวลา 04.23 น. ตามเวลาประเทศไทย เกิด #แผ่นดินไหว ขนาด 6.6 นอกชายฝั่งเกาะชวา #อินโดนีเซีย แผ่นดินไหวเกิดขึ้นลึกมาก 359 กม. จนแรงสั่นสะเทือนที่ขึ้นมาถึงพื้นดินไม่รุนแรงมากนัก
    FB_IMG_1789174255728.jpg
    จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากเมืองเตลุกนากา (Teluknaga) ในจังหวัดบันเตินประมาณ 115 กิโลเมตร และเกิดขึ้นใต้พื้นดินลึกประมาณ 359 กิโลเมตร

    #กรุงจาการ์ตา อยู่ใกล้พอที่ผู้คนอาจรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อย แต่แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นลึกขนาดนี้มักไม่สร้างความเสียหายต่ออาคารรุนแรงเท่ากับแผ่นดินไหวขนาด 6.6 ที่เกิดในระดับตื้น

    ขณะนี้ยังไม่มีรายงานความเสียหาย

    #earthquake #Indonesia #Jakarta

    https://www.facebook.com/share/p/1D6JWtpEX5/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,611
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สื่อตะวันตกเผย ซาอุมีที่ปรึกษาทหารชาวมะกันคอยเป็นพี่เลี้ยงกว่า 100 นาย!
    แต่ก็พ่ายศึกในเยเมนในเวลาแค่ 2-3 วัน!

    https://www.facebook.com/share/181TQCQBKo/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,611
    ค่าพลัง:
    +97,153

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • rQ.mp4
      ขนาดไฟล์:
      10.6 MB
      เปิดดู:
      32
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,611
    ค่าพลัง:
    +97,153
    #เซียนอาร์พีจี
    น่าจะมีที่เดียวในโลกครับ ที่กล้ายิงอาร์พีจีท่านี้
    นักรบแตะหนีบเยเมน (อันซารุลลาห์ - ฮูธี) ยกอาร์พีจีขึ้นเหนือหัวแล้วยิง ทำเหมือนยิงอาก้า อีกทั้งใส่โสร่งลากแตะรบ

    #เยเมน #ฮูธี #อันซารุลลาห์

    https://www.facebook.com/share/v/1Jk9k8rdY3/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • w.mp4
      ขนาดไฟล์:
      1.1 MB
      เปิดดู:
      18
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,611
    ค่าพลัง:
    +97,153
    นักวิเคราะห์อิสราเอลผวา! ฮูธีเข้าถึงเกาะเพริม ช่องแคบมันเดบ จะสามารถขวางเรือ (อิสราเอล) ได้ด้วยการยิงจรวดปกติ จากที่ในอดีตต้องยิงมิสไซล์พิเศษราคาแพง

    FB_IMG_1789175922351.jpg

    https://www.facebook.com/share/p/19HbrGFZff/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,611
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ซาอุดีอาระเบียประกาศปิดท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตก (East-West pipeline) ซึ่งเป็นท่อส่งน้ำมันเส้นสำคัญ หลังจากถูกโจมตีจากกลุ่มติดอาวุธในอิรัคเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อเส้นทางส่งออกน้ำมันดิบทางเลือกที่สำคัญของอ่าวเปอร์เซีย และสร้างแรงดันให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอีก

    สำนักข่าวทางการของซาอุดีอาระเบีย (SPA) อ้างคำกล่าวของแหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงานว่า ได้มีการระงับการดำเนินงานตลอดสายท่อส่งน้ำมันเพื่อเป็น "มาตรการป้องกันไว้ก่อน" หลังจากการโจมตีในภูมิภาคริยาดและมะดีนะฮ์ ทำให้มี "ผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง"
    กระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียเปิดเผยว่า ท่อส่งน้ำมันถูกโจมตีโดยโดรนจากอิรัก พร้อมเสริมว่าทางราชอาณาจักรยังจะไม่ตอบโต้ "ในระยะนี้" ตามคำร้องขอของนายกรัฐมนตรีอิรัก กลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอีกอิหร่านในอิรัก เคยยิงขีปนาวุธและโดรนใส่ซาอุดีอาระเบียมาแล้วในช่วงสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน
    ท่อส่งน้ำมันความยาว 1,200 กิโลเมตรนี้ ขนส่งน้ำมันดิบจากแหล่งผลิตหลักทางตะวันออกไปยังท่าเรือยานบู (Yanbu) บนริมฝั่งทะเลแดง ช่วยให้ซาอุดีอาระเบียสามารถส่งออกน้ำมันดิบได้หลายล้านบาร์เรลต่อวันต่อไปได้ แม้ว่าอิหร่านจะจำกัดการสัญจรของเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซก็ตาม
    ตลาดน้ำมันปั่นป่วนอย่างหนักในสัปดาห์นี้จากการรุกคืบของกลุ่มกบฏฮูซีย์ในเยเมน ซึ่งช่วยกระชับการควบคุมช่องแคบบับอัลมันเดบ (Bab al-Mandeb Strait) คุกคามการขนส่งทางเรือผ่านทางน้ำแคบๆ ที่เชื่อมระหว่างทะเลแดงกับอ่าวเอเดน
    ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปิดตลาดที่ 104.56 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันศุกร์ ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 8% ในรอบสัปดาห์ โดยราคาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากมีรายงานข่าวเรื่องการโจมตีท่อส่งน้ำมันและภาพถ่ายดาวเทียมเริ่มแพร่สะพัดในวันพฤหัสบดี
    ราคาน้ำมันดีเซลในสหรัฐฯ พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 6 ดอลลาร์ต่อแกลลอนเมื่อต้นสัปดาห์ เพิ่มความกดดันทางการเมืองต่อรัฐบาลทรัมป์ เพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะตัดสินว่าใครจะได้ครองเสียงข้างมากในรัฐสภาสหรัฐฯ

    https://www.facebook.com/share/p/1MhzdrBZ5Q/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,611
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อาหรับกำลังเสียค่าโง่$6ล้านล้าน จนอาจสิ้นเนื้อประดาตัว
    สหรัฐเสียหายอย่างหนักจากฐานทัพในตะวันออกกลาง20กว่าแห่งที่ถูกอิหร่านทำลายจนมิอาจนำกลับมาใช้ได้อีกต่อไป เงินจำนวนหลายล้านล้านเหรียญทั้งหมดของสหรัฐในการลงทุนเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของฐานทัพ สนามบิน อุปกรณ์เรดาร์ เครื่องไม้เครื่องมือ สิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารต่างๆตลอดระยะเวลาหลาย10ปี กำลังจะกลายเป็นศูนย์ และอิทธิพลของสหรัฐในตะวันออกกลางกำลังปิดฉากลงจากการพ่ายแพ้สงครามทางด้านยุทธศาสตร์ต่ออิหร่าน

    แต่นักเลงโตอย่างสหรัฐจะยอมขาดทุนง่ายๆหรือ??

    มีความเป็นไปได้ที่โดนัลด์ ทรัมป์จะถอนทุนจากความเสียหายของกองทัพสหรัฐในตะวันออกกลางด้วยการปล้นกองทุนมั่งคั่งของกลุ่มประเทศในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งประกอบด้วยบาห์เรน คูเวต กาต้าร์ โอมาน ซาอุดิ อาราเบีย ยูเออี

    GCC มีเงินในกองทุนมั่งคั่งรวมกัน $6ล้านล้าน ซึ่งส่วนมากถูกนำเอาไปลงทุนในตลาดสหรัฐและตลาดยุโรป และไม่น่าจะถอนเงินลงทุนออกมาใช้เพื่อแก้วิกฤตการเงินได้จากการที่ไม่มีรายได้ เพราะว่าการส่งออกน้ำมันกับก๊าซถูกแตะเบรคจากสงครามและความขัดแย้ง ท่อส่งน้ำมันของซาอุดิก็ถูกบอมบ์จนเสียหายหนักทำให้ส่งออกไปทางทะเลแดงไม่ได้ เนื่องจากไปโจมตีเยเมนก่อน จึงถูกพวกฮูตีเอาคืนจนอ่วมหนักในเวลานี้

    ประเทศอาหรับไม่มีอำนาจต่อรองใดๆเลยในเวลานี้ หากสถานการณ์ยืดเยื้อออกไป มีโอกาสสูงที่ประเทศอาหรับจะล่มสลาย

    เมื่อไม่มีอำนาจการต่อรองใดๆ ประเทศอาหรับจะทำอะไรได้หากทรัมป์ปล้นกองทุนมั่งคั่งท้ังหมดของตัวเอง $6ล้านล้านไป เพื่อชดเชยต้นทุน และความเสียหายของฐานทัพของสหรัฐที่ถูกทำลาย เมื่อทรัพย์สินถูกปล้นไปหมด โลกอาหรับจะล่มสลายโดยสมบูรณ์

    ตอนนี้ทรัมป์รับบทเป็นโจรสลัดเต็มตัวอย่างภาคภูมิใจเสียด้วย

    ให้ดูตัวอย่างดังต่อไปนี้
    1. ลิเบีย และอิรัคที่ถูกสหรัฐและนาโต้ปล้นทองคำและเงินทุนสำรองระหว่างประเทศไปหมดหลังแพ้สงครามจนย่อยยับ
    2. เงินทุนสำรองระหว่างประเทศของรัสเซีย ซึ่งเป็นมหาอำนาจนิวเคลียร์ก็ถูกสหรัฐกับยุโรปแช่แข็งในยูโรเคลียร์ รอวันถูกปล้นหากรัสเซียแพ้สงคราม 3. ญี่ปุ่นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และต้องการขายออกไปเพื่อเงินดอลล่าร์มาปกป้องค่าเงินเยนก็ถูกรมว คลังสหรัฐสก็อต เวสเซนต์สั่งห้ามมิให้ขาย
    4. น้ำมันสำรองของเวเนซุเอลล่า 300,000กว่าล้านบาเรลล์ ตอนนี้กลายเป็นน้ำมันสำรองของสหรัฐไปแล้ว หลังจากถูกทรัมป์ยึดประเทศ
    5. กลุ่มประเทศอเมริกากลาง และอเมริกาใต้ รวมท้ังกรีนแลนด์ จะถูกสหรัฐปล้นทรัพยากรในวาระต่อไป เพื่อฟื้นฟูประเทศ และแก้ปัญหาหนี้สินที่พะรุงพะรัง

    แม้ว่าทรัมป์พ่ายแพ้สงครามทางยุทธศาสตร์ต่ออิหร่านไปแล้ว แต่ยังหันกลับมาหาเรื่องโจมตีอิหร่านเป็นระยะๆ ท้ังๆที่อิหร่านขู่ว่า หากสหรัฐโจมตีอิหร่าน อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่โครงสร้างพื้นฐานทางทหารที่เหลือของสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจอร์แดน และทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศอาหรับที่สนับสนุนสหรัฐให้หายนะ

    แสดงว่าทรัมป์รู้ว่ายังไงเสียสหรัฐจะหมดอิทธิพลในตะวันออกกลาง และต่อไปจะอุ้มซูอิสราเอลเหมือนเดิมไม่ได้ เพราะว่าไม่สามารถต้านทานแสนยานุภาพของอิหร่านได้ และต้นทุนในการช่วยอิสราเอลสูงเกินไปไม่คุ้มกับการลงทุน เมื่อเป็นเช่นนี้ ทรัมป์จึงกำลังเร่งยืมมืออิหร่านให้ทำลายประเทศอาหรับแทน ในขณะเดียวกันจะทำลายอิหร่านทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางเศรษฐกิจเพื่อให้อ่อนแอที่สุด

    เมื่ออาหรับล่มสลาย ทรัมป์จะได้ปล้นเงินจากกองทุนมั่งคั่งท้ังหมดของประเทศอาหรับ $6 ล้านล้านมาชดเชยต้นทุนและความเสียหายของสหรัฐ

    ถึงตอนนั้นผู้ปกครองอาหรับจะไปเรียกร้องอะไรกับใคร มันจะกลายเป็นการเสียค่าโง่แห่งศตวรรษ

    เฮนรี่ คิสซิงเจอร์เคยพูดประโยคเด็ดเอาไว้แล้ว : "การเป็นศัตรูกับสหรัฐเป็นอันตรายอย่างยิ่ง แต่การเป็นมิตรกับสหรัฐจะถึงตายได้"
    By Thanong Khanthong

    https://www.facebook.com/share/19P2f33Szw/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,611
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ‼️นี่คือ "น้ำมัน" จะขาดแคลนของจริงนะครับระดับ worst case scenario ที่เราตื่นกลัวกัน! ล่าสุด ซาอุฯ "ปิด" ท่อที่ใช้ "บายพาส" พาดแผ่นดินข้ามฟากจากอ่าวสู่ทะเลแดงแล้ว⛔⛔⛔ ปิดหนี หลังโดนโจมตี⚠️
    FB_IMG_1789181090865.jpg
    และโจมตีแบบเหนือคาดด้วย! ตะลึงลาน! มิใช่ฮูตีที่กำลังคะนองศึก หากแต่เป็นกองกำลังในอิรักที่ซุ่มเงียบมานาน แล้วก็ฉวยจังหวะ ไม่ทันตั้งตัว ซัดสายฟ้าฟาด!
    ... ช็อกไปตามๆ กัน

    นี่คือทางเลี่ยงทางรอดของโลกเรามาตลอดนะครับท่าน บอกเลย!
    ท่ออันเป็นที่พึ่งอันสำคัญยิ่งยวดต่อการขับเคลื่อนพลังงานโลกในปัจจุบัน

    แฟลชแบ็ก
    ปัญหาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ คือ.. ฮูตียึดพื้นที่แนวชายฝั่งตรงช่องแคบ "บับ เอล-มันเดบ" แทบจะสมบูรณ์ทุกกระเบียด
    คิดกันละ จะออกบับ เอล-มันเดบไม่ได้เลยใช่ไหม เรือน้ำมันซาอุฯ ต้องออกคลองสุเอซ ไปเมดิเตอร์เรเนียน แล้วอ้อมแหลมกู๊ดโฮปมาเอเชียทั้งหมดเลยใช่ไหม

    ตู้ม

    เวลานี้ ชั่วโมงนี้ ปัญหานั้นหมดไปแล้ว ไม่ต้องขบคิดให้ปวดขมองอีกต่อไป
    ท่อที่ลำเลียงน้ำมันจากฝั่งอ่าวมาฟากทะเลแดง "ปิด"❌
    ก็ไม่มีใดให้กังวลแล้ว
    ไม่ต้องออกมันทั้งบับ เอล-มันเดบหรือสุเอซ
    ไม่มีน้ำมันส่งมาที่ท่าฝั่งนี้แล้ว‼️‼️‼️‼️‼️‼️

    ต้องย้ำและย้ำเลยว่า ตอนสงครามหนักๆ นั้น ที่โลกเรายัง "เหมือนสบายๆ" เพราะก็ท่อนี้แหละ ช่วยได้เยอะมาก
    นับเฉพาะซาอุฯ นะครับท่าน
    เดิมปกติ: ออกฮอร์มุซ 6 ล้านบาร์เรล/วัน
    และออกบับ เอล-มันเดบ ไม่ถึง 1 ล้านบาร์เรล/วัน
    พอเกิดสงคราม: ออกฮอร์มุซ 0 ล้านบาร์เรล/วัน
    และออกบับ เอล-มันเดบ 4 ล้านบาร์เรล/วัน

    เห็นๆ ว่ามันช่วยได้เยอะ มันพอทำเนา
    ที่แตกตื่นกันแรกๆ นั้น เอาเข้าจริงมันไม่ร้ายแรงขนาดนั้น เพราะซาอุฯ มีทางเบี่ยง
    (และที่สำคัญมากๆ คืออิหร่านและพันธมิตรก็ไม่โจมตีท่อ "บายพาส" นี้)

    หลังๆ สงครามมันผ่อนๆ ก็ยิ่งสบายขึ้นหน่อย
    เพราะออกฮอร์มุซไม่ใช่ 0 ละ (*มีทั้งเรือที่ออกเลย และมีที่อาศัยเรือเมล์ วิ่งวน รับจากท่าเรือซาอุฯ แล้วมาทำ ship-to-ship ถ่ายให้กลางทะเลที่นอกอ่าว ไม่ต้องเสี่ยงเข้าอ่าว)
    ออกจากฮอร์มุซก็ชักกลับๆ มาได้บ้างละ (แต่ขึ้นๆ ลงๆ ตามสถานการณ์ ไม่นิ่ง)

    แต่แต่แต่ อีกฝั่งดันวุ่น ฮูตีโผล่มา ทำให้ออกบับ เอล-มันเดบได้น้อยลงหน่อย (แต่ก็ยังพอออกได้บ้างนะ)
    แต่ที่สำคัญคือไปวิ่งอ้อมโลกอย่างที่กล่าวไว้ วิ่งข้างบน ไปทางสุเอซแทน
    แต่ตรงนั้น มันไม่สะดวกนัก ยังไงก็ออกได้สัก 2 ล้านบาร์เรล/วัน
    ก็จะเห็นว่าใช้ทางนี้แทนบับ เอล-มันเดบทั้งหมดไม่ได้ มันจำกัด

    อะไรยังไงก็..
    ⚠️⚠️⚠️⚠️⚠️ขณะนี้ วินาทีนี้ ที่พิมพ์อยู่นี้
    ออกบับ เอล-มันเดบ 0 ล้านบาร์เรล/วัน
    ออกสุเอซ 0 ล้านบาร์เรล/วัน
    เพราะท่อปิด ฉะนั้นก็ไม่มีปริศนาให้ต้องไขอีกต่อไป

    ต้องพึ่งอ่าวเปอร์เซีย (ออกฮอร์มุซ) ลูกเดียว
    ซึ่งสถานการณ์แบบนี้ อย่างเก่งก็ได้สัก 1-2 ล้านบาร์เรล/วัน แค่นั้น
    แต่ถ้าอย่างไม่เก่ง ก็เป็น 0 ได้เหมือนกัน!

    ‼️เขียนมายืดยาวมาก เพื่อให้เห็นว่า ที่ผ่านมา เมื่อรวมกันแล้ว ซาอุฯ ดิ้นได้ หาทางส่งได้ประมาณหนึ่ง
    อย่างแย่ๆ ยังมีส่งได้ 3-4 ล้านบาร์เรล/วัน
    และช่วงหลังๆ ก็กลับมาเหยียบสัก 5 ล้านบาร์เรล/วันได้

    แต่ตอนนี้ จะลดต่ำดำดิ่งอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
    "ของจริง" ละทีนี้

    หมายเหตุ ที่ซาอุฯ ปิดท่อ เรียกว่า precaution (proactive/preventive)
    ว่าง่ายๆ ก็คือ ท่อยังไม่เสียหาย แต่ถ้าไม่ปิด เดี๋ยวจะเสียหายแน่ ชิงปิดก่อนดีกว่า ไม่อยากล่อเป้า
    กองกำลังในอิรัก รั้งรอจังหวะมานาน สบโอกาสก็สอยเลย! มีคนบาดเจ็บ แต่ท่อยังสุขภาพดี
    ซึ่งตอนนี้ก็ระดมทีมฉุกเฉินเพื่อป้องกันพิทักษ์ท่อ
    แต่ ... ท่อมันยาวมาก พาดข้ามแผ่นดิน จากตะวันออกไปตะวันตก จะไปป้องกันยังไงไหว

    ก็เอาเป็นว่า ปิดไปก่อน

    ประมาณว่า "เอ็งไม่ต้องเปลืองแรง ไม่ต้องให้เอ็งมาบึ้มมันพังแล้วหยุดทำงาน ข้าหยุดให้เอ็งเลยนะจ๊ะ ข้าปิดเลยเดี๋ยวนี้ สมใจเอ็งแล้ว ดังนั้น ขอนะ อย่าทำนะ อย่าบึ้มท่อข้านะ"

    ก็ ...

    ดูว่าจะปิดไปนานเท่าไหร่

    (ก็ยังไงๆ นะ ... ท่อยังไม่พังจนต้องหยุด แต่ปิดเองเลย
    เหมือนอยากให้ราคาน้ำมันขึ้น?)

    ซึ่งก็น่าสนใจ เพราะทำช่วงสุดสัปดาห์
    (หรือจะเปิดก่อนวันจันทร์)

    โปรดติดตาม

    ย้ำว่านี่เรื่องใหญ่มากๆ ของโลกเรานะครับ

    https://www.facebook.com/share/1SwcmSH1Je/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,611
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สงครามอิหร่านที่ทรัมป์เริ่มต้น ขณะนี้ขยายไปยังเยเมนและซาอุฯ เรียบร้อย น้ำมันแพงทั่วโลก

    โดยเฉพาะสัปดาห์นี้ที่ซาอุฯ แหย่รังแตนเยเมน ฝ่ายเยเมนโต้กลับเดือด อุตสาหกรรมน้ำมันซาอุฯ วิกฤติจนกระทั่งส่งออกน้ำมันต่ำสุดในรอบหลายสิบปี

    กระทบคะแนนนิยมของทรัมป์ให้ต่ำสุด พรรคทรัมป์อาจเสียเก้าอี้ในสภา อภิปรายไม่ไว้วางใจจะตามมา

    ทำให้ทรัมป์ต้องดิ้นด้วยการเสนอ 5,000 $ ให้ชาวมะกัน ถ้าพรรคตัวเองชนะ

    ใครเชื่อก็ฉลาดน้อยแล้วล่ะครับ ทรัมป์เคย
    พูดว่า 60 กว่ารอบว่าชนะอิหร่านแล้ว เปิดช่องแคบได้แล้ว แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินมะกันเองที่ถูกคุกคามโดยอิหร่าส

    https://www.facebook.com/share/1D8A1SoVaE/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,611
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ตลาดพระดังยังช็อก ราคา “เหรียญเหนือดวงสมีโชติ” ดิ่งแรง จากหลักล้านเหลือหลักหมื่น หลังข่าวฉาว “สมีโชติ” พบแม้ราคาร่วงหนัก แต่ยังมีการซื้อขายอยู่บ้างบางรุ่น ส่วนความเคารพศรัทธาต่อองค์พ่อจตุคามรามเทพยังคงเหมือนเดิม

    อ่านข่าว : https://ch3plus.com/news/social/morning/470581

    #เรื่องเล่าเช้านี้ #ครอบครัวข่าว3 #ข่าวภูมิภาค #อุดรธานี #สมีโชติ

    https://www.facebook.com/share/p/1CTY3J1Ptj/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,611
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ดังอีกแล้วเขมร

    Bloomberg เขียนบทความเมื่อวานนี้ (10 ก.ย.) ว่าเมืองสีหนุวิลล์ กำลังล่มสลาย เศรษฐกิจถดถอยหนัก

    ชาวบ้านบางคนบอกว่าเมื่อก่อน เงินสะพัดมาก นักท่องเที่ยวและนักธุรกิจใช้เงินกันหนัก แต่หลังรัฐบาลปราบปรามธุรกิจสแกม คนกลุ่มนั้นก็หายไปแทบหมด
    ตอนนี้เมืองกลับมาซบเซาอย่างหนัก ร้านปิด โรงแรมร้าง โครงการก่อสร้างค้าง และคนท้องถิ่นแทบไม่มีลูกค้าให้ขายของ ธุรกิจถูกกฎหมายอยู่ไม่ได้
    โครงการยักษ์หลายแห่งที่เคยหวังว่าจะทำให้เมืองกลายเป็น “สิงคโปร์แห่งกัมพูชา” ตอนนี้กลับสร้างไม่เสร็จหรือชะลอตัวอย่างหนัก ห้างใหญ่ยักษ์ที่กำลังสร้างไม่มีคนอยากมาขายของ
    ______________________________________________________

    "การรุ่งเรืองและล่มสลายของเมืองที่สร้างขึ้นบนธุรกิจสแกม"

    สีหนุวิลล์ เมืองตากอากาศชายทะเลของกัมพูชา เคยเฟื่องฟูจนกลายเป็นศูนย์กลางการหลอกลวงออนไลน์ระดับโลก แต่การกวาดล้างครั้งใหญ่ได้ทิ้งเศรษฐกิจของเมืองให้ดิ้นรนเก็บกวาดซากที่เหลืออยู่

    หญิงสาวเขมรสวมหมวกกันแดดเดินไปตามชายหาดของสีหนุวิลล์ ถือถาดอาหารทะเลทอดอยู่ในมือ โดยมีฉากหลังเป็นน้ำทะเลสีฟ้าอมเขียวอ่อนและต้นมะพร้าวราวกับโปสการ์ด

    แต่ธุรกิจนี้ช่างเงียบเหงาเหลือเกิน

    ส่วนใหญ่พวกเธอใช้เวลานั่งบนเก้าอี้เตี้ย ๆ หลบอยู่ใต้ร่มเงา รอลูกค้าที่แทบจะไม่เคยมา

    แต่สีหนุวิลล์ไม่ได้เงียบแบบนี้มาตลอด
    ในเวลาเพียงสิบกว่าปี เมืองตากอากาศชายทะเลอันเงียบสงบของกัมพูชา ซึ่งเดิมมีถนนลูกรังและบังกะโลหลังคามุงจากราคาคืนละ 10 ดอลลาร์ ได้ถูกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากเงินลงทุนด้านการพนันและการเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์จากจีน จนกลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยโรงแรมสูงระฟ้าและคาสิโน

    เมื่อรัฐบาลสั่งห้ามการพนันออนไลน์ และตามมาด้วยการระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้การท่องเที่ยวซบเซา แก๊งอาชญากรรมก็เข้ามาแทนที่ พวกเขานำรีสอร์ต คอนโดมิเนียม และคาสิโนต่าง ๆ มาดัดแปลงเป็น ศูนย์สแกม ที่คนงานนั่งทำการหลอกลวงออนไลน์ในระดับอุตสาหกรรม

    ภายในปี 2024 ธุรกิจเหล่านี้สร้างรายได้ในกัมพูชามากกว่า 12,500 ล้านดอลลาร์ต่อปี หรือคิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของผลผลิตทางเศรษฐกิจทั้งหมดของประเทศ โดยมีสีหนุวิลล์เป็นศูนย์กลางสำคัญ
    จากนั้นการกวาดล้างก็มาถึง

    ในช่วงปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ปิดสถานที่ผิดกฎหมายทั่วประเทศไปแล้วมากกว่า 600 แห่ง และควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเกือบ 30,000 คนจาก 39 ประเทศ รวมถึงจีน บังกลาเทศ เวียดนาม ปากีสถาน และฟิลิปปินส์ ตามข้อมูลของเจ้าหน้าที่

    รัฐบาลประเมินว่ามีชาวต่างชาติมากกว่า 58,000 คนถูกเนรเทศ และอีกอย่างน้อย 242,000 คนเดินทางออกจากกัมพูชาด้วยความสมัครใจ

    สำหรับสีหนุวิลล์ นี่เป็นแรงกระแทกครั้งใหญ่ เพราะร้านอาหารและธุรกิจต่าง ๆ เคยพึ่งพาลูกค้ากลุ่มนี้

    ตอนนี้รีสอร์ตหลายสิบแห่งกลายเป็นที่ร้าง ข้าง ๆ กับอาคารที่พักอาศัยซึ่งสร้างไม่เสร็จ ร้านค้าที่ปิดตายเป็นแถว และสถานที่ของแก๊งสแกมที่ถูกใส่กุญแจล็อก

    สีหนุวิลล์กำลังเป็นตัวอย่างให้เห็นล่วงหน้าว่า จะเกิดอะไรขึ้นเมื่ออุตสาหกรรมอาชญากรรมฝังรากลึกลงไปในเศรษฐกิจท้องถิ่น แล้ววันหนึ่งมันหายไปอย่างกะทันหัน

    สิ่งที่เหลือไว้ไม่ใช่แค่ปัญหาเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นตราบาปที่ทำลายชื่อเสียงของกัมพูชา ทำให้นักลงทุนไม่กล้าเข้ามา และทำให้นักท่องเที่ยวอยู่ห่างออกไป

    นี่จึงเป็นคำเตือนสำคัญ ในขณะที่แก๊งอาชญากรรมไซเบอร์กำลังขยายตัวจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปยังศรีลังกา แอฟริกา และพื้นที่อื่น ๆ สร้างศูนย์กลางใหม่ ๆ ให้กับอุตสาหกรรมที่เมื่อปีที่แล้วคาดว่าทำให้เกิดความเสียหายทั่วโลกถึง 442,000 ล้านดอลลาร์

    “ฉันก็นั่งอยู่ตรงนี้ทั้งวัน”

    “ฉันก็นั่งอยู่ตรงนี้ทั้งวัน” Pov Chany พนักงานเสิร์ฟวัย 20 ปีหัวเราะ ขณะนั่งอยู่บนเก้าอี้เก่า ๆ หน้าร้านเกี๊ยวที่ว่างเปล่าในย่านไชน่าทาวน์ของสีหนุวิลล์

    เธอสวมผ้ากันเปื้อนสีเหลือง มองออกไปยังร้านอาหารที่ปิดตัวเรียงรายกันเป็นแถว ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยผู้คนที่ทำงานอยู่ในศูนย์สแกมใกล้ ๆ ทุกคืน

    ตอนนี้เธออาจนั่งอยู่เป็นเดือนโดยไม่ได้เสิร์ฟลูกค้าสักคน

    “ที่นี่ไม่มีคนเหลืออยู่แล้ว” เธอพูดพร้อมถอนหายใจ

    คืนที่คนกินดื่มกันจนหมดเงินเป็นพัน

    Mom Chork วัย 53 ปี ทำงานเป็น รปภ. อยู่ตามแนวร้านอาหารริมชายหาดที่ตอนนี้เงียบสนิท เธอยังจำช่วงที่ทุกคืนเต็มไปด้วยความฟุ่มเฟือยได้ดี

    ลูกค้าบางโต๊ะสั่งอาหารและเครื่องดื่มจนบิลพุ่งไปถึง 3,000 ดอลลาร์

    สำหรับประเทศที่แรงงานในภาคทางการจำนวนมากมีรายได้เพียงไม่กี่ร้อยดอลลาร์ต่อเดือน นั่นถือว่าเป็นเงินมหาศาล

    ผู้คนเคยเบียดเสียดกันเต็มถนน และบางครั้งก็เกิดการทะเลาะวิวาทเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ บางครั้งผู้ชายถึงขั้นชักปืนออกมาเพราะมีเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิง

    “พวกเขากินและดื่มกันตลอด แล้วก็พกเงินสดติดตัวเป็นร้อย ๆ ดอลลาร์” Mom Chork กล่าว ขณะยืนเท้าเปล่าในชุด รปภ. สีน้ำตาล

    “ฉันไม่คิดว่าพวกเขาเป็นนักท่องเที่ยวธรรมดา เพราะหลังจากรัฐบาลกวาดล้างสแกมออนไลน์ พวกเขาก็หายไปหมดเลย”

    ปัญหาไม่ได้เกิดแค่ในสีหนุวิลล์

    แรงกดดันทางเศรษฐกิจขยายไปไกลกว่าสีหนุวิลล์

    จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ากัมพูชาลดลง 47.9% เหลือ 1.75 ล้านคนในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทยจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวลดลงก็ตาม

    กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ระบุว่าเศรษฐกิจกัมพูชากำลังเผชิญกับ “ความท้าทายที่เพิ่มสูงขึ้น” ทั้งราคาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง อุปทานอสังหาริมทรัพย์ที่ล้นตลาด และสินทรัพย์ของธนาคารที่มีคุณภาพแย่ลง

    สัดส่วนหนี้เสียของธนาคารสูงเกิน 8% ในช่วงกลางปี 2025

    Casey Barnett ประธานหอการค้าอเมริกันในกัมพูชา กล่าวว่า

    “มันมีฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์อยู่จริง และเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันทั้งหมดทำให้ฟองสบู่นั้นแตก”

    เขาบอกว่าคนที่มี “หนี้จำนองและเงินกู้ โดยใช้บ้านเป็นหลักประกัน พวกเขาไม่สามารถผ่อนคืนเงินกู้ได้”

    เบื้องหลังเงินมหาศาล คือคนจำนวนมหาศาลที่ต้องรับกรรม

    เบื้องหลังเงินก้อนโตเหล่านั้นยังมีต้นทุนด้านมนุษย์ที่มหาศาล

    องค์การสหประชาชาติระบุว่า มีคนมากถึง 100,000 คนถูกบังคับให้ทำงานในศูนย์สแกมทั่วประเทศ ขณะที่อีกจำนวนมากเข้าไปทำงานในอุตสาหกรรมนี้ด้วยความสมัครใจ

    รูปแบบการหลอกลวงมีตั้งแต่การส่งข้อความฟิชชิงง่าย ๆ ไปจนถึงการหลอกแบบ “เชือดหมู” (pig butchering) ซึ่งมิจฉาชีพสร้างความสัมพันธ์ปลอม ๆ กับเหยื่อก่อนหลอกให้เหยื่อโอนเงิน

    คาสิโนที่สร้างโดยบริษัทจีนบางแห่งยังถูกใช้เป็นศูนย์ฟอกเงิน หรือใช้ล่อเหยื่อให้ซื้อคริปโตปลอม ตามข้อมูลของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว

    เมืองที่เคยมีคาสิโนเกือบร้อยแห่ง

    ตอนนี้สีหนุวิลล์กำลังพยายามสร้างเศรษฐกิจที่ถูกกฎหมายขึ้นมาใหม่ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาหลายปี

    ในช่วงต้นปี 2019 เมืองนี้มีคาสิโนอยู่ เกือบ 100 แห่ง และชาวจีนเป็นเจ้าของหรือผู้ดำเนินธุรกิจประมาณ 90% ของธุรกิจทั้งหมดในเมือง

    ในปีเดียวกัน เกือบครึ่งหนึ่งของโครงการอาคารสูงที่ได้รับอนุมัติในกัมพูชาอยู่ในจังหวัดพระสีหนุ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสีหนุวิลล์

    หนึ่งในโครงการที่สะท้อนความทะเยอทะยานของเมืองได้ชัดที่สุดคือ Peninsula Bay

    โครงการขนาดมหึมามูลค่า 500 ล้านดอลลาร์ ซึ่งผู้พัฒนาหวังว่าจะสามารถเทียบชั้นกับ Marina Bay Sands อันโด่งดังของสิงคโปร์

    โครงการมีพื้นที่ประมาณ 160,000 ตารางเมตร ประกอบด้วยอพาร์ตเมนต์ ห้างสรรพสินค้า สวนน้ำ และโรงแรม InterContinental ขนาด 300 ห้อง

    อาคารริมน้ำขนาดมหึมาที่มีรูปทรงโค้งกลายเป็นสิ่งที่โดดเด่นบนเส้นขอบฟ้าของเมือง แต่การก่อสร้างโครงสร้างคอนกรีตที่เปิดโล่งอยู่ท่ามกลางเครนสีเหลืองนั้นชะลอตัวลงจากเดิมที่เคยทำงานกันตลอด 24 ชั่วโมง

    หลังจากมีความสนใจในช่วงแรก การดึงร้านค้ารายใหญ่เข้ามาลงทุนกลับกลายเป็นเรื่องยากขึ้น และกำหนดเสร็จในปี 2028 ก็อาจต้องเลื่อนออกไปอีก 1–2 ปี

    Chhun Daro ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาการลงทุนของโครงการกล่าวว่า

    “ทุกคนรู้ว่าภาพลักษณ์ของสีหนุวิลล์ตอนนี้เสียหายไปมากแล้ว”

    แต่เขายังพยายามมองในแง่ดี

    “ผมรู้สึกว่ามันไม่ได้แย่อย่างที่ข่าวนำเสนอ ยังมีโอกาสอีกมากที่นี่”

    แต่บางคนไม่ได้มองโลกสวยขนาดนั้น

    Ny Tina ผู้จัดการโรงงานผลิต wood pellets ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงและมีเจ้าของเป็นชาวจีน บอกว่า การปิดตัวของโรงแรมทำให้ความต้องการสินค้าของบริษัทลดลง

    ชาวบ้านที่เคยหาเลี้ยงชีพด้วยรถเข็นขายผลไม้หรือธุรกิจเล็ก ๆ อื่น ๆ ก็ลำบากเช่นกัน

    Maggie Eno รองผู้อำนวยการของ M’Lop Tapang องค์กรพัฒนาเอกชนในพื้นที่ที่ช่วยเหลือเด็กและครอบครัวที่เปราะบาง กล่าวว่า

    “พวกเขาเคยทำธุรกิจที่ไปได้ดีมาก แล้วมันก็พังลงมา”

    รัฐบาลบอกว่าอย่างน้อยสแกมก็ต้องหายไป

    การรื้อถอนเศรษฐกิจที่สร้างขึ้นจากธุรกิจสแกมไม่ใช่เรื่องเลวร้ายสำหรับกัมพูชา

    ปัญหาคือ แล้วอะไรจะเข้ามาแทนที่?

    คนเกือบทุกคนที่ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ยังมีความหวังว่า การลงทุนที่ถูกกฎหมายจะกลับเข้ามาแทนที่

    Mang Sineth ผู้ว่าราชการจังหวัด ชี้ให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของเขตเศรษฐกิจพิเศษที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทอยู่ 225 แห่ง

    เขาประเมินว่ากิจกรรมสแกมในตัวเมืองถูกกำจัดไปแล้วมากกว่า 95% แม้ว่านักวิจารณ์จะเตือนว่าธุรกิจเหล่านี้ยังคงมีอยู่ทั่วประเทศ

    แต่สิ่งที่เหลืออยู่กำจัดได้ยากกว่าเดิม

    ผู้ดำเนินการแก๊งสแกมกระจายตัวไปซ่อนตาม อพาร์ตเมนต์ บ้านพัก วิลล่า คลินิก ร้านอาหาร และแม้กระทั่งในรถยนต์

    เจ้าหน้าที่สืบสวนพยายามตามหาพวกเขาด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น ติดตามเส้นทางการส่งอาหารในช่วงดึก เพราะแม้แต่แก๊งสแกมก็ยังต้องสั่งข้าวกิน

    รัฐบาลกำลังเสนอสิทธิประโยชน์ทางภาษี การจดทะเบียนธุรกิจที่ง่ายขึ้น และความช่วยเหลือด้านอื่น ๆ เพื่อพยายามฟื้นโครงการที่หยุดชะงัก

    และผู้ว่าฯ ก็ทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ฟังแล้วประชดสถานการณ์ของเมืองได้ดีมากว่า

    “เรียกว่า ‘อาคารสร้างไม่เสร็จ’ ดีกว่าเรียกว่า ‘อาคารผี’ เพราะคนจำนวนมากกลัวผี”

    จบแบบ... เมืองที่เคยบูมเพราะคาสิโนและเงินสกปรก สุดท้ายเหลือแต่ตึกร้าง ร้านปิด และคนท้องถิ่นนั่งรอลูกค้า

    https://www.facebook.com/share/p/1DPHj5Xoso/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,611
    ค่าพลัง:
    +97,153
    แผนที่เอกสารจาก UNHCR จาก USAID ที่รวบรวมแผนที่ๆชัดเจนที่สุด ในเอกสารอ้างอิงใหญ่มากและชัดสุด FHD
    FB_IMG_1789185252224.jpg
    แอดได้มาจาก ผู้ที่เคยช่วยเหลือประสานงานกับ ICRC ที่เคยเอารูปลงเมื่อ 3 เดือนก่อนเขาส่งลิงค์นี้มาให้ อยากให้ทุกท่านได้โหลดและนำไปทำข่าวได้เลย และยืนยันว่า ####พื้นที่ทั้งหมดเป็นของประเทศไทย

    CR ให้เราด้วยนะถ้าดีแอดอยากให้ทุกคนเข้ามาช่วยกันทำข่าวเยอะๆจะได้กระจายข้อมูลกัน
    อย่าลืมแทร๊กกระทรวงการต่างประเทศไทยด้วยนะเผื่อพวกเขายังไม่เห็น

    https://oaktrust.library.tamu.edu/items/634e8e55-d7b0-4848-a3d8-6fbeb41d4a04
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 12 กันยายน 2026 at 10:59
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,611
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทำไมกองกำลังที่ซาอุดีอาระเบียหนุนหลังในเยเมนถึงล่มสลาย?
    จำนวนประชากรที่เป็นพลเมืองแท้ ๆ ของซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ คูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) บาห์เรน และโอมาน รวมกันทั้งหมดแล้ว ยังคงน้อยกว่าจำนวนประชากรของเยเมนเพียงประเทศเดียว จำนวนพลเมืองรวมกัน (ไม่นับรวมชาวต่างชาติ) ในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับเหล่านี้มีอยู่ประมาณ 26–27 ล้านคน ในขณะที่ประชากรของเยเมนมีสูงถึงประมาณ 42 ล้านคน

    กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับมีความเห็นร่วมกันมานานแล้วว่า เยเมนที่เป็นปึกแผ่นและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนั้น ถือเป็นภัยคุกคามทางยุทธศาสตร์ต่อกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับที่มีประชากรน้อยและมีข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์

    ด้วยเหตุนี้ เยเมนจึงต้องตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ โดยเฉพาะอิทธิพลของซาอุดีอาระเบีย หรือไม่ก็ต้องถูกดึงเข้ามาอยู่ภายใต้ร่มเงาของสหรัฐอเมริกา เช่นเดียวกับที่กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับเป็นอยู่ สิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้สำหรับพวกเขาเลยก็คือ เยเมนที่มีอธิปไตยเป็นของตนเองอย่างแท้จริง หรือเยเมนที่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของขั้วอำนาจอื่นที่อยู่นอกเหนือขอบเขตอิทธิพลของอเมริกาและกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ

    หลังจากที่ อับดุลลาห์ ซาเลห์ (Abdullah Saleh) ลงจากอำนาจ เยเมนก็เข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายทางการเมือง และพรรคอิสลาห์ (Islah) ก็ได้ก้าวขึ้นมามีอิทธิพลอย่างมากในช่วงเปลี่ยนผ่านหลังยุคของซาเลห์ ในเวลาต่อมา ซาอุดีอาระเบียและ UAE ได้หันมาต่อต้านพรรคอิสลาห์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสงครามในภาพรวมที่พวกเขาทำเพื่อต่อต้านกระแสอาหรับสปริง (Arab Spring)

    ในที่สุด พรรคอิสลาห์ก็พ่ายแพ้ให้กับกลุ่มฮูตี ซึ่งได้เข้าควบคุมกรุงซานาในปี 2014 โดยกลุ่มฮูตีนั้นได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านหลังจากกำจัดการควบคุมของพรรคอิสลาห์ในกรุงซานา เมืองหลวงได้สำเร็จ ซาอุดีอาระเบียและ UAE ก็ได้สร้างและให้การสนับสนุนกลุ่มย่อยต่าง ๆ มากมายในเยเมนเพื่อต่อสู้กับกลุ่มฮูตีกลุ่มย่อยต่าง ๆ ทางตอนใต้ของเยเมน เช่น กองพลยักษ์ (Giants Brigades) ได้รับการสนับสนุนจาก UAE ในขณะที่กองกำลังที่เหลือส่วนใหญ่ เช่น กองกำลังโล่แห่งชาติ (Nation's Shield) กองกำลังฉุกเฉินเยเมนในเมืองซาดาและอัลเญ๊าฟ์ (al-Jawf) รวมถึงกองกำลังชนเผ่าฮัดรามี (Hadrami) ต่างได้รับเงินทุนสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย

    การสนับสนุนของซาอุดีอาระเบียและ UAE ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก ๆ คือ:การใช้เงินซื้อความจงรักภักดี จากบรรดาผู้นำชนเผ่าการจ่ายเงินเดือน ให้กับชาวเยเมนที่เข้าร่วมรบในกลุ่มย่อยของตนเพื่อต่อสู้กับกลุ่มฮูตี เป็นที่รับรู้และพูดถึงกันอย่างกว้างขวางในเยเมนว่า นักรบชาวเยเมนที่ซาอุฯ หนุนหลังนั้น ได้รับค่าตอบแทนประมาณ 1,000 ริยาลซาอุดีอาระเบียต่อเดือน ซึ่งท่ามกลางภาวะสงคราม การปิดล้อม และการล่มสลายทางเศรษฐกิจ เงินเดือนเหล่านี้ได้กลายเป็นแหล่งรายได้หลักสำหรับชาวเยเมนจำนวนมากที่ตัดสินใจเข้าร่วมกับกลุ่มกองกำลังเหล่านี้

    สิ่งที่ต่างจากอิหร่าน—ซึ่งให้ความช่วยเหลือทางทหารอย่างเด็ดขาดแก่พันธมิตรกลุ่มฮูตีในเยเมน—คือ ซาอุดีอาระเบียและ UAE เลือกที่จะแทรกแซงโดยตรงและต้องการให้ "พันธมิตร" ชาวเยเมนปฏิบัติตามคำสั่งของพวกตน แทนที่จะใช้โมเดลแบบอิหร่านที่ให้ความช่วยเหลือทางทหารในลักษณะเดียวกันแก่ชาวเยเมนที่ไม่เห็นด้วยกับกลุ่มฮูตี แล้วปล่อยให้คนเยเมนเหล่านั้นเป็นผู้แต่งตั้งและตัดสินใจทิศทางด้วยตัวเองในเวลาต่อมา

    ผลประโยชน์ของ UAE ได้เกิดการปะทะกับผลประโยชน์ของซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นพันธมิตรของตนเอง UAE ในฐานะประเทศขนาดเล็กที่มีประชากรที่เป็นพลเมืองแท้ ๆ (ไม่รวมชาวต่างชาติ) เพียง 1.1 ล้านคน พยายามที่จะฟื้นฟูความขัดแย้งระหว่างเยเมนเหนือและเยเมนใต้ขึ้นมาใหม่ผ่านสภาเปลี่ยนผ่านฝ่ายใต้ (STC) ซึ่งอาจเป็นเป้าหมายที่บรรลุผลได้ง่ายที่สุด เพื่อที่ว่าแทนที่จะมี 1 เยเมน ก็ให้แตกออกเป็น 2 เยเมน คือเยเมนเหนือและเยเมนใต้

    นี่ไม่ใช่แค่เป้าหมายของ UAE เท่านั้น แต่ยังเป็นเป้าหมายของอิสราเอลด้วย ดังเช่นความพยายามในลักษณะเดียวกันที่เกิดขึ้นในซีเรีย ผ่านความพยายามที่จะจัดตั้งรัฐสำหรับชาวเคิร์ดและอีกรัฐหนึ่งสำหรับชาวดรูซ เพื่อให้อิสราเอลสามารถต่อสู้กับองค์กรหรือรัฐที่มีขนาดเล็กลงได้หากจำเป็น และเพื่อที่ UAE จะได้ก้าวข้ามปมด้อยในเรื่องจำนวนประชากรที่น้อยกว่าของตนเอง

    อย่างไรก็ตาม เป้าหมายนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในเยเมนเท่านั้น ซาอุดีอาระเบียอาจเป็นเป้าหมายต่อไปสำหรับการแบ่งแยกดินแดนหลังจากเยเมน เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอ่าวอาหรับอื่น ๆ และอิสราเอลแล้ว ซาอุดีอาระเบียมีทั้งประชากรที่มากกว่าและมีอาณาเขตที่ใหญ่กว่ามาก สิ่งนี้เองได้เร่งให้เกิดความขัดแย้งระหว่างซาอุดีอาระเบียและ UAE รุนแรงยิ่งขึ้น จนจบลงด้วยการที่ UAE ถูกขับไล่ออกจากเยเมน

    กลับมาที่หัวข้อหลัก เหตุผลของความล้มเหลวทางทหารของฝ่ายที่ซาอุดีอาระเบียหนุนหลังในเยเมน มีดังนี้:

    1- การรวมศูนย์อำนาจสั่งการ (Centralized command): รัฐบาลซานาที่นำโดยกลุ่มฮูตีมีผู้นำที่รวมศูนย์เป็นหนึ่งเดียว ในขณะที่กองกำลังที่ซาอุฯ หนุนหลังเป็นการรวมตัวกันของกลุ่มย่อยหลายกลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มต่างก็มีความจงรักภักดีและเป้าหมายเป็นของตัวเอง

    2- การรับมือทางอากาศ: กลุ่มฮูตีประสบความสำเร็จในการตอบโต้และลดทอนอำนาจทางอากาศของซาอุดีอาระเบีย ด้วยการเปิดฉากโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนของซาอุฯ เพื่อตอบโต้การส่งเครื่องบินมาทิ้งระเบิดในพื้นที่ที่พวกเขาควบคุม

    3- อุดมการณ์ทางทหาร (Military ideology): นักรบในกองกำลังของกลุ่มฮูตีมีอุดมการณ์ทางทหารและศาสนาที่ต่อต้านอิสราเอลและสหรัฐฯ อย่างชัดเจน และพวกเขาร่วมรบด้วยอุดมการณ์นี้ เมื่อเปรียบเทียบกับนักรบของฝั่งที่ซาอุฯ หนุนหลังซึ่งจับอาวุธขึ้นสู้เพื่อเงินเดือนเป็นหลัก

    4- การโฆษณาชวนเชื่อผ่านสื่อ (Media propaganda): กองกำลังฮูตีสั่งห้ามไม่ให้นักรบของตนใช้โทรศัพท์อย่างเด็ดขาด ข้อมูลทั้งหมดที่นักรบได้รับจะต้องมาจากส่วนกลางของผู้นำเท่านั้น ซึ่งตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับค่ายที่ซาอุฯ หนุนหลังที่มีการสร้างโฆษณาชวนเชื่อผ่านสื่อจนเกินจริงเป็นอย่างมาก

    5- ความล้มเหลวในการปลุกระดมทางศาสนาของซาอุฯ (The failure of Saudi religious mobilization):เมื่อนักรบชาวเยเมนในกลุ่มที่ซาอุฯ หนุนหลัง ได้รับรู้ว่ามีนายทหารอเมริกันถึง 200 นายคอยบงการพวกเขาอยู่จากซาอุดีอาระเบีย ในขณะที่เขารับรู้ดีเกี่ยวกับบทบาทของสหรัฐฯ ในการต่อต้านพี่น้องของเขาในฉนวนกาซา อีกทั้งยังได้เห็นวิธีที่สื่อซาอุฯ รายงานข่าวเกี่ยวกับกาซาด้วยท่าทีที่เป็นปฏิปักษ์และยอมรับแนวคิดของอิสราเอลอย่างสมบูรณ์ สิ่งนี้เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะซัดหมัดฮุคหมัดเด็ดจนทำให้การโฆษณาชวนเชื่อทางศาสนาของซาอุฯ ต้องล่มสลายลงทันที
    https://x.com/warfareanalysis/status/2098487045928919186


    https://www.facebook.com/share/19MpNKYr6h/
     

แชร์หน้านี้

Loading...